- หน้าแรก
/
- รูป Sukiyabashi Jiro สำนักงานใหญ่


Wonderful Omakase ( ̄+ー ̄)
พึ่งจะได้เข้าใจคำว่า "อร่อยจนน้ำตาไหล" จิงๆก็วันนี้แหละพึ่งจะได้เข้าใจคำว่า "อร่อยจนน้ำตาไหล" จิงๆก็วันนี้แหละ
ประโยคที่ว่า "ถ้าต้องบินมาญี่ปุ่นเพื่อมาแค่กินร้านนี้อย่างเดียวก็ยังคุ้มเลย" ฟังดูอาจจะดูเว่อ แต่สำหรับ sukiyashi jiro ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงเลยหละ
ชื่อเสียง กิตติศัพท์คงไม่ต้องสาธยาย โด่งดังกึกก้องไปทั่วปฏพี คนที่ชอบซูชิคงไม่มีใครไม่รู้จักร้านนี้ ชอแชร์ประสพการณ์ให้ฟังเลยละกัน
เริ่มตั้งแต่การจอง จองยากมาก ร้านไม่รับจองล่วงหน้าเกิน 1 เดือน เช่น ถ้าต้องการมากินเดือนธันวา จองล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกาจองก่อนหน้านั้นไม่ได้ แล้วไม่กี่วันคนก็จองเต็มหมดแล้ว แล้วที่สำคัญ ไม่รับจองจากต่างประเทศด้วย : ให้ connection คนญี่ปุ่นจองให้ จาก 2-3 คน 3 รอบ ยังจองไม่ได้เลย สุดท้ายโชคดี 1 พฤศจิกา อยู่ญี่ปุ่นพอดีเลยไปจองุึงหน้าร้านเลย จ่ายมัดจำก่อนตอนจองเรียบร้อย พอจองได้ ถึงจัดทริปมาเที่ยวช่วงสิ้นปีเพื่อมาร้านนี้โดยเฉพาะ (ไม่งั้นปีนี้คงไปเที่ยวที่อื่นละ)
จองไว้มื้อเยน 17.30 ร้านบอกว่าต้องมาตรงเวลาพอดีห้ามมาสาย เพราะจะหุงข้าวให้พอดีเวลากับตอนที่มาทาน
เมนูที่นี่เปน โอมาคาเซะ ขึ้นอยู่กับว่าในแต่ละวัน ของสดที่ดีๆวันนั้นมีอะไร จบโอมาคาเซะแล้วถึงจะ สั่งเปนคำๆได้ว่าอยากซ้ำอันไหนบ้าง
ความประทับใจสุดๆเลย ไม่รู้จะบอกยังไง คือ ทุกอย่างถูกจัดเอาไว้อย่างลงตัว ใน 18 คำที่
-รสชาติของข้าวที่ออกเปรี้ยวแบบสดชื่น
-ปั้นได้พอดีคำ ไม่ใหญ่เกินไป
-ข้าวไม่มีหลวมไปจนหล่นออกมาซักเม็ดตอนเอาเข้าปาก แต่พอเข้าปากไป แตกกระจายในปากคลุกกับเครื่องอย่างกลมกล่อม
-ซีอิ๋วทาแล้วบนซูชิทุกคำไม่ต้องจิ้มซ้ำ ทำให้เวลากินได้รสเนื้อปลาจิงๆไม่มีเค็มเกินไป (จะจิ้มอีกก็ได้แต่ไม่แนะนำ)
-วาซาบิใส่มาพอดีเพื่อแค่เสริมรสชาติจิง ไม่มีคำไหนเลยที่เผ็ดเกินไปจนขึ้นจมูก
-และสิ่งที่เทพที่สุดคือเมนูที่ออกแบบ เรียงลำดับแต่ละคำให้ทำหน้าที่ของมันอย่าง สมบูรณ์แบบ
1) Hirame : ปลาตาเดียว เปนปลาเนื้อขาวรสอ่อนๆ + รสเปรี้ยวของข้าว ช่วยกระตุ้นความอยากอาหาร ในคำแรก
2) ปลาหมึกขาว : กรอบ นุ่ม เด้ง กัดลงไปปุ๊บ ความหวานในเน้ือปลาหมึกไหลออกมาท่วมอยู่ในปาก
3) ปลาบุรี : เริ่มมีความเข้มข้นมากขึ้น
และหลังจากที่เริ่มไล่ระดับมา ก็มาถึง hilight phase แรกปลาทูน่า
4-6) เปน ทูน่า Akami, Chu toro, Otoro ตามลำดับ : สุดยอดมากๆ โดยเฉพาะ akami อร่อยกว่าเน้ือแดงร้านทั่วไปมากๆ ส่วนเนื้อติดมันทั้ง 2 อันกูนุ่ม ละลายในปาก และไม่เลี่ยนจนเกินไป ส่วนหยึ่งน่าจะเปนเพราะรสเปรี้ยวของข้าว ที่ช่วยแก้ความเลี่ยนมัน กลมก่อมอย่างลงตัว
7) kohada : หลังจากกิน Otoro ที่มีความมันเข้มข้น โคฮาดะหมักน้ำส้ม จะช่วยล้างรสเข้มในปาก ทำให้สามารถลิ้มรส
8) หอยแครงญี่ปุ่นได้เต็มที่ : เปนหอยแครงที่ไม่มีความคาวหรือกลิ่นโคลนอยู่เลย มีแต่ความอร่อยสดชื่นของหอยกับซอสที่ปรุงรสมา
9) ปลาอาจิ มีรสชิง ช่วยพักลิ้น หลังจากกินมาหลายคำละ
10) กุ้งต้ม : เมนู signature ของร้านนี้ กุ้งไม่ได้ต้มทิ้งไว้จนเยน เสริฟหลังต้มเสดแบบยังอุ่นๆ หั่นครึ่งตัวมาเปน 2 คำ เปนซูชิกุ้งต้มที่หวานอร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมาเลย
11) ซาบะ : สาระภาพว่ากินหลายคำจน จำ2-3คำถัดมานี้ไม่ได้ละ แต่ที่จำได้คือไม่มีกลิ่นคาวเลยแม้แต่น้อย
12) หอยตลับ ปรุงรสกับซีอิ๋วหวานอร่อย
13) ปลาซาดีน เปรี้ยวหวานสดชื่นกำลังดี
14) มาถึงคำที่ทำให้ "อร่อยจนน้ำตาไหล" uni ไข่หอยเม่น : กิน uni หอมมาก อยากจะบอกเลยว่าหอมจิงๆ ตอนเชฟปั้นเสดวางอยู่ข้างหน้าห่างจากจมูก เปนฟุต ยังได้กิน uni ลอยมาติดจมูก พอเอาเข้าปาก เรียกได้ว่า พูดอะไรไม่ออกจิงๆ ความคิดแรกที่เข้ามาในหัวเลย คือ ที่ลำบากจองตั้งนานและบินมากินโดยเฉพาะทั้งหมด คุ้มค่าแล้วตั้งแต่ได้กินคำนี้ไป
-กลิ่น uni หอมมากๆ + สาร่ายที่ร้านนี้จะเอามาย่างให้หอมก่อน จะบอกเลยว่าหอมจิง เข้ากับอูนิมากๆ
15) baby scallop : หอยเชลตัวเล็ก หวานกรอบ อัดแน่น ห่อด้วย สาหร่ายหอมๆ
16) ไข่ปลาแซลมอน : กัดเข้าไปแต่ละเม็ดไปแตกในปาก สดชื่นมากๆไม่เค็มซีอิ๊วจนเกินไป เหมือนส่วนใหญ่ที่กิน
17) anago : เปนอีกคำที่น้ำตาแทบไหล นุ่มนิ้ม เหมือนกิน เมฆอยู่ในปาก ปรุงรสมาหวานกลมกล่อมกำลังดี เปน hilight สุดท้ายของครอสที่สมบูรณ์แบบ
18) ไข่หวาน : ที่เหมือนกินเค้าคัสตาสหวานนิ่มมากๆ
พอกินจบเชฟจิโร่ถามว่าจะเอาอะไรเพิ่มบางไม่รีรอที่จะสั่ง otoro + uni + anago เลย
พอกินเข้าไปทำให้เข้าใจ ลำดับการกินที่เชฟจัดมาเลย เพราะกิน otoro เสดตามด้วย uni นี่ uni ไม่อร่อยน้ำตาไหลเหมือนในครอส เพราะ ปลาซาดีนที่กินเข้าไปก่อนอูนิ เปนตัวช่วยล้างลิ้นทำให้ได้รับรู้รสชาติของอูนิได้สูงสุด ลึกซึ้งจิงๆ
ปิดท้ายด้วยเมลอนหวานฉ่ำ
สรุป : เปนร้านที่ควรมากินก่อนตายจิงๆ ที่สำคัญรีบมาด้วยเพราะ เชฟจีโร่ก็อายุเยอะมากแล้ว มาครั้งนี้ เชฟจิโร่เปนคนปั้นให้ด้วยฟินมากกก
7 Likes0 Comment


