- หน้าแรก
/
- รูป IfItIs


แชงเกีย
บรรยากาศชิลๆ อาหารอร่อย เสริฟมาแหวกแนว ประทับใจตัวร้านตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 38 ร้านอยู่ซ้ายมือ แว๊บแรกที่เห็นรู้สึกว่า ร้านนี้เก๋ดีแฮะ ด้านนอกมีโต๊ะให้นั่งชิลด้วย ชอบบรรยากาศแบบนี้มาก
ร้านนี้พึ่งมีการปรับโฉมร้านใหม่ ในร้านเน้นโทนสีสันแดงส้ม ผนังเพ้นลายดอกไม้ ใช้ไฟสลัวๆ ดูอาร์ตๆแต่อบอุ่น ร้านนี้ตกแต่งได้มีสไตล์ เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองมาก
เดินบันไดเล็กๆขึ้นมาชั้นสองของร้านเป็นโต๊ะแบบนั่งพื้น มีหมอนอิงลายไทยและพรมนุ่มๆวางเรียงรายอยู่บนพื้น จะคนละแนวกับด้านล่าง
มาเริ่มด้วยเครื่องดื่มแนะนำของทางร้าน White Sangria (แก้วละ 250 บาท)
Sangria ใส่มาในแก้วสีดำลายจุด ส่วนตัวแล้วเป็นคนไม่ถนัดเรื่องแอลกอฮอร์ แอบจิบไปนิดนึง ออกหอมๆ แต่แรงอยู่เหมือนกันนะ เพื่อนที่ไปด้วยบอกว่าอร่อยค่ะ
ขนมกินเล่นเป็นโรตีอบกรอบกินคู่กับดิฟรสหมูเผ็ด สังเกตุเห็นว่าบนตัวแพคเกจเขียนว่า อร่อยง่ายแต่หยุดยาก พอได้ลองชิม ดิฟอร่อยจริงๆนะ รสกลมกล่อม มันๆ และมีรสเผ็ดมาแก้เลี่ยน กินแล้วเพลิน ส่วนตัวแล้วชอบรสนี้มากค่ะ
เมนูแรกหมี่กรอบหน้าไก่ (140 บาท)
อาหารเสริฟมาในชามถ้วยสีดำด้านบนวางด้วยช้อนและส้อมไม้ ดูแล้วน่ารัก ตัวเส้นหมี่เป็นแบบกรอบ ตัวน้ำราดรสกำลังดี ไม่เลี่ยนและมีกลิ่นหอม ไก่นุ่มค่ะ ชอบตรงที่น้ำราดทำมาแบบคลุกคลิกตัวเส้นอมน้ำกำลังดี ส่วนตัวชอบแบบนี้
ตัวหวานผัดกระเทียม (150 บาท)
จานนี้ขอยกให้เป็นเมนูโปรดเลยค่ะ ตับสุกกำลังดี ไม่แห้งและไม่เละ ชิ้นใหญ่พอดีคำ ผัดมาคลุกคลิกไม่แฉะเกินไป ให้กระเทียมมาเยอะเลยทำให้ไม่เลี่ยนมาก รสเค็มหวานกำลังดี เราว่าเมนูนี้เป็นเมนูง่ายๆ แต่ถ้าทำอร่อยก็เป็นเมนูที่กินได้ไม่เบื่อ
ต่อด้วยเมนูใหม่ The Masterpiece ลองแบบ The Last Supper (คำละ 65 บาท)
ด้านล่างจะเป็นเหมือนแผ่นเกี๊ยวกรอบ ประกอบด้วย เนื้อ ไข่นกกระทาดิบ กระเทียม และซอสที่ร้านทำเอง รวมๆแล้วมันเข้ากันมาก เป็นรสเค็มๆมันๆ อารมณ์คล้ายๆเหมือนกินขนมโตเกียวทรงเครื่องแต่เปลี่ยนเป็นแป้งเกี๊ยวและมีซอสเค็มๆ รสชาติคงไม่ใช่รสที่แปลกใหม่มาก แต่ด้วยการนำเสนอที่น่าสนใจ เลยทำให้เมนุนี้มีเอกลักษณ์มากค่ะ
ต่อด้วย French fries Dip แบบ Beginner พร้อมดิฟ 3 รส (240 บาท)
เฟร้นฟรายชิ้นใหญ่มาก ทอดมากรอบนอกนุ่มใน เล็กว่าคนที่ชอบกินแนว Potato Wedges น่าจะชอบเมนูนี้ เฟร้นฟรายเสริฟมาในจานรองสี พร้อมกับผักสลัดสดและเบบี้แครอท แต่เล็กชอบใช้ผักดิฟมากกว่าเพราะอ้วนน้อยกว่า จะได้รู้สึกผิดน้อยลง และกินได้เรื่อยๆ ดิฟที่นี่อร่อยจริงค่ะ เล็กชอบหมูเผ็ด กับ แกงกะหรี่ญี่ปุ่น
คอหมูย่างพร้อมดิฟครีมชีสและโรตี
คอหมูย่างนิ่มมาก จิ้มกับครีมชีสเข้ากันค่ะมันๆและกลมกล่อม แต่อันนี้ขอชิมนิดนึงพอ เพราะดูแล้วอ้วนไม่ใช่น้อย และไม่ใช่คนชอบกินหมูเท่าไหร่นัก
ของหวานเราเลือกลองเป็น Let’s Go to Bed Set (360 บาท)
ตอนแรกที่พนักงานเดินมาเสริฟแอบตื่นเต้นกับกล่องเตียงยักษ์ บนเตียงมีผู้หญิงนอนอยู่ พอเปิดกล่องเตียงขึ้นมาก็เจอ เซทแพนเค้ก เสริฟมาพร้อมกับดิฟต่างๆและไอศกรีม พร้อมแก้วนมเล็กๆสามแก้ว ไอเดียเก๋มาก ตอนแรกที่ชิมแพนเค้กเนื้อสัมผัสโอเคค่ะ นุ่มและเนียน แต่แอบงงว่าทำไมไม่ค่อยมีรสชาติ และไม่ค่อยมีกลิ่นเนย แต่พอเห็นแก้วเนยที่ละลายมาให้ใส่แยกเลยเข้าใจว่า ใครชอบแบบไหนและชอบดิฟอะไรก็ผสมกันเองตามใจชอบ แนะนำให้สั่งมาแบ่งกันหลายๆคน เพราะว่าเซทค่อนข้างใหญ่อาจจะหนักไปสำหรับหลังมื้ออาหารค่ะ
สรุปภาพรวมชอบบรรยากาศร้านที่ตกแต่งได้เก๋ มีสไตล์และมีเอกลักษณ์ของตัวเอง แต่ข้อเสียอาจจะติดตรงที่ขนาดของร้านค่อนข้างเล็กอาจจะเสียงดังไปนิดและพื้นที่ในร้านค่อนข้างจำกัด เรื่องรสชาติเล็กว่าเป็นเพราะอาหารออกแนวฟิวชั่นและด้วยตัวเมนูไม่ได้ซับซ้อน จึงเป็นรสที่กินง่าย อร่อยได้มาตรฐานของเมนูประมาณนี้ การนำเสนอแปลกใหม่และน่าตื่นเต้น เลยทำให้มื้อนี้ประทับใจมากค่ะ หากใครกำลังมองหาร้านเก๋ๆ นั่งชิลๆ ร้านนี้ก็เป็นอีกประสบการณ์ที่ดีค่ะ
40 Likes0 Comment


