The Most Bar & Bistro ราชพฤกษ์
เมนูซิกเนเจอร์มิกซ์ฟรายส์
THE MOST of everything ร้าน Hang out ที่เจ๋งที่สุดของเส้นราชพฤกษ์ ณ เวลานี้หลังเลิกงานนี้ใครที่กำลังมองหาร้านแฮงค์เอาท์สูตรสำเร็จ “ดนตรีเพราะ อาหารอร่อย บรรยากาศดี” ไม่ควรพลาดการร้าน THE MOST Bar & Bistro ด้วยประการทั้งปวง เพราะไม่ว่าคุณจะแอบหนีแฟนมานั่งชิวคนเดียว หรือยกโขย่งมากันทั้งออฟฟิศร้านนี้ก็เอาอยู่ แถมยังออกแบบแต่ละส่วนของร้านไว้รองรับทุกความต้องการอีกด้วย เริ่มต้นด้วยส่วนแรกอย่าง โซน Outdoor ที่เนรมิตลานปูนเปือยโล่ง ๆ ให้กลายเป็นลานแสดงดนตรีสด ที่ทางร้านตั้งใจคัดสรรวงระดับมืออาชีพที่มีชื่อเสียงแล้ว ย้ำกันให้ชัดว่า “มีชื่อเสียง” มาเล่นเพลงสไตล์เบา ๆ เคล้าเสียงลม เสียงน้ำ และบรรยากาศโดยรอบ ค่ำคืนนี้จะมีความสุขขนาดไหนกันเนี้ย หรือจะเปลี่ยนมานั่งในโซน Indoor ก็เยี่ยมไม่แพ้กัน ด้วยภายในร้านที่ตกแต่งสไตล์ลอฟท์เท่ห์ ๆ เข้าชุดกับเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากโครงเหล็ก โต๊ะไม้สีเข้ม และเบาะพิงหนังน่าเอนหลัง นั่งจิบเบียร์จิบไวน์นานาชนิดที่สามารถยกมือสั่งได้จากบาร์เครื่องดื่มขนาดใหญ่ที่ตั้งเด่นอยู่ด้านซ้ายมือ นั่งจิบไวน์ไป ฟังเพลงสากลเปิดแผ่นที่จังหวะความสนุกขึ้นตามเวลา ก็เพลินไม่แพ้กัน ส่วนใครที่อยากยืดเส้นยืดสาย ก็สามารถเดินไปแทงพูล กับปาเป้าที่ตั้งอยู่ข้างบาร์ได้เช่นกัน หากใครที่มองหาความเป็นส่วนตัวขั้นสูงสุด ขอเชิญที่โซนคาราโอเกะ ที่เพิ่งเปิดตัวล่าสุด โดยในแต่ละห้องจะจัดวางเฟอร์นิเจอร์แตกต่างกันออกไป แต่ยังคงสไตล์ลอฟท์เท่ห์ ๆ ไว้เหมือนเดิม เพลงก็มีให้เลือกเยอะ การจัดการเรื่องเสียงก็ดี แถมขนาดห้องกว้างขวางพอที่จะให้คุณกระโดดโลดเต้น หรือจะแหกปากแบบไม่ต้องแคร์ใครอีกด้วย ในส่วนของอาหาร ทางร้าน THE MOST Bar & Bistro ก็ยังแอบดีไซน์ให้จับคู่กับเครื่องดื่มต่าง ๆ อีกด้วย ลองดูกันทีละเมนูเลยละกัน หอยเชลล์พันเบคอน (220 บาท) หอยเชลล์ไทยสดเนื้อหวานถูกห่อด้วยเบคอนขนาดพอดีคำ ก่อนจะเพิ่มความโดดเด่นด้วยการราดซอสครีมผสมมัสตาร์สเม็ด รสชาติเปรี้ยว ๆ มัน ๆ และเพิ่มรสสัมผัสกรุ๊บกรั๊บด้วยไข่กุ้ง จัดวางบนจานพอร์ซเลนทรงกลมสีขาว กินสลับกับการจิบไวน์ขาวชาร์ดอนเน่ หรือเบียร์แบบเบา ๆ ช่างเป็นกับแกล้มเติมเต็มรสชาติให้กับเครื่องดื่ม เริ่ดมาก หอยลายอบเนยกระเทียม (195 บาท) ความรู้สึกแรกที่พนักงานวางจานลงบอกได้เลยว่า กลิ่นเนยกระเทียมหอมเตะจมูกชวนให้หยิบมาตักกิน พอราดด้วยซอสหอยลายยิ่งไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะตัวซอสทางร้านใช้เนยชั้นดีนำเข้าจากประเทศฝรั่งเศสทำให้ไม่มีความเลี่ยนเลยแม้แต่น้อย แถมรู้สึกถึงสัมผัสฟันเวลาเคี้ยวขนมปัง และหอยลาย แนะนำให้จิบไวน์ขาวตามด้วย รับรองว่าจะติดใจ ยำเห็ดเข็มทองทอดกรอบ (170 บาท) กับแกล้มเบียร์สุดคลาสสิค ที่นักดื่มต้องสั่งมาแทบทุกโต๊ะอย่าง “ยำเห็ดเข็มทองทอดกรอบ” ที่ทางร้าน THE MOST Bar & Bistro นำมาสร้างความแตกต่างด้วยการเสิร์ฟคู่กับยำมะม่วงกุ้งสด รสชาติครบรส ด้วยความจี๊ดจ๊าดจากมะม่วง ผสมกับความหอมของน้ำตาลปี๊บ กินคู่กับเบียร์เข้ากันมาก คิดแล้วยังเปรี้ยวปากอยู่เลย ซิกเนเจอร์มิกซ์ฟรายส์ (280 บาท) เป็นเมนูที่รวบรวมสามเมนูกับแกล้มที่ติดอันดับท็อปเซลเลอร์ของทางร้านอย่าง มันฝรั่งทอดกรอบ ปลาหมึกทอดกรอบ และปูอัดทอดกรอบ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มสามสไตล์ มาไว้ในจานเดียวกัน นับเป็นเมนูตอบโจทย์ที่ชอบอเมริกันแชร์กับกลุ่มเพื่อน ๆ พาสต้าแซลมอนซอสล็อบสเตอร์ (220 บาท) ปกติเรามักจะเห็นเมนูแบบนี้อยู่แต่ในโรงแรมหรูเท่านั้น ก็เพิ่งรู้ว่าร้าน THE MOST Bar & Bistro นำมาขายด้วยเช่นกัน ความโดดเด่นของตัวเมนูนี้อยู่ที่น้ำซอสล็อบสเตอร์เข้มข้นที่เคี่ยวจากหัวกุ้ง ใช้ราดเส้นสปาเก็ตตี้ และแซลมอน รสชาติโดยรวมจะออกกลาง ๆ กินจนหมดจานรู้สึกว่าอิ่มกำลังพอดี ไม่หนักท้องจนเกิน ทงคัตสึเดอะโมสต์ (220 บาท) เมนูนี้ใช้เนื้อหมูส่วนสันคอหมูที่หมักด้วยเครื่องเทศนานาชนิด จึงทำให้เนื้อหมูนุ่ม และหวานนิด ๆ ก่อนนำมาชุบแป้งทอด และเสิร์ฟบนกระทะร้อนพร้อมไข่ออนเซ็นที่มีไว้สำหรับราดลงบนกระทะ ทำให้ไข่เคลือบกับเนื้อหมู และเพิ่มความหอม จิ้มกับน้ำซอสทงคัตสึ และกินคู่กับเบียร์ อร่อยจนต้องสั่งเพิ่ม ช็อคโลแลตลาวา (135 บาท) ด้วยชิ้นเค้กที่มีกิมมิคเป็นช็อคโกแลตเข้มข้นทะลักออกมาเวลาใช้ช้อนตัก เสิร์ฟคู่กับไอศกรีมสามารถเลือกรสชาติได้ (ช็อคโกแลต วานิลลา และชาเขียว) ตัดความเลี่ยนด้วยผลไม้ตกแต่งทรงกลมสามชิ้น จึงไม่แปลกใจเลยที่เป็นเมนูขายดีอันดับหนึ่งที่ครองใจลูกค้าสาว ๆ ประจำร้าน THE MOST Bar & Bistro THE MOST (190 บาท) เวลคัมค็อกเทลซิกเนเจอร์ของทางร้าน ที่ผสมผสานระหว่างน้ำสัปปะรด และวอดก้า 3 อย่าง ทันทีที่ดื่มเข้าไปจะรู้ได้ถึงกลิ่นหอมของเมลอน และมะพร้าวผสมกัน ทั้งยังมีรสชาติเปรี้ยวนำจากมะนาว และหวานตามจากน้ำหวาน ทำให้รู้สึกเฟรช และดื่มได้เรื่อย ๆ และรสชาติไม่เปลี่ยนไปมาก แม้แม้ทิ้งไว้สักพักแล้วก็ตาม Red Devil (190 บาท) ค็อกเทลปราบเซียนที่ทางร้านภูมิใจนำเสนอว่า “ถ้าใครอยากกลับบ้านแล้วหลับสบาย ตื่นมาไม่ปวดหัว เชิญหนึ่งดิ้งค์” เพราะใส่เหล้า 3 ตัว โดยชั้นล่างสุดเป็นน้ำหวาน ถัดมาเป็นเหล้ากาแฟ และชั้นบนสุดเป็นเหล้ากลิ่นส้ม จากนั้นบาเทนเดอร์จะจุดไฟที่เหล้ากลิ่นมิ้นต์ที่เสิร์ฟแยกกัน ก่อนจะเทลงไปบนแก้วหลัก กลิ่นหอมของมิ้นต์และส้มจะกระจายไปทั่ว เวลาดื่มให้ดูดจากล่างขึ้นบนทำให้รู้สึกได้ถึงความหวานจากน้ำหวาน ผสมกับกลิ่นกาแฟ ต่อเนื่องด้วยกลิ่นมินต์ออกจมูก ผ่านไปสักสิบห้านาที แอกอฮอล์ถึงจะค่อย ๆ ออกฤทธิ์ อยากให้ลอง! อ่านมาถึงตรงนี้ เชื่อว่าหลายคนคงต้องอยากลองมาเทสต์กันแน่นอน แต่บางคนอาจจะกำลังมีความคิดว่า “ร้านอยู่ไกลจัง” หรือ “เดินทางลำบากแน่ ๆ” ขอให้เปลี่ยนความคิดใหม่ เพราะถึงแม้ว่าร้าน THE MOST Bar & Bistro จะอยู่แถบชานเมือง แต่การเดินทางยังไม่ได้ลำบากอย่างที่คิด เพราะอยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าบางหว้าเพียง 2 กิโลเมตรเท่านั้น ร้าน Hang out ที่ครบทั้งสามองค์ประกอบสำคัญแบบนี้ ถูกใจนักดื่มนักแล... อ่านต่อ
14 Likes0 Comment
photo