- หน้าแรก
/
- รูป INDDEE


👍 สุดยอดร้านอาหารอินเดียร่วมสมัย🇹🇭 INDDEE - อินดี
🌟 1 MICHELIN Star - 1 ดาวมิชลิน
🍴 Indian, Contemporary - อาหารอินเดีย, อาหารร่วมสมัย
👨🏻🍳 Chef Sachin Poojary - เชฟซาชิน พูจารี
🎗 [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารอินเดียน้องใหม่ที่ได้รับการบรรจุลงในคู่มือปกแดงฉบับปี 2024 หลังจากการเปิดตัวเพียงไม่ถึง 1 ปี ตัวร้านอาศัยเทคนิคที่โดดเด่นของทีมเชฟยุคใหม่ประกอบกันกับความรู้เกี่ยวกับอาหารอินเดียในเชิงลึกของเชฟ Sachin Poojary จนสามารถนำเสนอ Tasting Menu ที่มีความร่วมสมัยและเข้าถึงได้ง่ายโดยไม่ต้องตีความมากนัก
🎗 [THE PLACE] INDDEE ตั้งอยู่ในซอยหลังสวนมีลักษณะเป็นบ้านหลังเล็ก ๆ ที่มีอายุเกินกว่า 100 ปี ลูกค้าสามารถขับรถมาจอดได้แบบ Valet Parking ก่อนจะเดินผ่านซุ้มประตูโค้งที่รายล้อมด้วยสวนเฟิร์นสีเขียวดูร่มรื่นตา ห้องรับประทานอาหารหลักออกแบบโดยนักออกแบบภายในชาวฝรั่งเศสชื่อดังอย่าง Matteo Messervy โดยเขาได้ออกแบบพื้นที่ชั้นล่างให้มีความโดดเด่นด้วยครัวแบบเปิดถึง 2 จุดพร้อมกับทีมเชฟจำนวนมากคอยจัดเตรียมอาหารและจัดแต่งจานให้ผู้ที่ได้นั่งบริเวณเคาน์เตอร์หินอ่อนแบบเราได้รับชมกันสด ๆ ตลอดเวลา โต๊ะรับประทานอาหารหลักออกแบบให้ดูหรูหราแต่ยังคงไว้ซึ่งความแคชวลให้ความรู้สึกที่ไม่เป็นทางการมากจนเกินไป บนผนังตกแต่งด้วยรูปถ่ายขาวดำของประเทศอินเดียในสมัยก่อน ห้องเก็บไวน์กั้นด้วยกระจกใสแลดูสวยงามไม่เป็นรองใคร ถัดมาคือบริเวณชั้นสองที่ให้บรรยากาศแบบกลาสเฮ้าส์ เพดานกั้นด้วยกระจกใสปล่อยให้แสงภายนอกส่องสว่างเข้ามาในช่วงก่อนพลบค่ำ นอกจากนี้หากสังเกตให้ดีจะพบว่าตัวโลโก้นั้นได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Arch หรือซุ้มประตูที่จะพาลูกค้าออกเดินทางไปพบกับประสบการณ์ใหม่ ๆ ยังมีรูปสามเหลี่ยมที่ใช้สื่อถึงไฟซึ่งเป็นหัวใจหลักของการปรุงอาหารแบบ Open-fired สุดท้ายคือไม้ขีดที่มีลักษณะเหมือนตัว i ซึ่งสื่อถึงการจุดไฟ, การจุดประกายแรงใจของทีมงาน และตัวอักษรแรกของชื่อร้านนั่นเอง
🎗 [THE CHEF & THE FOOD] เชฟ Sachin Poojary เป็นชาวเมือง Mumbai โดยกำเนิด เขามีประวัติที่ผ่านการทำงานที่โรงแรมสุดหรูอย่าง The Taj Mumbai ทำให้มั่นใจว่าความรู้เกี่ยวกับอาหารอินเดียในแต่ละภูมิภาคของเขานั้นไม่ธรรมดา นอกจากนี้เขายังเคยร่วมงานกับห้องอาหาร Wasabi by Morimoto และซึมซับเทคนิคการเตรียมอาหารญี่ปุ่นมามากพอสมควรอีกด้วย หลังจากบรรลุข้อตกลงกับห้องอาหาร INDDEE เขาจึงเดินทางมายังประเทศไทยโดยมีทีมเชฟมากประสบการณ์หลายคนในครัวคอยสนับสนุนเพื่อให้อาหารอินเดียในรูปแบบร่วมสมัยถูกนำเสนอออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบมากที่สุด ทางร้านได้นำเสนออาหารจำนวน 7 คอร์สผ่าน Tasting Menu ที่มีราคาสุดคุ้มค่าเพียง 3,200 บาทเท่านั้น ถึงแม้ในรายการอาจไม่มีวัตถุดิบราคาแพงแต่ทีมเชฟได้ใส่ทั้งเทคนิคและความคิดสร้างสรรค์ลงไปอย่างเด่นชัด นอกจากนี้ยังมี Supplement Courses ทั้งเนื้อแกะ ล็อบสเตอร์ ให้ได้เลือกชิมกันเพิ่มเติมในราคาสมเหตุสมผล รายการไวน์โดยเฉพาะการ Pairing เครื่องดื่มได้รับการนำเสนอโดยคุณเจย์-ธนากร บอทอร์ฟ ซึ่งเป็น Sommelier มากความสามารถผู้คว้ารางวัล MICHELIN Sommelier Award ประจำปี 2024 ไปครองได้อีกด้วย ส่วนตัวอย่างอาหารจานที่โดดเด่นในวันนี้คือ
✨ MOREL
Kashmiri morel stuffed with khoya & nuts with enoki saffron pulao
Kashmir
ตัวแทนของแคว้น Kashmir เป็นเห็ดมอเรลแคชเมียร์หรือที่คนท้องถิ่นเรียกกันว่า Gucchi เชฟนำไปย่างถ่านแล้วรมควันต่อจนหอมทั้งยังให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มแต่ไม่หนึบเท่าเห็ดมอเรลของฝรั่งเศส ด้านในสอดไส้ Khoya หรือนมแห้งและ Paneer (ปาร์นีย์) หรือชีสยอดนิยมของประเทศอินเดีย นอกจากนี้ยังมีมิติทางเนื้อสัมผัสที่เกิดขึ้นจากถั่วอัลมอนด์ เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ พิสตาชิโอ้ และแอปริคอต ด้านนอกพ่นเปรย์ด้วยน้ำมัน Double-distilled Pine Sugar Oil แล้วเติมแต่งรสชาติด้วยเกลือหิมาลายันสีดำ ด้านบนสุดคือโฟมที่เตรียมมาจากนมถั่วอัลมอนด์ ไฮไลท์ของจานคือ Pulao ซึ่งเชฟนำเสนอมาโดยใช้ส่วนหัวของเห็ดเข็มทองแทนที่เมล็ดข้าวแบบปกติที่เติมแต่งด้วยอโรมาของแซฟรอนจาก Kashmir ทั้งยังให้เนื้อสัมผัสที่เคี้ยวหนึบแต่ยังคงไว้ซึ่งความนุ่มตัดกันกับเห็ดโมเรลได้อย่างลงตัว (16/20)
✨ QUAIL
Nagpuri saoji spiced quail with parsnip puree
Nagpur
Nagpur เป็นเมืองทางตอนกลางของประเทศอินเดียที่มีชื่อเสียงในเรื่องของส้ม เชฟตั้งใจนำเสนอเมนูท้องถิ่นชื่อว่า Saoji ซึ่งได้จากการนำเครื่องเทศมาผ่านกรรมวิธีอันหลากหลายทั้งเผาและตำจนละเอียดจนได้เป็นผงสีน้ำตาลเข้ม สำหรับโปรตีนหลักเชฟนำนกกระทาฝรั่งเศสมาคลุกกับเครื่องเทศ Saoji ก่อนจะย่างด้วยถ่านแล้วรมควันของถ่านไม้ซีดาร์จนได้เนื้อสัมผัสที่เนียนละเอียด จากนั้นราดด้วยซอส Quail Jus รสชาติเข้มข้นที่มีความเปรี้ยวและขมเฉพาะตัวของส้มจากนคร Nagpur เชฟแนะนำให้เริ่มต้นชิมเนื้อนกกระทาส่วนอกที่ยังคงความฉ่ำพอเหมาะ จากนั้นลิ้มรสความหวานมันของพูเรพาสนิป จบท้ายด้วยการลิ้มลองชิ้นฝั่งขวามือที่ผสมผสานเนื้อนกกระทา เนื้อไก่ และเครื่องเทศ Saoji เข้าไว้ด้วยกัน (16/20)
✨ CHICKEN
Hand-pulled chicken khurchan with nashi pear
Lucknow
Khurchan เป็นคำที่มีรากมาจากภาษาฮินดี Khurachna ซึ่งแปลตรงตัวได้ว่าการขูดนั่นเอง เชฟ Sachin ได้เล่าย้อนไปถึงที่มาของจานนี้ในอดีตว่าทุกครั้งที่มีการจัดงานเลี้ยงเหล่าพ่อครัวจะปรุงอาหารในภาชนะขนาดใหญ่ เมื่อจบงานอาหารต่าง ๆ มักเหลือติดอยู่บริเวณก้นกระทะโดยเหล่าพ่อครัวนิยมขูดเนื้อส่วนนี้ที่เกิดกระบวนการ Maillard Reaction ออกมาชิมเนื่องจากมีรสชาติที่อร่อยกว่าส่วนอื่น ๆ ในที่นี้เชฟนำเนื้อไก่ไปย่างในเตาทันดูร์ก่อนจะฉีกด้วยมือแล้วนำมาแปะอยู่บริเวณขอบถ้วยภาชนะ ตรงกลางคือ Kasuri Methi ประกอบไปด้วยผัก Fenugreek ผสมผสานกันกับ Crème Fraîche ด้านบนท็อปด้วย Nashi Pear ที่มีความกรอบและความฉ่ำช่วยเรียกความสดชื่นได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมี Kalongi Naan ที่มีส่วนผสมของเมล็ดหอมให้รับประทานไปควบคู่กัน (17/20)
✨ ROSE
Baked yogurt falooda with Bishop's rose from Chiang Mai and basil seeds
Mumbai
ล้างปากด้วยคอร์สของหวานที่เชฟถอดแบบมาจากเครื่องดื่ม Falooda ของประเทศอินเดียซึ่งมีที่มาจากเครื่องดื่มในอาณาจักร Persia อีกทีหนึ่ง ในที่นี้เชฟเริ่มต้นจากการจากการนำกุหลาบอังกฤษจากจังหวัดเชียงใหม่เสิร์ฟมาคู่กับไอศกรีม นม เส้น และเม็ดแมงลักช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสได้อย่างพอเหมาะ ในปัจจุบัน Falooda ได้แผ่ขยายไปยังประเทศต่าง ๆ มากมายและกลายมาเป็นต้นกำเนิดของอาหารหวานยอดนิยมรวมไปถึงซ่าหริ่มของประเทศไทยซึ่งเพี้ยนมาจากคำว่า Šarāb หรือภาษาอังกฤษคือ Syrup อีกด้วย (16/20)
🎗 [WHY GO] INDDEE เป็นหนึ่งในห้องอาหารอินเดียร่วมสมัยที่พัฒนาขึ้นมาอย่างรวดเร็วอันเนื่องมาจากเชฟ Sachin Poojary ผู้มีความรู้เกี่ยวกับอาหารอินเดียในหลากหลายภูมิภาคและทีมงานเชฟคุณภาพคับแก้วอีกหลายคนในห้องครัว อาหารทุกจานมีที่มาอันน่าสนใจทั้งตัวเชฟ Sachin เองยังสามารถอธิบายไปได้จนถึงประวัติศาสตร์และขั้นตอนการเตรียมในรูปแบบใหม่ Sommelier อย่างคุณเจย์สามารถแนะนำไวน์แต่ละชนิดได้อย่างลึกซึ้ง เราขอแนะนำให้เพื่อน ๆ ที่มีใจรักอาหารอินเดียหรือแม้กระทั่งผู้ที่ต้องการเปิดโลกอาหารแบบร่วมสมัยได้ลองแวะมาชิมกันก่อนที่ทางร้านจะปรับราคาขึ้น รับรองว่าคุ้มค่าคุ้มราคาทุกบาทอย่างแน่นอน
📃 7-COURSE MENU (3,200++)
🥄 BITES INTO INDDEE
XEC XEC
Goa
KHARI CHAI
Mumbai
MIRCH SALAN
Hyderabad
CHAAT
Pan India
🥄 OUR 7 COURSE JOURNEY
MOREL
Kashmiri morel stuffed with khoya & nuts with enoki saffron pulao
Kashmir
SCALLOP
Fresh scallop tartare & injipuri
Kerala
COD
Black cod with Bengali kasundi, gondhoraj & in-house pickled ginger buds
Kolkata
QUAIL
Nagpuri saoji spiced quail with parsnip puree
Nagpur
CHICKEN
Hand-pulled chicken khurchan with nashi pear
Lucknow
ROSE
Baked yogurt falooda with Bishop's rose from Chiang Mai and basil seeds
Mumbai
CHOCOLATE
65% Pondicherry chocolate with filter coffee from Chikmagalur, Tuticorin sea salt & Malabari vanilla
South India
🥄 SUPPLEMENT COURSES
OYSTER (250++)
Fresh oyster with sol kadhi, pickled daikon and compressed turnips
Konkan Belt
KULCHA (250++)
Fennel gorgonzola kulcha, Truffle brie kulcha
Punjab
📌 Score:
👍 สุดยอดห้องอาหารร่วมสมัยที่จะพาเหล่านักชิมออกเดินทางไปยังเมืองต่าง ๆ ทั่วประเทศอินเดีย
อาหาร : 15.5/20
ไวน์ : ⭐️⭐️⭐️⭐️
ราคา : ⭐️⭐️⭐️⭐️
เทคนิค : ⭐️⭐️⭐️
อัตลักษณ์ : ⭐️⭐️⭐️⭐️
บรรยากาศ : ⭐️⭐️⭐️⭐️
บริการ : ⭐️⭐️⭐️⭐️
📍 Visit: Jan 2024
🏠 Location: 68/1 ซ.หลังสวน ถ.เพลินจิต เขตลุมพินี แขวงปทุมวัน, กรุงเทพ, 10330, ประเทศไทย
🚗 Parking: จอดรถแบบ Valet Parking
🕠 Operating Time: 17.30-23.30
💰 Price: 3,200++
📞 Tel: 062-812-9696
🧥 Dress Code: Smart Casual
🖥 Website: https://www.inddeebkk.com
👍 รวมรีวิวห้องอาหารทั้งหมดของเพจตามล่า Fine Dining: https://gastronomethailand.com
👍 ฝากเพื่อน ๆ ช่วยกดไลค์และติดตามเราผ่านช่องทางต่าง ๆ โดยเราตั้งใจนำเสนองานรีวิวร้านอาหาร Fine Dining ชั้นนำและห้องอาหารใน MICHELIN Guide ทั่วโลก
👍 Facebook: “ตามล่า Fine Dining” และ “พากิน พาเที่ยว by ตามล่า Fine Dining”
👍 Youtube: ตามล่า Fine Dining
👍 Instagram: finedining_lovers
👍 Group “Fine Dining Lovers by ตามล่า Fine Dining”: https://www.facebook.com/groups/3392372877497917/?ref=share
0 Like0 Comment




