- หน้าแรก
/
- รูป The Sparrow สุขุมวิท 61


Perfect Bake Sourdough Pizzaเป็นร้านอาหารที่ผมตั้งตารอกินมาตั้งแต่ตอนที่ยังอยู่เอกมัย (เคยสั่งมากินแบบ delivery รู้สึกยังไม่ฟินเท่ากินที่ร้าน) ที่ร้านเดิมช่วงเปิดใหม่ ๆ เขาทำพิซซ่าขายแบบจำกัดจำนวนคือ 24 เสิร์ฟต่อวัน ดุ่ม ๆ เดิน walk-in เข้าไป ใช่ว่าจะได้กินนะ ลูกค้าส่วนมากจะทำการจองโต๊ะล่วงหน้าครับ ด้วยความที่เป็น Indy Kitchen ที่มีเมนูค่อนข้างจำกัด วัตถุดิบก็ไม่ได้ stock เยอะ กระแสตอบรับของร้าน the sparrow (เดิมชื่อ sparrow baking studio) จึงเป็นแบบขั้วตรงข้าม คือถ้าไม่ชอบสุด ๆ ไปเลย ก็จะเหวี่ยงวีนแรง ๆ ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันไป
การเดินทาง (ความท้าทายระดับกลางถึงมาก)
มาถึงวันนี้ร้านย้ายมาที่ใหม่แล้วครับ ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 61 เลย Parklane Community Mall และข้าวต้มรวยมิตรเข้ามาหน่อย ถ้าจำไม่ผิด เดิมร้านที่เคยอยู่ตรงนี้มาก่อนน่าจะเป็นร้าน Robin สำหรับคนที่พักอาศัยอยู่ในซอยนี้ คือสะดวกมาก เดินมาได้เลย แต่สำหรับคนทั่วไป การเดินทางก็จะยากหน่อย จากรถไฟฟ้าสถานีเอกมัย เดินเข้ามาในซอยก็ไกลอยู่ ส่วนคนที่ขับรถมา จะจอดแปะข้างทาง ก็เสี่ยงโดนล็อคล้อ เพราะในซอยนี้เขาติดป้ายห้ามจอดช่วงเวลา 16:00-20:00 น. ซึ่งตรงกับมื้อเย็นพอดี จะจอดที่ Park Lane แล้วเดินมาก็ได้นะครับ (สแตมป์บัตรจอดรถได้ฟรี X ชั่วโมงเมื่อซื้อสินค้าที่ MaxValu แต่ถ้าจอดเลยเวลาที่กำหนด ค่าปรับคือแพงมาก) อีกที่ ๆ จอดได้คือที่ Major Sukhumvit เหมาจ่าย 4 ชั่วโมง 20 บาท แต่ว่าเดินไกลหน่อยครับ
การจองโต๊ะ (ไม่ง่ายแต่ก็ไม่ยาก)
ด้วยความที่ร้านใหม่นี้เขาเปิดขาย 2 ช่วงเวลา (แต่ก่อนขายมื้อเย็นอย่างเดียว) คือมื้อเที่ยง 11:00-15:00 น. และมื้อเย็น 17:00-22:00 น. ร้านปิดทุกวันจันทร์ แนะนำให้จองมาทานมื้อเที่ยง หรือไม่ก็เย็นวันธรรมดาเพราะลูกค้าจะไม่แน่นร้านเท่าไหร่นัก เมื่อเทียบกับมื้อเย็นวันศุกร์-อาทิตย์ คือถ้าคุณไม่ได้พักอยู่ในละแวกนี้ การจองโต๊ะมาล่วงหน้าก็จะทำให้คุณมั่นใจได้ว่าจะไม่เดินทางมาเสียเที่ยว
เมนูอาหาร (เน้นพิซซ่า อย่างอื่นมีค่อนข้างจำกัด)
ข่าวดีคือตอนนี้ที่ร้านเขาไม่จำกัดจำนวนถาดพิซซ่า/วันแล้ว โอกาสจะได้กินมีมากกว่าเก่า ตัวเลือกมีมากถึง 12 หน้าเป็น Red Pizza ราดซอสมะเขือซะส่วนใหญ่ แต่ถ้าใครเป็นคนชอบชีสแนะนำให้ลอง White Pizza ครับ (ราคาเริ่มต้นต่อถาดอยู่ที่ 340 บาท ไปจนถึงเกือบ 500 บาท ไม่สามารถสั่งเป็นแบบ Half Half ได้นะครับ แต่ถ้าเพิ่ม topping น่าจะพอได้)
เมนูอื่น ๆ ก็มีเกือบครบทุกหมวดอย่างละนิด อย่างละหน่อย Starter & Salad มี 5 Pasta 3 และ Main 2 ไม่นับรวมเมนูพิเศษที่เสิร์ฟแบบ Seasonal มื้อนี้ผมสั่งเมนูเด็ดจากหน้าพิเศษนี้เป็นซะส่วนใหญ่ เดี๋ยวเรามาดูกันว่าเป็นอะไรบ้าง
มื้อนี้เป็นยังไง (ถูกใจมาก ถึงมากที่สุด)
ขอพูดในส่วนของอาหารอย่างเดียวก่อน ต้องบอกว่าผมประทับใจทุกจานที่ได้ลิ้มลองเลย เป็นแบบที่ตัวเองชอบและคุ้นเคย จะอร่อยหรือถูกปากทุกคนมั้ย อันนี้ตอบได้ยาก เพราะมันขึ้นอยู่กับประสบการณ์และรสนิยมความชอบของแต่ละคนด้วย อ่านรีวิวนี้แค่เป็นแนวทางเฉย ๆ นะครับ ไม่ต้องเป็นต้องสั่งเหมือนกันก็ได้ครับ
Reclette Cheese, Paris Ham, Shitake Mushroom (485 บาท) เป็นพิซซ่าหน้าพิเศษของเดือนมีนาคมนี้ครับ เป็นพิซซ่าหน้าขาวที่มีความหอมฉุยของทั้งชีสและเห็ด ชนิดที่ต่างไปจากหน้าเดิม ๆ ที่เคยกิน ยกให้ถาดนี้เป็นเมนูโปรดของมื้อนี้เลยครับ ไม่ผิดหวังที่ได้ลองของแปลก
Fig & Brie (465 บาท) เป็นถาดแรกที่เล็งไว้ แต่โดนถาดบนปาดหน้าไปก่อน ชอบน้อยกว่า แต่ถ้าได้ลองเป็นถาดแรกอาจรู้สึกฟินกว่านี้ก็ได้ คนไทยจำนวนนึงอาจไม่คุ้นเคยกับ fig หรือลูกมะเดื่อมาก แต่ขอบอกว่าเป็นหน้าที่ชาวต่างชาติปลื้มมาก โดยเฉพาะคนญี่ปุ่นที่เป็นลูกค้าหลักที่อาศัยอยู่ในละแวกนี้ ความคาวของ Brie ตัดกับความหวานของ Fig มันเข้ากันได้ดีแบบแปลก ๆ ครับ
Five mushroom Tagliatelle (445 บาท) เป็นจานที่อยู่นอกเมนูกลางครับ ความพิเศษคือจานนี้ใช้พาสต้าเส้นสด ในขณะที่พาสต้าจานอื่นจะใช้เส้นพาสต้าแห้ง โดยความเห็นส่วนตัวชอบส่วนผสมของจานนี้มาก เป็นความหลากหลายของเห็ด 5 ชนิดที่มารวมตัวกันอยู่ในจานเดียวกัน แต่ถ้าได้ Parmesan Sauce ที่ข้นหนืดและปริมาณมากกว่านี้อีกนิด น่าจะทำให้กลิ่นและรสออกฉุนและคาวได้เพิ่มอีกนิดนึง ด้วยเหตุผลที่ว่าจานอื่น ๆ ที่สั่งมารสมันโดดหมดเลย จานนี้เลยดูเบาไปเลย
Green Jobfish (Aoshibiki) (445 บาท) เป็นหนึ่งใน Main Course จานพิเศษที่ปลื้มมากที่สุดในมื้อนี้เช่นกัน ตัวเนื้อปลาแร่มาสวย ย่างได้สุกและมีกลิ่นหอม และที่สำคัญ tomato base sause ที่เอามาใช้คืออร่อยมากกกกก ก.ไก่ล้านตัว คือไม่ใช่ซอสมะเขือทั่วไป แต่มีความหวานคล้ายเอาน้ำสต็อกมาเคี่ยวกับเนื้อมะเขือ ปรุงรสออกมาได้อูมามิสุด ๆ มะกอกดำ เบซิส ซูกินีคือดีไปหมด
Chicken & Mushroom (445 บาท) มาในแนวที่ใกล้เคียงกัน เพียงแต่เปลี่ยนปลาเป็นสะโพกไก่ ราดด้วย Tomato Salsa ที่รสชาติจัดจ้านพอควร
พูดรวม ๆ (คือดีกว่าที่คิด)
ถ้าได้อ่านรีวิวจากที่อื่นมาก่อน ก็อาจจะรู้สึกกล้า ๆ กลัว ๆ แต่พอได้ลองชิมเอง ผมไม่รู้สึกติดขัดอะไรกับประสบการณ์ครั้งแรกนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเดินทาง (เพราะอยู่ใกล้ ๆ นี้แบบเดินมาได้) เรื่องรสชาติอาหาร การบริการของพนักงาน บรรยากาศร้าน ไวน์ ฯลฯ โชคดีที่เย็นวันนั้นลูกค้าไม่ถึงกับแน่นร้าน ทุกอย่างเลยเป็นไปด้วยความราบรื่น สมูทดีครับ
สรุปว่าคงได้กลับมาซ้ำที่นี่อีกครับ
#Wongnai2025
0 Like0 Comment
