3.8
167 เรตติ้ง (135 รีวิว)
ปิดอยู่จะเปิดในเวลา 07:00
เมนูของร้าน Rocket Coffee Bar (Sourdough Sandwich Breakfast Brunch) Sathorn 12
คาเฟ่สำหรับคอกาแฟที่ชอบ Single Origin พร้อม Brunch สไตล์ Nordic ที่หาทานยาก ในแหล่ง Hipster & Expat @สาทรซอย 12เทรนด์ร้านคาเฟ่ที่มีขาย All-Day-Breakfast หรือ Brunch เริ่มมีให้เห็นมากขึ้นตามแหล่งย่านออฟฟิตหรือคอนโดใจกลางเมือง ด้วย lifestyle ของคนที่เปลี่ยนไปจากแต่ก่อน ร้านนี้เป็นร้านแรกๆที่เปิดให้บริการกาแฟพร้อมอาหารเช้าตลอดวันในย่านสาทรคล้ายๆกับเมืองนอกครับ ## จุดแตกต่างที่ไม่เหมือนร้านอื่นคือขายอาหารสไตล์ Nordic (แถบสแกนดิเนเวีย) เพราะผู้ก่อตั้งร้าน 3 ใน 4 คน เป็นคน Swedish รวมถึงเค้ามีกาแฟที่เป็นแบบ Single Origin (จากแหล่งปลูกเดียวเป็นกาแฟนอก ไม่ใช่ Blend ผสมกันจากหลายๆที่) เป็น Option ให้ลูกค้าเลือกสั่งด้วยครับ สำหรับคอกาแฟที่ต้องการอรรถรสในการดื่มกาแฟที่เน้นความพิถีพิถันหรือ Artisanal Coffee เพราะ Single Origin จะมีรสและความหอมที่เฉพาะเจาะจงกว่ากาแฟ Blend ทั่วไปที่เป็นกึ่ง Commodity [ที่ตั้ง:] ในซอยสาทร 12 ย่านสุดฮิตของกลุ่มคน Hipster และฝรั่งที่พักอยู่แถวนี้ซึ่งชอบมานั่งคุยงานหรือทำงานกัน (ซอยนี้สามารถไปทะลุกับอีกซอยข้างๆคือสาทร 10 ได้ หรือจะตรงไปทะลุกับซอยสีลม 9 ที่ด้านท้ายของซอย) เข้ามาจากปากซอยที่เป็นตึก Double-A Tower ประมาณ 100 เมตร ก็เจอร้านคาเฟ่นี้อยู่ฝั่งขวามือเราครับ ก่อนถึง 7-11 เล็กน้อย ด้านหน้าร้านถ้าโชคดีหน่อยว่างก็เอารถมาจอดได้ 1-2 คัน ถ้าเต็มต้องเอาไปจอดริมฟุตบาทแถวในซอยนี้ ซึ่งหายากมากในเวลาทำงาน หรือเลยหน้าร้านไปหน่อย จะมีลานบริการที่จอดรถเสียเงิน รู้สึกชั่วโมงละ 20-30 บาท [เกี่ยวกับร้าน:] คร่าวๆเกี่ยวกับ Profile ร้านนี้เกิดจากผู้ก่อตั้งทั้งหมด 4 คน โดยที่ 3 คนเป็น Swedish ซึ่งรู้จักกันอย่างดี พักทำงานในกรุงเทพมากว่า 10 ​ปีก่อนมาเปิดร้านนี้ ซึ่งทำงานเป็นที่ปรึกษาด้าน catering พวก Flow Cocktail และได้มีโอกาสไปร่วมงานที่ร้าน Hyde & Seek Gastro bar รวมถึงเป็น Mixologist ในบาร์อินเตอร์หรูๆ ก่อนจะมาร่วมลงทุนกับฝรั่งอีกคนชาว American จาก Boston ซึ่งร่วมทำงานเริ่มแรกที่โครงการศรีพันวา Pool Villa Resort สุดหรูที่ภูเก็ต และกลายมาเป็นคาเฟ่สุดฮิปของทั้งคนไทยและเทศในซอยสาทร 12 นี้ครับ ## ควรรู้ก่อนสั่ง: อาหาร ของหวาน เครื่องดื่ม ทุกอย่างในร้าน ราคายังไม่ net ต้องมี +SC & +VAT เข้าไปอีก ## [เมนูอาหาร:] นอกเหนือจากกาแฟที่เป็นเมนูพื้นฐานแล้ว ร้านนี้ก็มีให้บริการอาหารเช้าแบบตลอดทั้งวันหรือ All-Day-Breakfast แนวอาหารจะเป็นสไตล์ Comfort Food & Homemade เช่นอาหารฝรั่งที่เน้นใช้วัตถุดิบพวกไข่ปรุง (egg-focused dish) ราคาอาหารต่อจานก็สูงตามสไตล์ร้านและใกล้เคียงกับร้านที่อยู่ใกล้ๆกัน เช่น Chilled Frittata Antipasti (฿225), Rocket’s Waldoft (฿285), Gravlax on Dark Rye Sandwiches (฿300), Swedish Meatballs (฿330) โดยจะมีเมนูที่เป็นอาหารสไตล์ Nordic อยู่ 3 เมนู เค้าจะเรียกว่า “Nordic Lights” สามารถสั่งได้หลัง 11 โมงของทุกวัน [ว่าด้วยเรื่องกาแฟๆ เน้นๆ:] ## พูดถึงกาแฟ Espresso-based ที่ร้านนี้เค้ามีบอก Source ของเมล็ดกาแฟให้รู้ชัดเจนเลย คือถ้าเป็นกาแฟแบบปกติหรือ Blend เค้าเลือกใช้พันธุ์ Arabica 100% จากแหล่งที่ไทย อินโดนิเชีย บราซิล กัวเตมาลา นำมาคั่วผสมกัน โดยที่ร้านนี้เค้าเคลมว่า เค้าคั่วเมล็ดกาแฟแบบอ่อนๆ ไม่เหมือนทั่วไปที่เน้นคั่วเข้มๆครับ ซึ่งคั่วอ่อนๆจะทำให้รสชาติที่มีเฉพาะตัวในแต่ละแหล่งไม่สูญเสียไปตอนคั่ว ทำให้กาแฟที่ได้มีรสชาติดีกว่าคั่วแบบเข้ม เป็นการควบคุมขั้นตอนที่เป็น Roaster ด้วยตัวเอง ## อย่างที่ผมเกริ่นไปตอนต้น เค้ามี Single Origin Coffee ให้เลือกด้วยครับ สำหรับทำกาแฟ Espresso สอบถามที่ร้านดูในแต่ละวัน เพราะจะผลัดเปลี่ยนกันไปจากแหล่งต่างๆ ถ้าเลือกตัวนี้ต้องจ่ายเพิ่ม ฿20 per drink ## สำหรับใครที่ชอบดื่มกาแฟแบบดริป เค้าก็มีเป็นแบบ Pour-over โดยใช้ Single Origin ขายต่อหม้อ 250ml ราคาก็ ฿150 แหล่งปลูกกาแฟที่ใช้ก็เหมือนกับ Single Origin Espresso สอบถามที่ร้านดูในแต่ละวัน เพราะจะผลัดเปลี่ยนกันไป ## สำหรับบ้านเราที่อากาศร้อนอบอ้าว วัฒนธรรมการดื่มกาแฟแบบร้อนเหมือนเมืองนอกอาจไม่เข้ากับอากาศบ้านเรา ในเมนูเค้าทั้งหมดที่เป็น Espresso Drink เค้าจะเน้นเป็นแบบร้อนทั้งหมด แต่สามารถขอเพิ่มน้ำแข็งจากทางร้านได้ต่างหาก ดังนั้นร้านเค้าจึงมีกาแฟที่เป็นแบบ Cold Brew หรือสกัดเย็น เพิ่มเติมด้วย (ผมเห็นหลายร้านเริ่มทำกาแฟสำเร็จแบบนี้ขายใส่ขวดแล้วเติมน้ำแข็งเอา) โดยที่ร้านนี้เค้าจะใช้ชื่อเรียกว่า “Rocket Fuel” ขายแบ่งเป็นขวดสีชาคล้ายขวดยาน้ำ มี 2 ขนาดคือ S ฿105, L ฿315 โดยเลือกใช้กาแฟแบบเดียวที่ใช้ทำ Espresso ปกติของร้าน คือ Blend จาก 4 แหล่ง [บรรยากาศร้าน:] เค้านิยามเรียกร้านที่สาขาดั้งเดิมแห่งแรกนี้ว่า hole-in-the-wall หรือรูในกำแพง เนื่องจากสาขานี้ผมบอกตรงๆเลยว่าค่อนข้างคับแคบ ไม่กว้างเท่าไหร่ นั่งไม่ค่อยสบายหรือเป็นส่วนตัวเท่าไหร่ครับ แบ่งที่นั่งเป็น 2 โซน ในร้านติดแอร์กับนอกร้านแบบรับลม รวมกันรองรับลูกค้าได้ไม่เกิน 30 ที่ แต่จุดเด่นคือการตกแต่งในร้านให้ดูฮิปๆ คือเป็นเคาน์เตอร์ครัวและบาริสต้าบาร์แบบต่ำๆ ลูกค้าสามารถมองเห็นได้เลยว่าทำอะไรยังไงบ้าง หรือครัวกึ่งเปิด [อาหารที่สั่ง:] • Piccolo Latte (90++) คล้ายลาเต้ แต่เป็นการเติมนมลงไปบน Espresso เพียงครึ่งเดียวของลาเต้ธรรมดา ดังนั้นความเข้มจึงใกล้เคียง Espresso แต่ได้ความมันๆของนมที่เติมลงไปส่วนหนึ่ง ดังนั้นจึงเสิร์ฟมาในถ้วย shot เล็กๆครับ ครั้งนี้ผมเลือกเป็นแบบ Blend ธรรมดาของร้านไม่ใช่ Single Origin รสชาติกาแฟถ้วยนี้เด่นดีถึงแม้ว่าจะเป็นกาแฟผสมจากแหล่งในไทยด้วยครับ เพราะเค้าคั่วมาอ่อนกว่าปกติ ดึงจุดเด่นของกาแฟมันเองออกมาได้เต็มที่ ไม่มีกลิ่นไหม้ อุณหภูมิกาแฟมาเสิร์ฟได้ ส่วน Latte Art ดูสวยงามดี เป็นแบบ Free hand มืออาชีพอยู่แล้ว ผิวกาแฟด้านบนเนียนไม่มีฟองอากาศ สรุปรสชาติผมชอบครับ เตรียมมาได้อย่างสมราคา • Rocket Fuel ขวดเล็ก (105++) หรือกาแฟสกัดเย็น ปกติเค้าขายปลีกหน้าร้านด้วย ราคาก็ตามนั้น ปกติเป็นกาแฟดำแช่เย็นหลังจากชงและกลั่นสกัดด้วยน้ำเย็น โดยจะใช้การผลิตผ่านหลอดแก้วกลั่น-สกัด วิธีดื่มบางทีเค้าก็จะเทนมสดลงไปผสมเพิ่มความมัน สำหรับร้านนี้เค้าจะเสิร์ฟแยกน้ำแข็งใส่แก้วพร้อมเลมอนฝานบางๆ เวลาดื่มเราก็เทกาแฟจากขวดลงไปแช่ไว้ในแก้วสักพัก ให้มีกลิ่นเลมอนผสมหน่อยๆ ส่วนตัวผมว่าเมนูนี้รสชาติความเข้มของกาแฟอาจอ่อนไปหน่อยสำหรับคนชอบดื่มเข้มๆ จริงๆขอน้ำแข็งเค้าน้อยหน่อยได้จะได้ไม่จางเกินไปครับ • Rocket’s Benedict (210++) หรือเมนูไข่เบเนดิทนั่นเอง ซึ่งพื้นฐานต้องประกอบด้วย 2 อย่างคือ 1. Poached Egg หรือคล้ายๆไข่ลวกบ้านเรานั่นเอง จานที่ผมได้ทานคือไข่แดงไม่สุกยังเหลวอยู่ ส่วนไข่ขาวเริ่มขึ้นรูปสวยงาม หุ้มไข่แดงเป็นเปลือกอ่อนๆ ทำมาได้สวยงามถูกต้องเลยครับ 2. Holladaise Sauce ซอสที่ขาดไม่ได้สำหรับราดบนจานเมนูไข่เบเนดิท ประกอบด้วยไข่แดงตีผสมกับเนย และใส่น้ำมะนาวและเกลือปรุงรส จานที่ได้ตัวซอสถือว่าดูเนื้อเนียนดีมาก สีเหลืองอ่อนๆ ได้กลิ่นเนยค่อนข้างชัด ข้นกำลังดีไม่มาก ถ้ามากกว่านี้ผมว่าไข่แดงเยอะไปและไม่จับตัว โดยรวมตัวซอสรสชาติดีเลยเหมาะทานกับเมนูนี้ครับ สำหรับส่วนผสมอื่นๆในจาน Signature สำหรับเมนูนี้ จะเปลี่ยนจากใช้ English Muffin ผ่าครึ่ง เป็นขนมปังฝรั่งเศส Dark Sourdough แทน เนื้อขนมปังสีน้ำตาลเข้มจะออกแข็งๆและกรอบหน่อยๆ ดีกว่าขนมปังแบบอื่นตรงที่ low fat และ fiber สูง แต่เนื้อสัมผัสอาจไม่ถูกปากเท่าไหร่เพราะค่อนข้างแข็งกว่า แต่โดยรวมโอเคดี ในจานข้างๆจะมีวางด้วยสลัดใบร็อกเกต (ตามชื่อร้าน) แต่ไม่ได้ราดด้วยน้ำสลัดหรือซอสใดๆ พร้อมกับมี chorizo หรือแฮมสเปนกรอบๆแผ่นหนึ่ง ปกติผมทานใบร็อกเกตได้อยู่แล้ว โดยรวมจานนี้ผมเลยค่อนข้างประทับใจครับทั้งเรื่องรสชาติของส่วนผสมต่างๆที่ใช้ประกอบเป็นเมนูนี้ รวมถึงหน้าตาการจัดจาน • Roast Pumpkin-Carrot Soup served with artisanal bread (165++) หรือซุปฟักทองผสมกับแครอทย่างอ่อนๆนั่นเอง มีใส่ Cumin Seed (ไปดูคำแปลมามันคือ เม็ดยี่หร่า) พร้อมใบ Basil ฝรั่ง ดังนั้นเวลาซดซุปพร้อมเม็ดนี้จึงมีกลิ่นเครื่องเทศหอมๆด้วย รสชาติออกหวานมันและมีความเปรี้ยวติดที่ปลายลิ้น เสิร์ฟพร้อม Dark Sourdough เหมือนในเมนูบนเลย ขนมปังเนื้อแข็งๆไขมันต่ำ ทานคู่กันเข้ากันดีกับซุป ตัวเนื้อซุปผมว่าเค้าทำมาแบบไม่ข้นมาก ทานคล่องคอดีครับ โดยรวมผ่านครับ • The Daily Hash (285++) เป็นอาหารเช้าสไตล์ Nordic ที่ผมลองสั่งมาทานดูครับ หน้าตาจานนี้ประกอบด้วยพวกเนื้อหรือแฮมหรือไส้กรอกเอาไปผัดให้สุกกรอบแล้วหั่นเป็นลูกเต๋าขนาดเล็กๆ เสิร์ฟพร้อมกับมันฝรั่ง มันฝรั่งสีม่วง แครอท ถั่วฝักกลม บีทรูทดอง ทุกอย่างหั่นเป็นลูกเต๋าหรือขนาดเล็กๆพอดีคำ โปะด้านบนด้วยไข่ดาวกึ่งสุกกึ่งดิบฟอง โรยแต่งรอบๆจานด้วย Watercress หรือผักสลัดน้ำเป็นใบๆ จานนี้แปลกดีไม่เคยทานครับ เรื่องหน้าตาสีสันบนจานยกนิ้วให้ก่อนเลยครับ เพราะประกอบด้วยผักหลากหลายสี ทั้งส้ม เขียว เหลือง ม่วง รวมถึงพวกแฮมไส้กรอกต่างๆ เรียกว่าได้คุณค่าครบเลยครับ เวลาทานผมก็ตักทั้งเนื้อทั้งผักรวมๆกันกินในคำเดียว ให้รสชาติผสมกัน ส่วนตัวผมชอบบีทรูทดองที่ใส่ในจานนี้ช่วยเสริมรสชาติวัตถดิบอย่างอื่นไม่ให้เลี่ยนเกินไป เพราะมีความเปรี้ยวบวกหวานเล็กน้อยครับ ค่าเสียหายทั้งหมดรวม SC & VAT ประมาณ 1,000 บาทพอดี ตกคนละ 500 บาทครับสำหรับอาหารมื้อไม่หนักมากพร้อมกาแฟ ++จุดดี: • กาแฟรสชาติดีคั่วอ่อน มี Single Origin ให้เลือกสำหรับคอกาแฟแบบจริงจัง รวมถึงมีกาแฟให้เลือกหลากหลายประเภทอย่าง Espresso, Pour-over, Cold Brew • อาหารฝรั่งสไตล์ Nordic ที่แปลกดี น่าลองครับ เท่าที่ผมลองสั่งมาเมนูหนึ่งถือว่าผ่านครับทั้งรสชาติและหน้าตาการจัดจานนำเสนอ • Egg Benedict ตัว Holladaise Sauce ส่วนตัวผมชอบครับ --จุดด้อย: • ร้านค่อนข้างเล็ก ที่จอดรถไม่สะดวก ไม่เหมาะนั่งทำงานแบบเป็นจริงเป็นจัง (ไม่มี Wi-Fi แต่มีปลั๊กไฟ) ถ้านัดพูดคุยเจอกันพอได้ เน้นมานั่งหาไรทานอร่อยๆ ดื่มกาแฟมากกว่าครับ (แต่เค้าก็ได้ขยายสาขาไปที่อื่นเพื่อรองรับลูกค้าที่ต้องการความสะดวกด้วย อย่างที่ @พิมาน 49 สุขุมวิท 49 @Central Embassy ชั้น 5 @Courtyard ทองหล่อ • ราคาอาหารและเครื่องดื่มค่อนข้างสูงเหมือนกัน ต้องมี ++ แต่ผมว่าคุ้มกับรสชาติและคุณภาพครับ สรุปจากที่ผมรีวิวไปทั้งหมด ขอให้ 4.5 ดาวครับ (ปัดลงเป็น 4 ดาวแล้วกัน) แนะนำว่าใครชอบดื่มกาแฟถ้าผ่านมาแถวนี้ลองแวะมาใช้บริการดูครับ รวมถึงพวก Brunch ต่างๆที่ทำออกมาได้ดีมีคุณภาพสมราคาและอร่อยครับ... อ่านต่อ
35 Likes0 Comment
photo