The Girl and The Pig เซ็นทรัล เอ็มบาสซี่
The Girl & The Pig Central Embassy (ล้ำสุดๆ)
พบความโรแมนติกหรูหราสุดชิค ดื่มด่ำกับอาหารชั้นเลิศ ในบิสโทรบนห้างแห่งโลกอนาคต @The Girl & The Pig Central Embassyก่อนอื่นต้องกล่าวขอบคุณทุกๆ ฝ่ายที่ทำให้ผมรู้จักร้านที่มี "บรรยากาศยอดเยี่ยม" อย่างร้าน The Girl & The Pig (ไทยแลนด์) ไม่ว่าจะเป็นบัตรรางวัลจากกิจกรรมดีๆ จาก "วงใน" หรือแม้แต่ของขวัญปีใหม่แทนคำขอบคุณจาก คุณ Dan P. แห่ง The Girl & The Pig ที่มาด้วยตัวเอง กับการที่ทำให้คนธรรมดาๆ อย่างผม ได้สัมผัสกับ "ร้านคุณภาพ" และบรรยากาศรวมถึงอาหารในแต่ละจานที่ทางร้าน "คัดสรรวัตถุดิบที่คุณภาพสูง" ให้กับลูกค้าด้วยความจริงใจ วันนี้ผมเลยขอรวบรวมอาหารทั้งหมดที่ผมได้ชิมด้วยตัวเองและบอกเล่าความรู้สึก "ส่วนตัว" ให้กับสมาชิกหรือใครที่กำลังมองหาร้านสไตล์แบบร้านนี้ ได้เป็นทางเลือกที่น่าสนใจอย่าง The Girl & The Pig ในวันนี้ครับ - The Girl & The Pig ร้านอาหารสไตล์ๆ เหมือนยกจากเมืองนอกเข้ามาให้คนไทยได้นั่งกินบรรยากาศรวมถึงวัตถุดิบที่น่าจะอิมพอร์ตเข้ามาจากต่างแดนด้วยให้บริการอาหารแนว อิตาเลี่ยนหรือแถบๆ โซนยุโรปนั่นหละครับ มีครบทุกอย่างทุกรสชาติและทุกบรรยากาศที่ถ้าคุณต้องการร้านอาหารยุโรปดีๆ ซักร้าน ที่นี่ตอบโจทย์ลงตัวครับ ทั้งของคาว-หวาน รวมถึงแอลกอฮอล์ทุกประเภทรองรับค่ำคืนที่พิเศษทุกๆ คนที่มาที่นี่ครับ เปิดตัวสาขาแรกในกรุงเทพ (ผมหวังว่าคงได้ขยายสาขาในอนาคตนะครับ) ให้ได้ลิ้มรสชาติกันแล้วที่ ห้างหรูใจกลางเมืองย่าน "เพลินจิต-ชิดลม" อย่าง Central Embassy ชั้น 5 สะดวกด้วยการเดินทางลงสถานี "เพลินจิต" (ดีที่สุดเพราะมีทางเชื่อมเข้าห้างได้เลย) ตัวร้านดูได้จากภาพในรีวิวนี้ได้เลยคร้าบบบ สร้างร้านได้หรูหราเข้ากับห้างที่ล้ำที่สุดในกรุงเทพตอนนี้ครับ - บรรยากาศของ The Girl & The Pig Central Embassy หรูดูดีบรรยากาศน่านั่ง ตกแต่งร้านได้ยอดเยี่ยมทุกองศาเลยทีเดียว ยิ่งการมาตั้งในห้างที่ล้ำที่สุด คศ.นี้แล้วด้วยยิ่งทำให้ร้านดูดีมีระดับตามสถานที่กันไปเลยทีเดียว บรรยากาศที่เย็นฉ่ำมีมุมน่านั่งหลายมุม จุดพีคที่สุดของร้านนี้คงเป็นริมที่นั่งติดกระจกที่จะทำให้คุณได้มองเห็นวิวของใจกลางกรุงเทพได้แบบไม่อยากจะลุกออกจากร้านทีเดียวครับ - การบริการของ The Girl & The Pig Central Embassy เมื่อห้างเอื้อคนระดับหรูหราแล้วการบริการก็เลยหรูหราตามไปด้วย ไม่ว่าคุณจะไปในสไตล์ไหนร้านนี้เรียกว่าแทบจะโอบอุ้มคุณเข้าร้านเลยทีเดียว พนักงานบริการดีมากกกกก เรียกว่าแทบจะทุกขั้นตอนยกมือไหว้ตลอด ไม่ว่าเราจะหยิบจะจับอะไรก้เรียกว่าแทบจะทำแทนทุกเรื่องยังได้เลย อย่างผมจะย้ายโต๊ะ อาหารจานใหญ่ๆ ก็ผมจะหยิบมาจานนึงติดตัวมาก็บอกไม่ต้องๆ ยอมแบกจานใหญ่สามจานประคองมาให้ผมถึงโต๊ะ ร้านปิดสี่ทุ่มครึ่ง อีกห้านาทีจะสี่ทุ่มครึ่งแสงสีเสียงแอร์ในร้านยังเปิดจัดเต็ม พนักงานยืมกุมมือยืนตรงแบบสุภาพ ไม่มีการมาเก็บโต๊ะข้างๆ กดดันนะ คือเป็นบางทีเผลอๆ มันจะมีเอาไม้ถูพื้นมาสอดใต้ขา แฟลบ แฟลบ แฟลบ ประมาณว่า เฮ๊ยเมิงกลับบ้านได้ละ กรูง่วงอยากกลับบ้าน แต่ที่นี่ไม่มีนะครับ ผมหละประทับใจจริงๆ พนักงานมีความรู้ในหน้าตาอาหารและสิ่งที่รังสรรค์ออกมาแบบถามอะไรตอบได้ เพราะในเมนูเป็น "ภาษาอังกฤษ" ล้วนๆ ครับ ชื่นชมเอาไปเต็มร้อยคะแนนเลยสำหรับการบริการ - คุณภาพของอาหารและราคาของ The Girl & The Pig Central Embassy ตรงนี้อาจทำให้สะดุ้งนิดหน่อยเพราะคนไทยเชื่อว่าส่วนมากเลยดีกว่า อาจจะยังไม่ชินกับราคาแรงที่เรากำลังจะต้องเตรียมรับมันในปัจจุบันและอนาคตกำลังจะมาถึง เพราะถ้าเป็นเมื่อก่อนเรามีเงินเดินห้างแล้วหาร้านอาหารอร่อยๆ ซักร้านนึง เราจะสั่งจานหลักแล้วก็แบบเอ๊ยเดี๋ยวเผื่อเงินสั่งขนมกินเล่นหน่อยวุ้ย แต่ตอนนี้ที่นี่ไม่ได้แล้วนะ เพราะว่า "ของหวานราคาเทียบเท่าและแพงกว่าจานหลักบางเมนูเสียอีก" เอาหละสิ ทีนี้ก่อนจะสั่งต้องนั่งคำนวนให้ดีก่อนนะครับว่า เราจะเน้นอะไรมากกว่ากัน โดยผมมา ณ ที่แห่งนี้หลายครั้งเลยขอรวบรวมและเรียบเรียงรีวิวใหม่ โดยเริ่มจากอาหารเรียกน้ำย่อย - จานหลัก - ไปจนถึง ของหวานเพื่อความสมบูรณ์ประกอบรีวิวนะครับ ++ Nordic Shrimp Bite. ++ (ราคา 240++บาท) เริ่มต้นด้วยอาหารทานเล่นที่ทำออกมาน่าทานมากๆ และที่สำคัญ "อร่อยน้ำตาไหล" จริงๆ ชิ้นไม่ใหญ่นะครับ เพราะของเรียกน้ำย่อยที่เรียกว่า น้ำย่อยสะเทือนเพราะราคาแต่ทันทีที่ผมชิมแล้วต้องบอกว่า "มันอร่อยจริงๆ" ถ้าใครนึกไม่ออกผมแนะนำจานนี้ ด้านล่างเป็นปังออกร่วนๆ คล้ายๆ ในพวกชีสเค้กแต่ต้องค่อยๆ ทานนะครับ เพราะแม้จะตัดเล็กแล้วมันก็ฝืดคอมากๆ เรียกว่าเกือบติดคอแหนะต้องซดพวกซุปตามเลยทีเดียว เสิร์ฟมาพร้อมกับกุ้งราดครีมสลัดแล้วโรยไข่กุ้งอีกที ผมจะบอกว่า "โคตรอร่อยเลย" โดยเฉพาะเนื้อกุ้งปรุงรสมาอร่อยจริงๆ ไข่กุ้งต่างจากร้านบุฟเฟ่ต์ทั่วไป เพราะมันจะมีรสชาติที่เข้มและหอมมันกว่าอย่างเห็นได้ชัด ก็เรียกว่าเอาเถอะพี่ ทำอร่อยแบบนี้ราคานี้ก็ยอมกินหละครับ เบ็ดเสร็จรวมชาร์จและภาษีก็ร่วม 300 บาทแล้วสำหรับอาหารเรียกน้ำย่อย ++Scallop Caponata.++ (450++บาท) เป็นอาหารเรียกน้ำย่อยที่เรียกว่าราคาโหดเอาเรื่อง แต่สตอรี่ในจานเขากิมมิคเยอะครับ ไม่ว่าจะเพลทที่รองรับอาหาร การตกแต่ง จากหอยเซลล์ในจานที่เรียงกันอย่างกับดาวฤกษ์สามดวง เพราะมาแบบ เล็ก-กลาง-ใหญ่ เลยทีเดียว เสิร์ฟพร้อมเบคอนพันหน่อไม้ฝรั่งที่อร่อยดีครับ แต่ในส่วนของเครื่องเคียงที่เสิร์ฟมา ส่วนตัวยังไม่ค่อยชอบรสชาติเท่าไหร่ครับ อาจจะเป็นเพราะผมไม่ชอบมะเขือม่วงก็ได้ครับ แต่ในนั้นก็ยังมีเบคอนชิ้นเล็กๆ ผัดๆ รวมกันมา ในส่วนของตัวหอยรสชาติ หวาน-เนื้อแน่น ความสดไม่ต้องพูดถึงยอดเยี่ยมกริลล์มาได้ดี แต่ถ้าให้ดี ผมอยากให้เป็น "โฮตาเตะ" ของพี่ยุ่นเขาน่าจะดีกว่า ซึ่งตัวใหญ่เคี้ยวมันส์ปากมากกว่า (ถ้าใช้จากญี่ปุ่นอยู่แล้วต้องขออภัยที่ผมเข้าใจผิดนะครับ ตรงนี้รอคุณแดนมาเสริมอีกที ถ้าได้อ่านนะครับ) และน่าจะเหมาะกับราคาที่รวมทุกอย่างแล้วเกินหลักห้าร้อยบาท ได้น่าสนใจทีเดียวครับ ++ Egg Benedict With Smoked Salmon ++ (ราคา 260++บาท) มาถึงจานหลักที่ร้านแนะนำตัวนี้มาบอกว่าขายดี มีให้เลือกระหว่าง แซลมอนกับปู ผมเลือกแซลมอนรมควันครับ เสิร์ฟมาบนขนมปังที่อร่อยมากๆ สองชิ้นและไข่ชนิดลาวาปะทุ 2 ฟอง เท่ากับปริมาณขนมปังและแซลมอนอย่างละชิ้นราดซอสครีมมัสตาร์ทที่ต้องบอกว่ายอดเยี่ยมอีกเช่นเคย แต่ผมไม่กินไข่แดงอะครับ เลยได้เพียงถ่ายรูปแล้วปาดเอาไข่แดงทิ้งหมดเลย (แอบเสียดาย) แต่ผมขอชื่นชมการทำไข่ออกมามากๆ ไข่ขาวสุกเต็มที่โดยที่ไข่แดงเรียกว่าไม่โดนความร้อนเลย คงใช้เทคนิคขั้นแอดวานซ์เลยนะเนี่ย ครีมซอสอร่อยมาก ถ้าตัดทานรวมกันหมดคำเดียวอร่อยมาก แต่ถ้าชิมแซลมอนรมควันผมรู้สึกได้รสคาวนิดนึงด้วยอะ พลาดหรือเปล่าผมไม่แน่ใจแต่สำหรับผมมันคาวและค่อนข้างเค็มมากพอสมควร ควรกินทุกอย่างภายในคำเดียวน้ำตาถึงจะคลอไม่ถึงกับไหลครับ อร่อยครับสลัดที่มากับจานนี้สดมาก อร่อยจริงๆ โดยเฉพาะผักที่ชื่อว่า "กรีนคอรัล Green Coral" อร่อยมากๆ ครับนี่ราคาอาหารทานเล่นกับจานหลักต่างกันตี๊ดเดียว จานนี้รวมทุกอย่างก็ 300 กว่าบาทครับ ++ Seafood Arabiata ++ (ราคา 360++บาท) เอ๊ยร้านข้างทางผมคิดผมกลับชอบจานนี้แหะ ราคากลับเป็นที่รับได้ เมื่อเทียบกับที่ผมเคยทานมาเพราะ "ปริมาณเยอะกว่าที่คิดไว้มาก" เลยครับ (ผมอยากจะบอกว่าผมสั่งข้าวราดผัดกระเพราะกุ้งไซส์ที่คุณใส่มาในจานนี้ แค่สองตัวแต่ผมโดนไปแล้ว 90 บาท จะเชื่อไหม) ในจานมีเส้นปริมาณมากรสชาติ "มันไม่เผ็ด" อย่างที่เขียนไว้นะครับ วันนี้ผมชิมแล้วรสชาติมันออกเปรี้ยวเหมือนใส่ซอสมะเขือเทศมาเยอะจนกลบความเผ็ด หรือผมเผ็ดจนชินจนไม่รู้สึกว่าจานนี้เผ็ดนะครับ ในส่วนอาหารทะเลในจานนี้ หอยนิวซีแลนด์ตัวเล็กไม่หน่อยครับ ปลาหมึกหั่นแว่นเล็กไปหน่อย และสุดท้ายกุ้งโคตรอร่อยเลยครับ (ผมถึงกับถามว่านี่กุ้งนำเข้าด้วยหรือเปล่า ทางร้านบอกว่าสั่งมาจากทางภาคใต้ของบ้านเรานี่เอง โอ้วรสชาติไม่ธรรมดานะครับ) รวมๆ แล้วสดอร่อยเส้นลวกมาดีมาก ถูกใจจานพาสต้าจานนี้มากๆ ครับ ราคาสำหรับผม "ถูกครับ" สำหรับจานนี้แนะนำๆๆ ++ Grilled Pork Chop. ++ (450++บาท) นี่แทบจะเป็นซิกเนเจอร์ของทางร้านหรือเปล่าไม่ทราบ ถ้ายังไม่มีผมยกให้จานนี้เป็น "ซิกเนเจอร์" ครับ ย่างมาได้ดีมาก ไม่ใช่อะไรนะผมมองไปถึงการปรุงของสเต๊กจานนี้เลย เพราะผม "ไม่เห็นรอยไหม้จากการกริลล์" เลยครับ เหมือนพิถีพิถันคาดว่าเชฟคง จ้องไปย่างไปเพ่งไปกลับไป ความสุกดีมากเรียกว่านุ่มมากเนื้อด้านในส่วนติดมัน ฉ่ำดีเหลือเกินเคี้ยวเพลินเผลอมาอีกทีก็หมดจานซะแล้วครับ ใครมองหาพอร์คชอปเยี่ยมๆ ร้านนี้ครับแนะนำว่า "มาแล้วต้องโดน ไม่สั่งที่พลาดนะครับ" ++ Strawberry Pancakes With Young Coconut Cream ++ (ราคา 280++บาท) เมนูแนะนำของทางร้านอีกจานนึงที่ไปๆ มาๆ แพงกว่าอาหารหลักที่ผมสั่งมาในวันนี้เสียอีก มาแบบอลังการงานสร้างสรรค์จากสตรอวเบอร์รี่อัดแน่นสุดๆ พร้อมซอสสตรอวเบอร์รี่ที่มาเป็นลูกๆ รสชาติเหมือนในแยมที่เราคุ้นเลยครับ แต่จะมาเป็นแบบซอสๆ หน่อยอร่อยมากครับ มาถึงตัวแพนเค้กบอกตรงๆ นะส่วนตัวชอบสตรอวเบอร์รี่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เลยทำให้จานนี้อร่อยมากๆ โดยที่แป้งแพนเค้กผมว่ามันธรรมดามากเลยนะครับ ด้านในเป็นเนื้อมะพร้าวฝอยๆ ร่วมกับครีมมะพร้าวอร่อยแบบธรรมดามากๆ แต่เนยสดที่ให้มาลูกนึงหอมมาก ต่างกับเนยสดที่หาง่ายๆ ตามร้านอาหารทั่วไป คงเป็นของนำเข้ามาอีกอย่างนึงแน่ๆ ครับ ถ้าจานนี้ผมไม่ชอบสตรอวเบอร์รี่มากๆ อยู่แล้วนะจะบอกว่ามันแพงเกินไปมากเลย เพราะมันธรรมดามากเลยครับสำหรับตัวแพนเค้กและไส้รวมถึงมะพร้าวที่แสนจะธรรมดาครับ จานนี้รวมทุกอย่าง เกือบจะสี่ร้อยบาท แพงเกินไปครับกับต้นทุนที่ผมมองว่ามันไม่น่าจะถึงขนาดนั้นครับ ทั้งหมดต้องบอกว่า ร้านนี้เขาทำอาหารอร่อยจริงๆ ครับ บรรยากาศยอดเยี่ยมทำให้การทานอาหารมื้อนี้อร่อยตามไปด้วยเช่นกัน วัตถุดิบคิดว่านำเข้ามาเลยทำให้ราคาสูงตามไปด้วยจึงไม่อยากจะเรียกว่าแพงอย่างเดียว แต่เข้าใจทั้งสถานที่และวัตถุดิบที่คุณภาพสูงแล้ว ถ้าเราเลี่ยงไม่ได้กับร้านๆ นี้ที่อยากจะมาทานกันก็เรียกว่า คุ้มค่าคุ้มราคาแหละครับเพราะมากกว่ารสชาติคือความอุ่นใจตลอดเวลาที่ได้นั่งทานในร้านอาหารแห่งนี้ครับ - มุมมอง Metto ยังไงซะผมก็ยังมีความคิดที่ว่า โอ้โหสมัยนี้ของทานเล่นราคาแรงนะครับ แต่เรากำลังใกล้เคียงกับต่างชาติในแง่สตอรี่ในการรับประทานขึ้นทุกทีแล้ว ซึ่งตรงนี้ผมสนับสนุนนะครับ เช่นระหว่างทานจะมีการมาแนะนำถึงวัตถุดิบว่าในจานตัวไหนน่าสนใจ พร้อมแนะนำว่าทานยังไง (ซึ่งตามต่างประเทศรุ่งๆ อย่างญี่ปุ่นนี่แทบจะยืนกำกับ เพราะวัตถุดิบดี ถ้าทานแบบความเข้าใจของเราเอง บางทีก็อาจจะพลาดสิ่งที่เขาอยากนำเสนอนะครับ) เพราะถ้าราคาแรงแต่สร้างแรงจูงใจได้ ก็ทำไปเถอะเป็นสิ่งที่ดี ไม่ใช่หลับหูหลับตาตั้งราคาค่าอาหารเอา "ระดับ" อย่างเดียว สถานที่แห่งนี้เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบดื่มด่ำการทานมื้อค่ำที่อร่อยไปพร้อมกับบรรยากาศจิบไวน์ ทานโน่นนิด นี่หน่อยสไตล์ผู้ดีอังกฤษหรือสไตล์ยุโรป ร้านนี้ เป็นอะไรที่แนะนำครับ เพราะผู้คนทั้งหลายที่มาในร้านก็ล้วนแล้วแต่จะทำให้อิมเมจร้านเข้าขั้นอินเตอร์ได้เลยทีเดียวครับ ท่านใดต้องการสัมผัสบรรยากาศที่สุดหรูเลิศโรแมนติกสุดขั้ว มาที่นี่ได้เลยครับ The Girl & The Pig ตั้งอยู่บนมุมเงียบสงบของห้างสุดล้ำอย่าง Central Embassy ที่นี่ทีเดียว เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 10.00-22.30 ตามเวลาประเทศไทยเลยคร้าบบบ แต่แนะนำมาตอนหลังพระอาทิตย์ตกดินแล้วครับ บรรยากาศยุโรปสุดติ่งครับ วันนี้สวัสดีครับ (01 February 2015) บทความต่างๆ ที่บรรยายเป็นมุมมองส่วนตัวของผมเท่านั้น โปรดใช้วิจารณญานในการรับฟังและพิสูจน์ด้วยตัวท่านเองดีที่สุดคร้าบบบบ Written By Metto 2014 Metto All Rights Reserverd.... อ่านต่อ
21 Likes0 Comment
photo