- หน้าแรก
/
- รูป L' Entrecote de paris


Baguette
ร้าน Steak & Frites สไตล์ Cafe de Parisก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ ทาง Wongnai และทางร้านเป็นอย่างสูง ที่ให้โอกาสมาลอง Wongnai Tasting นะครับ
รีวิวนี้ขออณุญาติเลียนแบบสไตล์พี่ Bom+ เนื่องจากหลังไปทานแล้วเกิดอาการสับสนกับความคล้ายคลึงกันของร้านอาหารที่เสิร์ฟอาหารแนวนี้ครับ เลยไปนั่งอ่านประวัติ
ในปี 1940 ร้าน Café de Paris ที่เมือง Geneva, Switzerland (แต่ใช้ชื่อนี้เพราะตกแต่งร้านเหมือนอยู่ใน Paris) ได้เริ่มเสิร์ฟ Butter steak โดยใช้ซอสที่คิดโดย Chez Boubier เป็นครั้งแรก ซึ่งความอร่อยของซอสนี้ ได้โด่งดัง จนคนเรียกติดปากว่า Café de paris sauce ซึ่งทางร้านเอง ก็ขาย Franchise โดยส่งซอสให้กับร้านอาหารในเครือทั่วโลกที่ใช้ชื่อว่า Entrecote Café de Paris ครับ
ต่อมาในปี 1959 Paul Gineste de Saurs ได้ takeover ร้าน Le Relais de Venise ซึ่งเป็นร้านอาหารอิตาลีตกแต่งแบบเวนิซในกรุงปารีส แล้วเปลี่ยนมาขาย Steak and Frites พร้อมซอสแบบ Café de Paris ที่ทำได้ใกล้เคียงกับต้นฉบับที่สุด ณ เวลานั้น ซึ่งก็โด่งดังขึ้นมาอีกเช่นกัน ปัจจุบัน ทายาทของร้านนี้ ได้เปิดร้านในเครือ ใช้ชื่อ Le Relais de L'Entrecote กับ L'Entrecote ซึ่งมีสาขาอยู่ทั่วโลกอีกเช่นกัน โดยใช้สูตรซอสต้นฉบับจาก Le Relais de Venise ครับ
ร้าน L'Entrecote de Paris อยุ่ที่สยามซอย 1 ครับ เยื้องๆโรงหนังสกาล่า ถ้ามองดูด้านบนร้านจะเห็นหอไอเฟลโดดเด่นเลยครับ เจ้าของร้านเป็นชาวฝรั่งเศสครับ ร้านนี้เสิร์ฟอาหารในแบบ Steak & Frites คือ เป็นเซทให้เลือก เนื้อ, หมู หรือ ไก่ และเลือกความสุกของเนื้อ จากนั้นจะเสิร์ฟ ขนมปัง และสลัด ต่อด้วยเนื้อ พร้อม French fries แบบไม่อั้นครับ สำหรับซอส Café de Paris นั้น ทางร้านแจ้งว่าเป็น Family secret sauce ครับ บังเอิญว่าผมเองไม่เคยทาน Original เลยได้แต่รีบไปทาน ร้านสไตล์เดียวกันอีกที่ตรงหลังสวนเพื่อเปรียบเทียบครับ
อาหารเริ่มจาก Sourdough Baguette ขนมปังกรอบนอกนุ่มในดีครับ ทานกับเนยจืดเพลินๆ ต่อด้วย Green Walnut salad ซึ่งได้ผักเป็น Red Oak, Green Oak ผสมน้ำสลัดแบบ Vinaigrette บางๆ กับ Walnut ครับ เดาว่าทางร้านน่าจะคลุกผักทิ้งไว้เลย ทำให้ผักไม่ค่อยกรอบเท่าที่ควรครับ
มาถึงจากหลัก ได้ทานทั้งเนื้อ ไก่ และ หมู ครับทั้งหมดเสิร์ฟกับซอสแบบเดียวกัน และ French fries ครับ ตัวไก่เป็นเนื้ออกไก่ ซึ่งย่างได้ดีครับ เนื้อนุ่มมาก ส่วนหมูออกจะแห้งแข็งและเค็มเกินไปครับ
เนื้อเป็นส่วน Tenderloin ซึ่งถ้า original จะใช้ส่วน rib eye ที่เรียกว่า Entrecote ครับ ไม่แน่ใจว่าที่ทางร้านมีการปรับราคาจาก 990 บาท เหลือ 690 บาทต่อชุด ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงตรงนี้หรือไม่นะครับ ตัวเนื้อนั้นปรุงได้กำลังดีครับ Medium rare ไม่แห้ง เนื้อนุ่ม เสียดายที่ไม่ได้มีกลิ่นหอมเนื้อครับ ซอสเป็น butter base ที่มีกลิ่นของมัสตาร์ด รสชาติโอเคเลยครับ หรือจะใส่ Dijon Mustard ที่ทางร้านเตรียมไว้ให้ก็ช่วยเสริมรสอีกขั้นครับ
จุดที่ไม่ประทับใจในมื้อนี้คงเป็นตัว French Fries ที่เย็น แห้ง และ เหี่ยว ครับ ส่วนนึงอาจเพราะทางร้านให้พวกเราไปถ่ายรูปกันก่อนครับ
ปิดท้ายด้วยของหวานมี 2 อย่างคือ Profiteroles au chocolat หรือ ชูครีมไส้ไอศกรีมวนิลลา ราดซอสช็อคโกแลตครับ กับ Crepe Maison ที่เป็นเครปทา Nutella กับไอศกรีมวนิลลา ทั้ง 2 จาน ก็ล้างปากปิดท้ายมื้อได้ดีเช่นกันครับ
ราคา: ชุดละ 690++ ไม่รวมของหวาน
สรุป: 2.5 ดาวครับ
หมายเหตุ อีกจุดที่ผมอยากแนะนำให้ทางร้านปรับปรุง คือเมื่อเทียบกับร้านสไตล์เดียวกันในเมืองไทย อีกที่นั้น ร้านนี้จะมีความเป็น Casual dining มากกว่ามากๆ ซึ่งผมว่ารายละเอียดอย่างการ คลุกสลัดก่อนเสิร์ฟ การเลือก Tableware การอุ่นจานที่ทาน จะช่วยสร้างคุณค่าให้ร้านนี้มากขึ้นครับ
7 Likes0 Comment
