4.0
87 เรตติ้ง (68 รีวิว)
ปิดอยู่จะเปิดในวันจันทร์ เวลา 09:00
Morning Glory The Bakery House สวนผึ้ง
ยกให้เป็นที่หนึ่งด้านขนมหวานในแถบสวนผึ้งทุกทีที่แวะมาสวนผึ้ง ผมจะหาโอกาสมาเยือนที่ Morning Glory แทบจะทุกครั้ง เวลาล่วงเลยผ่านมาร่วม 10 กว่าปี คาเฟ่แห่งนี้ผ่านร้อนผ่านหนาวและก็ยืนระยะมาได้เรื่อยๆ แสดงว่ามีลูกค้าคอยให้การตอบรับพอสมควร แม้ดีเทล ความเนี๊ยบ จะไม่เป๊ะเทียบเท่ากับคาเฟ่หรูในห้าง แต่ก็ต้องชมว่ามาตรฐานขนม (และอาหาร) ของที่นี่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของสวนผึ้งแล้ว ยิ่งมาอยู่ท่ามกลางป่าเขาแล้วด้วย สิ่งที่ทำให้ Morning Glory Cafe กลายเป็นหนึ่งใน Destination ที่นักท่องเที่ยวต่างหลงและรักมีอยู่ด้วยกันหลายข้อเลย 1) จุดชมวิวบนนี้สวยงามมากโดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนและหน้าหนาว แต่กว่าจะได้ชมวิวนี้ คุณต้องขับรถผ่านถนนลูกรังมาเป็นกิโล "นี่มันมีคาเฟ่อยู่ในนี้จริงๆ ใช่มั้ย?" คือคำถามที่หลายคนสงสัยในระหว่างขับรถเข้ามาที่นี่ (Far & Away) 2) สถานที่เพิ่งได้รับการตกแต่งทาสีใหม่ ตกแต่งสวนด้วยต้นไม้จริงและดอกไม้พลาสติกปนๆ กันไป สาวๆ น่าจะชอบกัน เพราะสีสันมันดูฟรุ้งฟริ้งมาก จนบางทีก็ไม่แน่ใจว่านี่มากินหรือมาถ่ายรูปกันแน่ (Photogenic Location) 3) ใครที่รักสัตว์สามารถซื้ออาหารเลี้ยงกระต่ายเพลินๆ ในสวนได้ด้วย 4) แต่ก่อนที่นี่เน้นขายขนมเป็นหลัก เดี๋ยวนี้เริ่มพัฒนาเมนูอาหารคาว ทั้งแบบอาหารจานเดียวหรือจัดเป็นคอร์สเพิ่มเติมเข้ามาด้วย ล่าสุดมีเมนูเครื่องดื่มใหม่ ที่ได้มาจากผลิตผลโกโก้มาเสิร์ฟเป็นเครื่องดื่ม signature ของร้าน เรียกได้ว่ามาที่เดียว ได้ลิ้มรสทั้งอาหารคาว/หวานและเครื่องดื่มเบ็ดเสร็จ 5) น้องเอ๋ เชฟหลักและเจ้าของร้าน ถือเป็นอีกหนึ่ง magnet ที่ FC ต่างแวะเวียนเข้ามาหาอยู่เรื่อยๆ เพราะนอกจากจะ Bike Angel แล้วยัง Influencer ด้านขนมหวานและความงามอีกด้วย ทริปนี้ตั้งใจมาลอง Fine Dining Course ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการแปรรูปผลิตผลของ Cacao มาเป็นเมนูอาหาร/ขนมและเครื่องดื่มภายใต้คอนเซปต์ From Bean to Bar ในคอร์สประกอบด้วยเมนูเครื่องดื่ม Chocolate Drink ที่ใช้โกโก้ 70% (เข้มข้นมากๆ) อาหารเรียกน้ำย่อยอย่าง Duck Breast (การจัดจานดูสวยงามเลอค่า) อาหารจานหลักเป็น Grilled Salmon (ไม่น่าเชื่อว่า chocolate กับ miso ที่มาทำเป็น sauce จะดูเข้ากันได้) ส่วนซุปเห็ด champignon นั้น เลิฟมาก (อร่อยทุกคำ หมดทุกหยด) สำหรับของหวานนี่ไม่ได้ลองตัว Flambe แต่ได้ชิมตัวที่เป็น Flourless Chocolate Cake แทน โดยรวมต้องบอกว่าชื่นชมที่สามารถครีเอทเมนูอาหาร/ขนมโดยนำเอา chocolate มาเป็นส่วนประกอบได้อย่างเข้ากันดี มีคอมเมนต์นิดนึงตรงที่รสชาติมันจะออกหนักครีมเนยนม ถ้าได้ความสดชื่นของผักสลัด ความเปรี้ยวของส้ม ไซตรัส น่าจะช่วยลดความเลี่ยนลงได้นิดนึง นอกจากคอร์สนี้แล้ว จริงๆ ได้ชิมอาหาร/ขนมและเครื่องดื่มอย่างอื่นด้วยแหละ ถ้าจะให้ไช้ชวนชิมแนะนำสำหรับคนที่ยังไม่เคยมาที่นี่แล้วอยากจัดเวลามาเที่ยวเล่น ชิมอาหารและขนมล่ะก็ จัดไปตามนี้เลยครับ 1) First Impression สำหรับเมนูรักแรกพบกับที่นี่ แนะนำสั่งเป็น Afternoon Tea Set เพราะนอกจากจะได้ชิมขนมตัวที่เป็น signature ของที่นี่แล้ว ชุดนี้ถ่ายรูปสวยครับ ที่ห้ามพลาดคือ Scones, เค้กมะพร้าวอ่อน, Mousse Cake แล้วก็เครื่องดื่ม Chocolate สำหรับคนที่มาเป็นคู่หรือมาเป็นแก๊ง เน้นถ่ายภาพสวยๆ ชุดนี้เหมาะมาก (หมายเหตุ: ลูกค้าที่สั่งอาหาร/ขนมเป็นเซ็ตจะได้สิทธิ์ในการจองห้องอ่านหนังสือ หรือห้องนั่งเล่นซึ่งเป็นโซนที่ติดแอร์ได้ด้วยครับ) 2) Anything will Do สำหรับคนที่ไม่ได้มีแพลนในใจว่าจะแวะมาช่วงเช้า ช่วงบ่าย หรือช่วงเย็น ถนัดของคาวมากกว่าของหวาน แนะนำให้สั่งเป็นเมนู Burger (ที่นี่เขาถึงขั้นทำขนมปังเองเลย) หรือจะลองเมนูสปาเก็ตตี้น้ำพริกอ่องไส้อั่ว หรือข้าวผัดกากหมูก็ได้ ไม่ว่าจะมาเดี่ยว มาคู่ เติมอาหารให้อิ่มท้องเข้าไว้ครับ 3) Special Date และสำหรับคู่รักหรือคณะที่ต้องการดื่มด่ำบรรยากาศแบบ exclusive สามารถจองล่วงหน้า 1-2 วันสำหรับ Fine Dining Course ซึ่งจะได้รับการเสิร์ฟอาหารที่ห้องโซนใหม่ล่าสุด สวยหรูและดูดีมากครับ... อ่านต่อ
0 Like0 Comment
photo