4.1
117 เรตติ้ง (108 รีวิว)
ปิดอยู่จะเปิดในเวลา 10:00
Calin La Boulangerie
บาร์เปิด
ร้าน Calin อร่อยแบบปารีส ในโครงการ The Ei8ht Thonglorร้าน Calin cafe (กาแล็ง คาเฟ่) หรือชื่อเต็มๆว่า Calin Le Boulangerie et Le Cafe ตั้งอยู่ที่ชั้น G ของโครงการ The Ei8ht Thonglor ค่ะ มีที่จอดรถทั้งชั้นบนบริเวณชั้น 4 ของตัวอาคารหรือจะเป็นชั้นใต้ดินใกล้กับฟู้ดแลนด์ก็ได้ค่ะ (อย่าลืมให้ทางร้านสแตมป์บัตรจอดรถให้นะคะได้ฟรี 2 ชั่วโมงค่ะ) มาถึงร้านแล้วคนเยอะทีเดียวค่ะ เริ่มจะมีคิวรอบ้างแล้วประปราย โชคดีเราได้ที่นั่งเรียบร้อย ร้านนี้มีโซนที่นั่งแบบด้านในห้องแอร์และด้านนอกค่ะ ซึ่งบรรยากาศดีน่านั่งทั้งคู่เลย ร้านตกแต่งตามคอนเซ็ปท์ทุกอย่าง คือความเป็นฝรั่งเศสค่ะ สวยงาม หรูหรามีสไตล์ แบบเข้าถึงได้ เน้นโทนสีขรึมๆ เรียบๆ แต่แอบเก๋ด้วยการจัดวางและของตกแต่งค่ะ มีครัวที่เป็นกระจกให้เห็นเชฟทำอาหารกันด้วย ร้านนี้เปิดตั้งแต่เช้าค่ะ ตั้งแต่ 08.00-23.00น. กันเลย อยากมาตอนไหนก็ได้หมดค่ะ ส่วนพนักงานสุภาพ ยิ้มแย้ม และมารยาทดีค่ะ แต่งตัวเหมาะกับร้านมาก แต่พอคนเยอะพนักงานดูจะเริ่มไม่พอแล้วค่ะ ส่วนเมนูทางร้านมีมาทั้งแบบเล่มและไอแพดค่ะ และเจ้าไอแพดตัวดีนี่แหละค่ะ ที่ทำให้เราเห็นภาพชัดมาก จนลังเลใจเพราะเห็นอาหารน่าทานไปซะทุกจานเลยค่ะ เลือกยากมาก ในที่สุดก็เลือกได้แล้วค่ะ (ขออนุญาตรีวิวรวมกันเพราะได้ไปสองอาทิตย์ติดกันเลยค่า อาจจะยาวสักหน่อยนะคะ ฝากด้วยค่ะ^^) เริ่มจาก...เครื่องดื่ม - Cappuccino (130.-) คาปูชิโน่แก้วย่อมๆ ที่พูนมาด้วยฟองนมหนานุ่ม ปลื้มมากกับปริมาณฟองนมค่ะ ละมุนลิ้นมากเลย ถึงขนาดต้องแหวกฟองนม เพื่อหาพื้นที่หย่อนน้ำตาลลงไปนิดนึงค่ะ เราเลือกกาแฟระดับความเข้มข้นปานกลางค่ะ (Florio) ไม่ถึงขั้นเข้มข้นมาก โดยมีพนักงานมาแนะนำตามรูปแบบกาแฟที่เราเลือกทาน และให้เราเลือกความเข้มข้นของชนิดกาแฟได้เองค่ะ รสกาแฟหอมนุ่ม เข้มข้นพอดีๆ อร่อยค่ะ ทานจนหมดแก้วยังมีฟองนมให้ละเลียดจนหยดสุดท้าย อ่อ..ที่นี่ใช้กาแฟของ Cafés Richard กาแฟชื่อดังของปารีสค่ะ - Red roses tea (100.-) พนักงานจะนำชาหลากหลายแบบมาให้เราได้เลือกกันก่อนค่ะ พอเราเลือกแล้วชาจึงจะถูกนำมาเสิร์ฟ ซึ่งทางร้านนำเสนอมาแบบแปลกตาแต่ทันสมัย ด้วยแก้วใสทรงสูงแบบแก้วลาเต้ และนำที่กรองชาสีเขียวสดใสทรงคล้ายมาราคัสแต่เล็กกว่าพร้อมฐานรองมาให้วางชา (maracas คือเครื่องดนตรีของอเมริกาใต้ทำจากน้ำเต้า ใช้เขย่าให้เกิดเสียงค่ะ) ส่วนความเข้มความอ่อนของชาก็แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคลเลยค่ะ ได้ชิมแล้วกลิ่นชาหอมสดชื่นดีนะคะ จิบสบายๆ สำหรับน้ำร้อนก็สามารถขอเติมได้ตลอดเวลาค่ะ แต่ที่นี่ใช้ชาของ Ronnefeldt จากเยอรมันนะคะ (จริงๆแล้วชาฝรั่งเศสชื่อดังก็พอมีนะคะ แอบแปลกใจเล็กๆว่าทำไมถึงไม่ใช้ชาของฝรั่งเศสไปด้วยเลย ^^ อันนี้แอบอยากรู้ส่วนตัวค่ะ เพราะเห็นว่าวัตถุดิบของที่นี่ส่วนใหญ่ก็นำเข้าจากฝรั่งเศสทั้งนั้นเลย) มาถึงอาหารคาว... - Classic egg Benedict on Brioche with ham and asparagus (220.-) จริงๆแล้วเวลาพูดถึง egg Benedict นั้นจะมาในรูปของขนมปังแบบที่เรียกว่าอิงลิชมัฟฟิน กับแฮมหรือเบคอน ไข่ลวกในน้ำส้มสายชู หรือ poached egg ทานคู่กับ hollandaise sauce แต่ที่นี่ปรับเปลี่ยนจากขนมปังต้นแบบมาเป็นขนมปังบริออชค่ะ เนื้อขนมปังบริออชนุ่มๆหอมๆ รองมาด้วยชิ้นแฮมหนานุ่มรสชาติไม่จัดเกินไป หน่อไม้ฝรั่งสดๆลวกมากรอบนุ่มพอดีทาน และแน่นอนว่าขาดไม่ได้กับพระเอกของจานอย่างไข่ลวกในน้ำส้มสายชู ให้ไข่ขาวห่อไข่แดง โดยไข่ขาวสุก แต่ไข่แดงยังไหลเยิ้มอยู่ด้านในค่ะ ซึ่งทางร้านทำมาได้พอดีทานค่ะ ปิดท้ายกันที่นางเอกของจานนี้อย่าง hollandaise sauce เป็นซอสสีเหลืองเข้ม ลักษณะเป็นครีมข้นเล็กน้อยที่ราดหน้าไข่มา รสชาติพอดีทานค่ะ เค็มเปรี้ยวนิดๆ มีกลิ่นเลมอนฟุ้งๆ อร่อยดีค่ะ (hollandaise sauce เป็นซอสที่ทำจากเนยใส หรือ clarified butter ผสมกับไข่แดง ปรุงรสด้วยเกลือพริกไทยเล็กน้อย และเลมอนค่ะ) - Plain croissant (65.-) ครัวซองท์ชิ้นใหญ่เปลือกกรอบ เนื้อข้างในนุ่ม เหนียว หอมชุ่มเนยดีค่ะ ทานคู่กับแยมที่มาด้วยกันทั้งสองแบบเข้ากันดีมากค่ะ ทั้ง strawberry balsamic jam และ orange cinnamon jam ค่ะ แต่ส่วนตัวแล้วชอบ strawberry balsamic jam มากกว่านิดนึงค่ะ เข้ากันอย่างบอกไม่ถูกค่ะ ^^ - Pan-fried Tasmanian salmon on assorted vegetables bed with red wine sauce (520.-) รูปแบบการนำเสนอจานนี้สวยงามสดใสมากค่ะ เนื้อปลาแซลมอนจากทัสมาเนียทอดมาหนังกรอบมาก เนื้อนุ่มพอดีทาน ไม่สุกจนเกินไป ติดว่าผิวปลาเค็มไปหน่อยค่ะ ส่วนผักลวกในจานทุกอย่างสด กรอบนุ่ม ทั้งบีทรูท แครอท ซูกินี่ เซเลรี่ (ต้นขึ้นฉ่ายฝรั่ง) และอีกหลายอย่างค่ะ ทางร้านเลือกสีผักมาได้สดใส จัดวางมาได้เหมาะเจาะลงตัวดีค่ะ แถมมีไข่นกกระทาต้มลูกเล็กๆมาด้วย น่ารักดี จะทานปลาเปล่าๆรสก็เข้มข้นอยู่แล้ว หรือจะทานกับซอสที่เสิร์ฟมาคู่กันด้วยก็ได้ ซึ่งที่นี่เลือกที่จะเสิร์ฟกับซอสไวน์แดง รสชาติจึงใกล้เคียงซอสสเต็กเนื้อมากเลยทีเดียว แต่พอทานด้วยกัน อืมม..ก็เข้ากันได้นะคะ - 1824 Grain fed entrecôte with potato wedges (860.-) หรือสเต็กเนื้อนั่นเองค่ะ แต่ที่ชื่อแปลกไปก็เพราะเป็นชื่อเนื้อค่ะ จานนี้น่ารักอีกแล้วค่ะ เพราะเนื้อชิ้นใหญ่ถูกวางมาบนเขียงไม้ที่เป็นรูปวัว มาคู่กับมันฝรั่งทอดแบบสดๆไม่ใช่แบบแช่แข็ง และซอสสเต็กค่ะ จานนี้เราสั่งระดับความสุกของเนื้อแบบ medium well ค่ะ ซึ่งเนื้อที่ได้สุกพอดีตามที่สั่งไป และยังคงนุ่มชุ่มน้ำเนื้ออยู่ด้านในค่ะ มีมันแทรกอยู่ทั่วชิ้น ทำให้เนื้อนุ่มดีค่ะ มันฝรั่งกรอบนุ่ม ส่วนซอสสเต็กก็หอมอร่อย ทานด้วยกันแล้วลงตัวดีสุดๆค่ะ ( มารู้จัก grain fed beef กันหน่อยค่ะ grain fed beef เป็นประเภทของเนื้อที่ได้จากวัวที่เป็นการเลี้ยงด้วยธัญพืช (ไม่ใช่เลี้ยงด้วยหญ้าค่ะ) เป็นวัวที่ถูกกำหนดจำนวนวันของการเลี้ยงให้น้อยที่สุด แต่ต้องได้สารอาหารสมดุล และสุขภาพดีแข็งแรงสมบูรณ์ ด้วยรูปแบบการเลี้ยงลักษณะนี้ทำให้เนื้อวัวที่เลี้ยงด้วยธัญพืช หรือ Grain fed Beef จะมีลักษณะเฉพาะตามต้องการที่แน่นอน คือมีระดับไขมันแทรกอยู่ในกล้ามเนื้อเหมือนลายหินอ่อน (Marbling) อย่างที่เรียกว่า มาร์เบิล สกอร์ (Marble Score) ได้ตามปริมาณที่ต้องการ เนื้อประเภทนี้จึงมีความนุ่มชนิดแทบละลายในปาก ชุ่มน้ำ (juicy) และรสชาติดี ขอบคุณข้อมูลจากกรุงเทพธุรกิจด้วยค่ะ) ส่วนคำว่า entrecôte นั้นหมายถึงรูปแบบการตัดเนื้อสำหรับทำสเต็กนั่นเองค่ะ - Rocket salad with Parma ham, walnuts and balsamic dressing (260.-) ผักร็อกเก็ตล้วนๆ เสิร์ฟมากับพาร์ม่าแฮมชิ้นบางๆหอมๆ รสชาติเค็มพอดีทาน เคียงด้วยถั่ววอลนัทกรุบกรอบ หอมมัน แรดิชและผลไม้แห้ง ราดด้วยน้ำสลัดบัลซามิครสเข้มข้น สีดำเข้มที่ทำจากองุ่น รสเปรี้ยวหวาน อร่อยลงตัวดีค่ะ - Mushroom cream soup (240.-) ถ้วยลายจุดน่ารักๆ ใส่ครีมซุปเห็ด แถมยังมีแป้งพัฟครอบถ้วยมาด้วย เปิดพัฟออกควันฉุยออกมาจากถ้วย หอมมากเชียวค่ะ ตัวซุปเป็นเห็ดที่ปั่นจนเนียนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกันกับครีม รสชาติหอมมัน กลมกล่อม และไม่ข้นจนเกินไป ทานด้วยกันกับแป้งพัฟก็เข้ากันได้ดีทีเดียว - Deep-fried potato wedges (120.-) หรือ มันฝรั่งทอดแบบติดเปลือกค่ะ ตัวมันฝรั่งชิ้นใหญ่หนา ทอดมาสีสันสวยน่าทานสุดๆ โรยมาด้วยพลาสลีย์ กรอบนอกนุ่มใน ทานตอนร้อนๆอร่อยเพลินเลยค่ะ - Seared super size Hokkaido scallops with mango salsa and raspberries dressing (620.-) สีสันจานนี้สวยสดใสมาเลยค่ะ หอยเชลล์ตัวโตสองตัวเป็นพระเอกของจาน ทำมาได้สุกกลางๆด้านในเนื้อยังใสอยู่ เนื้อนุ่มหอมหวานใช้ได้ รายล้อมไปด้วยผักและผลไม้ซัลซ่าสีสันสดใส ทั้งมะม่วง แครนเบอรี่อบแห้ง พริกยักษ์สามสี และใบร็อกเก็ต ทานเคียงกับซอสราสเบอร์รี่ ทำให้รสชาติจานนี้ออกหวานนำนิดนึงค่ะ แต่ราคาก็สูงไปนิดถ้าเทียบกับปริมาณอาหารในจานนะคะ - Croque calin (220.-) อีกจานเอกของร้านค่ะ ที่ดัดแปลงมาจากเมนูแซนวิชแฮมสองเมนูชื่อดังของฝรั่งเศสอย่าง Croque Madame และ Croque Monsieur ซึ่งเป็นการนำครัวซองท์กรอบนุ่มมาวางเป็นฐานแทนขนมปัง รองด้วยแฮมแผ่นหนานุ่ม แทรกระหว่างชั้นด้วย Béchamel sauce และชีส แล้วราดด้วยไข่คน หรือ scrambled egg แทนไข่ดาว และโปะทับด้านบนสุดด้วย Béchamel sauce อีกครั้ง ก่อนนำเข้าเตาให้เกิดสีบนผิวหน้าเล็กน้อย ทำให้จานนี้ออกแนวเป็นครีมๆหน่อย ด้วยรสหอมมัน ทั้งจากครัวซองท์ ไข่ ชีสและซอสด้านบนนั่นเองค่ะ แต่ก็เข้ากันได้ดีกับแฮมแผ่นหนา ^^ หากใครไม่ชอบมันๆแบบนี้ อาจรู้สึกว่าเลี่ยนได้ค่ะ (béchamel sauce คือซอสขาวที่มีส่วนผสมของแป้ง เนย และนมเป็นหลักค่ะ ส่วนกลิ่นและรสนั้นสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามใจคนปรุงค่ะ) - Australian rack of lamb with mini vegetables in Parmesan basket and garlic mustard cream (690.-) ซี่โครงแกะ ชิ้นย่อมๆ 3 ชิ้น เนื้อนุ่มได้ตามที่ต้องการค่ะ (medium) ด้านในเนื้อสียังอมชมพูสวยอยู่ แต่กลิ่นแกะยังค่อนข้างแรงอยู่เหมือนกันค่ะ ทานกับผักสีสวยหลากหลายอย่างที่ลวกมาพอดีทาน มีมัสตาร์ดซอสป้ายในจานมาให้ทานเคียงกันกับเนื้อแกะด้วย ช่วยกลบกลิ่นแกะได้ส่วนนึงเลยค่ะ ราดซอสเกรวี่เพิ่มความเข้มข้นในรสชาติอีกนิด และชอบที่สุดตรงที่มีแผ่นพาร์มีซานชีสกรอบๆทำมาเป็นแผ่นโค้งๆทรงคล้ายตะกร้ามาให้ทานคู่กันด้วย หอมมันดีค่ะ และสุดท้าย...อาหารหวานค่ะ - Strawberry millefeuille (180.-) ของหวานที่ดึงดูดใจมากที่สุดในเมนู ทั้งรูปแบบการนำเสนอที่เก๋ไก๋สุดๆ และความขึ้นชื่อของเมนูนี้ในฝรั่งเศส เมื่อจานนี้มาเสิร์ฟก็ไม่ผิดหวังค่ะ จัดเรียงมาสวยงามสลับชั้นอย่างลงตัว ระหว่างแป้งพัฟกรอบๆทรงกลมรี ครีมสด และสตรอเบอร์รี่สดชิ้นโต เนื้อสัมผัสและรสชาติทุกอย่างดีมากค่ะ อร่อยมาก ตัวแป้งพัฟกรอบขึ้นชั้นเล็กน้อยและหอมกลิ่นเนยมาก ตัวครีมสดทั้งหอม และมันเข้มข้น หวานเล็กน้อย ทานกับสตรอเบอร์รี่สดหวานๆเปรี้ยวๆ อร่อยค่ะ ^^ - Twisted croissant with caramel biscuit ice cream (220.-) เสิร์ฟมาดูเต็มจานน่าทานมากค่ะ แต่ผิดหวังนิดหน่อยกับตัวครัวซองท์ทวิสต์ค่ะ เพราะรู้สึกแห้งและแข็งปนเหนียว ไม่กรอบนุ่มอย่างที่คิดค่ะ นอกนั้นส่วนผสมอื่นในจานอร่อย ลงตัว และเข้ากันดีมาก ทั้งผลไม้สด อย่างกีวี แอปเปิ้ลเขียว สตรอเบอร์รี่ ทานกับครีมสด รสหอมมัน และไอศกรีมคาราเมลบิสกิตที่หวานหอม พอดีๆ มีชิ้นคาราเมล และบิสกิตที่ให้เคี้ยวโดนกรุบๆ อร่อยค่ะ ชอบไอศกรีมที่สุดเลย ^^ โดยทางร้านจะมีน้ำเปล่าธรรมดาให้บริการนะคะ และมีตะกร้าขนมปังเล็กๆ พร้อมเนยลูกกลมๆในถ้วย ให้เราทานระหว่างรออาหารด้วยค่ะ ขนมปังฝรั่งเศสร้อนๆกรอบนุ่ม ทาเนยก็อร่อย หรือจะเพิ่มแยมด้วยก็ไม่ว่ากันค่ะ สองมื้อนี้ต้องบอกว่าอร่อยประทับใจค่ะ อาหารและเครื่องดื่มรสชาติโดยรวมดี นำเสนอสวย บรรยากาศ และบริการดีเช่นกันค่ะ (ส่วนตัวแล้วชอบวิธีการบริการและการนำเสนออาหารในแต่ละจานมากที่สุดค่ะ) สำหรับราคารวม Vat และ Service Charge ค่อนข้างสูงแต่ก็ถือว่าคุ้มค่าพอสมควรกับคุณภาพของทุกๆอย่างค่ะ ^^ ป.ล. การได้มาทานอาหารอร่อยๆกับคนคอเดียวกันมันสนุกสนานเหลือเชื่อเสมอค่ะ ^^ "Eat well, Laugh often, Love abundantly"... อ่านต่อ
18 Likes0 Comment
photo