- หน้าแรก
/
- รูป Breeze


บรรยากาศร้าน
Asian fusion แบบ open air บนตึก state towerร้าน Breeze เป็น 1 ใน 6 ร้านของ State tower ครับ โดยเน้นไปที่ Asian fusion มี head chef เป็นคนสิงคโปร์ ร้านอยู่ที่ชั้น 52 ของตึก State tower ครับ จอดรถที่ใต้ดินแล้วขึ้นลิฟท์รวดเดียวถึงครับ
บรรยากาศ: ร้านนี้ตกแต่งแนว Modern ความเจ๋งคือจากลิฟท์เดินออกมาจะเจอสะพานก่อนเลยครับ สะพานนี้เป็นคารเหล็กพื้นกระจก lighting สีชมพู อลังการดีครับ เสียดายที่ไม่ให้ถ่ายรูป เมื่อลงจากสะพานจะแบ่งเป็น 2 ฝั่งคือ smoking ที่จะมี drink bar ด้วย กับฝั่ง non-smoking ครับ โต๊ะจะตั้งไล่ๆความสูงกันไปจากตรงกลางไปถึงขอบกระจกเพื่อจะได้เห็นวิวทั่วๆ ทุกโต๊ะครับ ที่ร้านนี้มีส่วน indoor ด้วยซึ่งตกแต่งแบบ contemporary พร้อม wine storage สวยๆ แต่ถ้าฝนไม่ตกคงไม่มีใครเข้าไปครับ 5 ดาวเต็ม
อาหาร: เมนูที่ลองเป็น tasting menu เริ่มจาก complimentary dish เป็นมะเขือเทศแช่บ๊วย มะเขือเย็นผสมรสหวานอมเปรี้ยวของบ๊วย ทานแล้วสดชื่นดีครับ เหมือนเป็นการเตรียมลิ้นให้พร้อมก่อนเริ่มชิมอาหาร ต่อด้วย roll วุ้นเส้น อันนี้เฉยๆครับ โดยทานคู่กับซอสที่มีให้ 5 ชนิดครับ
จานแรกเป็น hors d'oeuvres 3 อย่างครับ
Chilled sea prawn with basil sauce and ossetra cavier กุ้งเย็นราดน้ำจิ้มซีฟู้ดนั่นเอง จานนี้รสอ่อนๆครับ ซอสหอมโหระพารสไม่จัดมาก รสชาติไม่ถูกปากครับ
Crisp seafood roll with bacon and mustard mayo เปาะเปี๊ยะซีฟู้ด เด่นที่ใช้แป้งพัฟมาทอดทำให้ได้ texture แปลกใหม่ ราดด้วยซอสเปรี้ยวหวาน เวลากัดจะได้ความกรุปของเปลือกต่อด้วยเนื้อเด๊งๆของกุ้งและปลาหมึก อร่อยมากครับ
Pan seared Alaskan king crab dumpling with pickled ginger เนื่องจากไม่ใช่แฟนปูอลาสก้าครับ (ส่วนตัวคิดว่าปูทะเลของไทยอร่อยกว่าเยอะ) เมนูเลยเหมือนกินเกี๊ยวปูธรรมดา เฉยๆครับ
จานที่ 2 เป็น มีให้เลือก 2 แบบ แต่โชคดีไป 2 คน เลยได้ชิมทั้ง 2 แบบครับ ซุปที่นี่เวลาเสิร์ฟจะใส่หม้อมาเทที่โต๊ะครับ เพื่อให้ซุปร้อนไม่ชืดตอนทานครับ
Braised superior shark fin with Maine lobster stuffed with mushroom in clear soup สรุปคือ ซุปหูฉลามเกี๊ยวกุ้งกับเห็ด น้ำซุปเป็นสต็อกไก่หอมยาจีนครับ เกี๊ยวกุ้งผสมเห็ดหอมเนื้อเหนียวเด้ง เผ็ดพริกไทยนิดๆ อร่อยดีครับ แต่ไม่ได้แตกต่างกับภัตตาคารจีนดีๆครับ
Double-boiled hot&sour consommé with snow fish and mushroom น้ำซุปแปลกดีครับ รสชาติจะเปรี้ยวเผ็ดแบบซุปเสฉวนแต่น้ำใสครับ ปลาหิมะก็ลวกมากำลังดี หวานมัน ไม่คาว อร่อยครับ
จานที่ 3 เป็นจานปลาครับ
Crispy marble goby fish with eggplant and homemade spicy sauce หรือก็คือ ปลาบู่ทอดซอสเปรี้ยวหวาน เนื้อปลาสดมาก หวานนุ่ม ไม่คาวครับ แป้งบางกรอบดี ซอสเป็นซอสมะขามเด่นหวานอมเปรี้ยวครับ มะเขือก็กรุบกรอบดี ทานตัดเลี่ยนได้กำลังดีครับ อร่อยครับ
จานหลักเป็นเนื้อครับ
Wok-fried Australian beef tenderloin with peanut-BBQ sauce and organic black rice จานนี้ถ่ายรูปยากครับ ดำไปซะทุกส่วนเลย เนื้อผัดมาประมาณมีเดียม เนื้อนุ่มหอมหวานมัน ซอสรสหวานเค็ม แต่รสจัดมากครับทานเปล่าๆไม่ได้ ข้าวเป็นข้าวดำ(เดาว่าเป็นข้าวลืมผัว) ผสมกับข้าวทอด(คล้ายๆข้าวตังแต่ทอดแยกเป็นเมล็ดๆ) ข้าวหุงออกแข็งๆหน่อยครับ เมื่อผสมกับข้าวทอดเวลาเคี้ยวจะกรุบกรอบกำลังดีครับ ทานกับเนื้อนุ่มๆแล้วเข้ากันมากครับ มีทุกรสสัมผัสในปากคือ กรอบ นุ่ม เหนียว เปื่อย ถือว่ามีมิติดีครับ อร่อยครับ
ปิดท้ายด้วยของหวาน ที่เชฟของหวานจากฝรั่งเศสเป็นคนทำครับ
Michel clutzel chocolate "Las Ancones" with matcha cream and ice cream, crisp, crumble and foam เป็นไอศกรีมชาเขียว หุ้มด้วยครีมชาเขียว ทับอีกชั้นด้วยมูสช็อคโกแล็ต โรย chocolate crumble แซมด้วยแผ่นช็อคโกแลตกับชาเขียว เนื้อไอศกรีมรสอ่อน เนื่อเบาๆ สไตล์ warm ice cream ตัวมูสช็อคโกแล็ตรสหวานละมุนหอมกลิ่นโกโก้เข้มข้น ตัว crumble ก็กรุบกรอบ ทานพร้อมๆกันหรือทานแยกกันก็อร่อยมากครับ จานนี้สุดยอด
มี complimentary cake เป็น chocolate cake with mixed berries เอามูสช็อคโกแล็ตเข้มข้น รองด้วยฐาน hazelnut crumble ตัวเบอรรี่ก็กรอบดีครับ อร่อยครับ
เครื่องดื่ม มี matching wine ด้วยแต่ไม่ได้สั่งครับ สั่ง breeze cocktail มาลองก็อร่อยดีครับ
รวมๆแล้วหลากหลายครับ มีทั้งจานที่อร่อยสุดยอด จานที่แบบไม่ผ่าน ผสมกัน รวมๆก็เอาไป 4 ดาวครับ
บริการ: ยอดเยี่ยมครับ ดีกว่าโรงแรม 5 ดาวทั่วไปอีกครับ 5 ดาว
ราคา: tasting menu 4300++ เครื่องดื่ม 500++
สรุป: 4.5 ดาวครับ
3 Likes0 Comment


