- หน้าแรก
/
- รูป TEIEN SUSHI BAR


Otoro Nigiri Sushi
庭園 : ซูชิบาร์พรีเมี่ยมที่เป็น #hiddengem ในย่านทองหล่อ คุณภาพเกณฑ์ดี เด่นที่แนวฟิวชั่น Maki & Roll หลากหลายรีวิวนี้ของผมยังคงเป็นซูชิบาร์ระดับพรีเมี่ยมกันต่อครับ ร้านนี้ผมรู้จักก็เพราะอ่านจากบทความของวงในตามด้วยรีวิวของ user คนอื่นๆเลยครับ ผมมีโอกาสมาติดต่อลูกค้าแถวบางนาพอดีขากลับก่อนเข้าเมืองเลยมาแวะทานซูชิร้านนี้ซักหน่อยครับ #เดี๋ยวคุยกับเค้าไม่รู้เรื่อง อย่างที่ผมจั่วหัวไว้เลยครับว่าร้านนี้ผมขอเรียกว่าเป็นร้านดีที่แอบซ่อน (หรือ #hiddengem) ในย่านทองหล่อซึ่งเต็มไปด้วยการแข่งขันอันสูงมากของร้านอาหารญี่ปุ่นหรือซูชิบาร์ต่างๆหรือสมรภูมิทะเลแดงเดือด (Red ocean) ลองตามมาอ่านรีวิวของผมดูกันครับว่าทำไมครับ
[เกี่ยวกับร้าน:]
ชื่อร้านอ่านว่า “เต-เอ็น” เขียนด้วยอักษรญี่ปุ่นแบบคันจิได้ว่า “庭園” แปลว่า “สวนไผ่” ดังนั้นการตกแต่งภายในร้านจึงมีลวดลายคล้ายกับปล้องของต้นไผ่ครับ เจ้าของร้านเป็นหุ้นส่วน 4 คนร่วมกันเปิดครับ
ร้านนี้มีเชฟอาคิระ (Chef Akira) เป็น Head Chef ซึ่งเคยฝึกปรือฝีมือจากโรงเรียนสอนทำอาหารใน Osaka อาหารจึงมีกลิ่นอายสไตล์ของ Osaka อีกทั้งยังเคยร่วมงานกับร้านดังและโรงแรมชั้นนำต่างๆมาแล้ว อย่างเคยเป็น Sushi Head Chef ที่ Conrad Hotel Bangkok และเคยได้เข้าร่วมแข่งในรายการเชฟกระทะเหล็กประเทศไทยในเดือนมกราคม 2557 อีกด้วยครับ (เค้ามีโปรโมทให้ประวัติการทำงานของหัวหน้าเชฟคนนี้ในด้านหลังสุดของเล่มเมนูครับ)
[ที่ตั้งและบรรยากาศร้าน:]
ร้านอยู่ในโครงการ Piman 49 (พิมาน 49) ซอยสุขุมวิท 49 (หรือซอยกลาง ถนนเข้ารพ.สมิติเวช) อยู่ระหว่างรถไฟฟ้า BTS สถานีพร้อมพงษ์และสถานีทองหล่อ (ผมแนะนำว่าถ้าไม่ได้ขับรถมาให้ลงที่สถานีทองหล่อจะใกล้และสะดวกกว่ามาก เพราะมีรถสองแถวกับวินมอเตอร์ไซด์) เมื่อเข้ามาในซอยสุขุมวิท 49 จะเจอสามแยกแรกให้เลี้ยวซ้าย ตรงมาเรื่อยๆ จะเจอโครงการ Piman 49 อยู่ทางขวามือ ตรงข้ามกับ Starbucks พอจอดรถเสร็จให้เดินมาตึกฝั่งที่มีร้านไก่ย่างเสือใหญ่ แล้วขึ้นลิฟต์ด้านหลังไปชั้น 4 เปิดออกมาก็เจอร้านเลยครับ ด้านหน้ามีเหมือนสวนหินญี่ปุ่นขนาดย่อมกับโลโก้ร้าน
ขนาดร้านไม่ใหญ่มาก รองรับได้ประมาณ 11-40 ที่ ที่นั่งภายในร้านแยกออกเป็น 2 โซนคือด้านในตรงที่เป็นซูชิบาร์กับโต๊ะแยกออกมา กับอีกโซนตรงระเบียงไม้ติดหน้าต่างฝั่งในมีม่านพับคอยบังแสงช่วงกลางวัน ใช้เป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้เป็นหลัก บรรยากาศโดยรวมผมว่าให้อารมณ์เหมือนนั่งในบาร์ในพื้นที่หนึ่งชั้นของตึกใจกลางเมืองประมาณนั้นครับ
เมนูอาหารของที่นี่ก็เหมือนร้านซูชิบาร์ระดับ premium โดยทั่วไป เน้นไปที่ครัวเย็น คือ Sashimi set ต่างๆ, Sushi ทั้งเป็นคำและเซต, Donburi & Chirashizushi, Maki & Roll, Salad ต่างๆ, Side Dishes และขนมหวานแบบญี่ปุ่น
[ข้อมูลที่ควรทราบ:]
• ราคาอาหารที่แสดงทั้งหมดในเมนู เป็นราคาที่ยังไม่ net ต้องมี +SC & +VAT (+17%) เพิ่มเติมอีกครับ
• ร้านนี้เปิดแบ่งเป็น 2 ช่วงนะครับ มื้อเที่ยง 11:30-14:00 มื้อเย็น 18:00-22:00
• บัตรจอดรถเป็นกระดาษเอามาแสตมป์ที่ร้าน จอดได้ฟรี 1 ชั่วโมง 30 นาที หลังจากนั้น ชม.ละ 30 บาท
• ร้านนี้ส่วนใหญ่จะมีโปรโมชั่นอยู่ประจำทุกเดือนขึ้นอยู่กับเมนูในแต่ละช่วง ติดตามได้ใน fan page ของร้านครับ ส่วนใหญ่ลดประมาณ 30% ไม่เกิน
• Tuna Nigiri: Otoro/Chutoro/Akami คำละ 290/220/150 บาท ตามลำดับ ++17% Otoro net คำละ 340 บาทไม่สูงเกินไป ส่วนคำอื่นๆ Chutoro/Akami ผมว่าราคาสูงกว่าซูชิบาร์ทั่วไปเหมือนกันครับ
• ซูชิร้านนี้จะเน้นเป็นแบบสไตล์ฟิวชั่น ตาม concept ร้านคือ “มิกซ์เมนูอาหาร” ให้แตกต่างไม่เหมือนใคร และเมนูพวก Maki & Roll ที่ดูอลังการให้เลือกเยอะเหมือนกัน เช่นเมนูที่เรียกได้ว่าเป็น Signature ของร้านคือ Engawa Sakura Butera
• **น้ำซุปดาชิ ที่เป็นจุดเด่นของร้าน เสิร์ฟฟรี เติมฟรีได้ตลอด จะเป็นน้ำซุปแบบใสที่ใส่พวกเครื่องปรุงและสมุนไพรต่างๆของญี่ปุ่นลงไปให้รสชาติที่ผมคิดว่าไม่เหมือนใคร ข้อมูลจากทางร้าน “ส่วนประกอบที่มองไม่เห็น แต่ส่งกลิ่นหอมและให้ #อูมามิ น้ำซุปดาชิต่างจากน้ำสต๊อกอื่นๆ เพราะไม่ได้ใช้เวลาในการต้ม แต่ให้ความสำคัญกับการคัดสรรและเตรียมส่วนประกอบอย่าง คอมบุและปลาแห้ง โดยใช้เวลาต้มเพียง 15 นาที เพื่อดึงรสชาติและกลิ่นของวัตถุดิบชั้นเลิศออกมา พร้อมคงคุณค่าทางโภชนาการไว้อย่างครบถ้วน”
เมนูที่ผมได้สั่งมามีดังนี้ครับ
• Special Nigiri Set (8 คำ/900++ Baht) ใน Set นี้มี 8 คำประกอบด้วย Otoro, Chutoro, Salmon Toro, Hamachi, Ikura, Ama Ebi, Hotate, Tamago Kani ในเซทนี้เห็นว่าจะขาดมากูโร่ไปหนึ่งอย่างนั่นคือ Akami ผมเลยสั่งเพิ่มไปอีกให้ครบทุกส่วนคือ Akami x 1 คำ (150++ บาท) และสั่งอีกคำที่อยากทานคือ Engawa x 1 คำ (110++ บาท) ดังนั้นทั้งหมดจึงเป็น Nigiri Sushi ทั้งหมด 8+2 = 10 คำที่สั่ง โดยที่ทางเชฟเค้าจะวางทั้งหมด 10 คำตามออเดอร์ที่ผมสั่งทั้งหมดลงในจานเดียวเลย ไม่ได้แยก 2 คำต่างหากที่อยู่นอกเซทนั่นคือ Akami กับ Engawa ลองมาดูทีละคำกันเลยครับ
คำอธิบายสัญลักษณ์กำกับด้านหน้าซูชิแต่ละคำ
(+) = ผ่าน, ระดับดี ตามจำนวนเครื่องหมาย + (0) = พอใช้ได้หรือผ่าน (-) = ไม่ผ่าน ไม่โดน
(++) Otoro พุงส่วนที่มันอร่อยสุดของมากูโร่ สีชมพูอ่อนๆ คหสต.ผมว่า Otoro คำที่ผมได้คือสดดีมาก (ดูจากความฉ่ำของชิ้นปลาข้างในแบบไม่ใช่น้ำแข็งที่ใช้แช่มาละลายนะครับ) และนุ่มมันพอจะละลายในปากทีเดียว วิธีการแล่ชิ้นปลาก็ดูถูกหลักสวยงามดีครับ คำนี้ผมชูนิ้วโป้งแสดงความยอดเยี่ยมให้เลยครับ ราคาปกติ 290++ บาทผมว่าคุ้มค่ามากกับความสดของปลาที่ได้
(+) Chutoro (ปกติสั่งแยกเป็นคำ 220++ บาท) พุงส่วนที่มันน้อยรองลงมา สีชมพูเข้มขึ้นมาหน่อย แต่เท่าที่ผมสังเกตชูโทโร่คำที่ผมได้นั้นหน้าตาสีสันหรือความมันที่เห็นภายนอกค่อนข้างใกล้เคียงกับ Otoro คำที่ผมได้ข้างบนเลยครับ ส่วนตัวผมว่าคำนี้อร่อยดี ให้ผ่านเลยครับ ความสดเท่ากับ Otoro คำที่ได้ก่อนหน้า การแล่ชิ้นปลาวางบนข้าวยังดูแปลกๆอยู่บ้าง สู้คำ Otoro ไม่ได้
(0) Akami (สั่งแยกเป็นคำต่างหาก 150++ บาท) ส่วนเนื้อแดงของมากูโร่ ไม่มีมัน คำนี้เรื่องรสชาติผมให้ผ่านเลย สดและเนื้อดูฉ่ำแดงดี แต่ราคาผมว่าสูงกว่าร้านทั่วๆไปครับ
(0) Salmon Toro หรือพุงส่วนติดมันของแซลมอน คหสต.ความสดของปลาให้ผ่าน แต่ผมว่าดูไม่เหมือนส่วนพุงหรือ Toro เท่าไหร่ ไม่ค่อยมีไขมันแทรกมากนักดูจากลวดลายของชิ้นปลา และได้ชิ้นบางเล็กน้อย แต่ชิ้นปลาที่แล่วางบนข้าวซูชิสวยงามดีครับ
(0) Hamachi คำนี้ผมให้พอผ่าน อร่อยใช้ได้ ปลาค่อนข้างสด การแล่ชิ้นปลาวางดูดีถูกหลักและสมดุล แต่ชิ้นบางไปหน่อย
(+) Ikura หรือหน้าไข่ปลาแซลมอน คำนี้อร่อยดีครับ ให้ผ่านเลย ไม่เค็มมากและไข่ไม่แฟบ
(++) Ama Ebi หรือซูชิหน้ากุ้งหวานธรรมดา (ไม่ใช่กุ้งโบตัน) ดูเหมือนจะเป็นวัตถุดิบธรรมดาๆไม่มีอะไรพิเศษ แต่คำนี้ผมให้เยี่ยมเลยครับ กุ้งหวานสดดี รสชาติหวานละมุนทานกับข้าวซูชิอร่อยมากครับ
(0) Hotate หรือหอยเชลล์ญี่ปุ่นเป็นแบบดิบ ไม่ได้ย่างไฟหรือ Aburi ส่วนตัวผมว่าคำนี้เฉยๆ ยังไม่สะกิดผมให้โดนเท่าไหร่
(0) Tamago Kani หรือแซนวิชไข่หวานไส้ปูอัดคลุกมาโย เป็นคำสุดท้ายที่ทานในจานหลังจากทานคำที่เป็นของคาวไปแล้วทั้งหมด เป็นซูชิที่ให้รสหวานทานตบท้าย ส่วนตัวผมว่าไข่หวานที่ห่อข้างนอกยังเฉยๆ รสชาติออกหวานๆแต่เนื้อสัมผัสยังไม่นุ่มละมุนเท่าไหร่ ไส้ปูอัดกับมาโยข้างในธรรมดา
(+) Engawa เค้าจะ Aburi มาพอเบาๆออกมันๆไม่เกรียมจนกรอบเกินไป ที่นี่เค้าจะมีแต้มด้วยวุ้นพอนซึเล็กน้อยด้านบนกับโรยด้วยหอมซอยญี่ปุ่น ผมมองว่าเป็นรูปแบบการนำเสนอและการทานที่แปลกใหม่ เวลาเคี้ยวซูชิพร้อมกันทั้งคำ วุ้นตัวนี้จะละลายในปากเคล้ากับครีบปลาตาเดียวที่หอมกรุบกรอบ เข้ากันได้ดีครับ แต่จะดีมากกว่านี้ครับถ้าวุ้นพอนซึด้านบนมากกว่านี้หรือเป็นแผ่น จะได้ไม่ต้องจิ้ม Ponzu เพิ่มให้เสียรสชาติครับ
สรุปคือในบรรดาพวก Maguro ผมชอบ Otoro กับ Chutoro ตามลำดับ นอกนั้นที่ชอบคือ Ama Ebi (หน้ากุ้งหวาน) กับ Engawa
• Hamachi Saikyo Maki (450++ บาท) หรือโรลปลาฮามาจิซอสมิโซะ เป็นเมนูโรลที่จัดโปรโมชั่นลด 30% (จ่ายสด) ตอนที่ผมไปทาน คหสต.ผมว่าโรลตัวนี้ไม่ค่อยอร่อยเลย ปลาฮามาจิเหมือนไปผ่านการหมักในซอสมาไม่ใช่แบบสดๆ รสชาติเลยเสียไป ส่วนซอสมิโซะที่แต้มด้านบนกับแต่งด้วย Ikura ผมว่าดูไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่ รสชาติมันไม่ค่อยเข้ากันครับ ถึงแม้ว่าจะมีส่วนลด แต่ผมว่าเมนูนี้ไม่ค่อยคุ้มครับ เมนูนี้ไม่แนะนำ
• Engawa Sakura Butera (420++ บาท) เรียกได้ว่าเป็น Signature ของทางร้านนี้เลยก็ว่าได้ครับ ใครมาก็สั่งและถ่ายรูปโพสต์ไว้ ผมเลยไม่พลาดลองสั่งมาทานบ้าง เมนูนี้คือข้าวอัดเอ็นกาวะ การทำคือนำ Engawa ซึ่งมีรสสัมผัสกรุบๆ รสชาติมันๆ ส่วนตัวข้าวอัดทางเชฟจะคลุกด้วยผงซากุระและผงบ๊วย ทำให้เวลาทานจะได้รสหวานอมเปรี้ยว ทำให้เมนูจานนี้สีสันสวยงามราวกับนั่งดูศิลปะภาพวาดเลยทีเดียวครับ คหสต.ผมชอบอร่อยดีครับ ตัวข้าวได้กลิ่นหอมๆของซากุระและอมเปรี้ยวของผงบ๊วย เวลาทานกับ Engawa ทั้งคำ texture ทั้งหมดรวมกันเข้ากันสุดๆครับ **Highly Recommended
• ไอศกรีมชาเขียว (100 บาท) + Topping ถั่วแดง (15 บาท) ใช้ไอศกรีมเกรดดีครับทานแล้วรู้สึกได้ แต่ยังไงผมก็ว่าแพงไปหน่อย ลูกเดียวบวกท๊อปปิ้ง 100 บาทกว่าๆ และมี ++
ค่าเสียหายมื้อนี้ทั้งหมด บวกค่าชาเขียวร้อนแบบรีฟิล รวม++ แล้วประมาณ 2,400-2,500 บาท (สำหรับ 2 คน) ตกคนละ 1,200+ บาท ก็ถือว่าราคาอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของซูชิบาร์ระดับนี้ พอรับได้ครับ
------------------------
ผมขอรีวิวเป็นทีละหัวข้อสั้นๆเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจมาทานดังนี้
1. คุณภาพวัตถุดิบ (4.5/5): สำหรับร้านซูชิ ผมจะขอแยกเป็น 2 ส่วนคือ
// อย่างที่ 1: ตัวเนื้อปลาหรือวัตถุดิบอื่นๆที่ทำหน้าซูชิว่ามันมีความสดมากน้อยเพียงใด เตรียมหรือปรุงมาดีขนาดไหน ผมสรุปว่าของที่ Teien Sushi คุณภาพและความสดของปลาโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดี (โดยเฉพาะพวก Maguro)
// อย่างที่ 2: ข้าวปั้นซูชิเป็นข้าวญี่ปุ่น (ดูจากเม็ดที่ป้อมๆ) ผสมน้ำส้มสายชูพอประมาณ (ไม่ออกรสเปรี้ยวเด่นชัดเกิน) เกาะกันเหนียวแน่นดีไม่แห้งแตกหรือแฉะเกินเวลาหยิบหรือคีบซูชิใส่ปาก อุณหภูมิข้าวผมว่าก็ดีผ่าน ไม่เย็นชืด
2. สไตล์และรูปแบบการปั้นซูชิ (4/5): ผมว่าที่นี่จะเน้นปลาชิ้นขนาดกำลังดี พอคลุมมิดตัวข้าวปั้นด้านล่าง ดูแล้วค่อนข้างถูกหลักการปั้นซูชิแบบญี่ปุ่นแท้ๆดีครับ คือ ข้าวปั้นขนาดไม่ใหญ่มากประมาณนิ้วมือ แล้วโปะด้วยปลาพอมิด เพื่อให้ได้สมดุลระหว่างรสชาติความหวานที่ดึงจากปลาสดกับข้าวซูชิด้านล่าง ส่วนเทคนิคแล่ปลาผมว่าดูดีสวยงาม ประเด็นนี้ผมว่าร้านนี้ทำได้ดีทีเดียวเทียบกับร้านซูชิแนวการตลาดที่ผมเคยไปทานหลายๆร้าน
3. การบริหารวัตถุดิบภายในร้าน (3.5/5): เป็นเรื่องที่สำคัญมากของร้านซูชิ คือควรจะต้องมีการสต๊อกวัตถุดิบไว้ให้ครบตามเมนูที่แสดงและปริมาณเหมาะสม ถ้ามากไปเหลือข้ามวันก็ไม่สดแล้ว หรือถ้าน้อยไปไม่มีให้ลูกค้าเลือกก็ไม่เกิดความไม่พอใจไม่มาทานอีก สำหรับที่นี่เท่าที่ผมสังเกตดูน่าจะ forecast รวมถึงการบริหารด้านนี้ได้ดีระดับหนึ่ง คือมีเมนูให้ผมเลือกสั่งได้ครบทุกอัน (โดยที่ผมพยายามเลือกสั่งหลายๆอย่าง เช่น Maguro, ปลาเนื้อขาว, หอยเชลล์, แซลมอน, กุ้งหวาน) และแต่ละอย่างที่สั่งก็ความสดอยู่ในเกณฑ์ดีครับ
4. ราคา (3/5): ส่วนตัวถ้าเป็นราคาปกติไม่มีโปรผมว่าอยู่เกณฑ์เฉลี่ยสำหรับร้านซูชิระดับเดียวกันนี้ แต่บางอย่างก็สูงไปครับ
5. โปรโมชั่น (3/5): ร้านนี้ไม่ค่อยเน้นโปรแรงเท่าไหร่อย่างมาก 30% แต่ก็จัดอยู่ตลอดต่อเนื่องเป็นระยะ อาจเป็นเครื่องมือหนึ่งของเค้าในการที่จะควบคุมวัตถุดิบซูชิที่ต้องเหลือข้ามในแต่ละวันด้วยครับ
6. บริการภายในร้าน (3/5): สำหรับซูชิบาร์เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญ เท่าที่ผมสังเกตพนักงานบริการดูเหมือนไม่ค่อยคุ้นเคยกับการให้บริการร้านประเภทนี้เท่าไหร่ยกเว้นคนที่น่าจะเป็นผู้จัดการร้าน
สรุปโดยรวมตามที่ผมรีวิวไป ให้ 4 ดาวครับ เป็นร้านซูชิที่เน้นสไตล์ Fusion (ใช้ซอสและเครื่องปรุงต่างๆเสริมเข้ามาเพื่อเพิ่มรสชาติให้ซูชิ) จริงๆแล้วแนวนี้ไม่ใช่แนวถนัดผมเท่าไหร่ แต่เท่าที่ผมลองทานของร้านนี้ทั้งแบบที่เป็น Authentic (ดึงรสชาติจากความสดของปลาโดยตรง) กับ Fusion ผมกลับมองว่าแบบที่เป็นเน้นความสดของปลาทางร้านทำได้ดีกว่าเสียอีกนะครับ (ซึ่งผมอาจยังไม่ได้สั่งพวกโรลตัวอื่นๆมาลองเท่าไหร่)
จุดดีและจุดเด่นที่ผมให้ร้านนี้ก็คงเป็นเรื่องความสดวัตถุดิบกับเทคนิคการปั้นซูชิเป็นหลักนะครับ ส่วนจุดเสียคงเป็นเรื่องของทำเลร้านที่ค่อนข้างแออัดหรือลึกลับไปหน่อยและที่จอดรถที่โดนบีบเรื่องระยะเวลาจอด (ทำเลทองใจกลางย่านทองหล่อ) ทำให้ต้องเร่งรีบทานครับ
26 Likes0 Comment


