- หน้าแรก
/
- Hassun • แรงบันดาลใจมาจากคนญี่ปุ่นที่ทานอาหารไคเซกิ ซึ่งจะเสิร์ฟทีละคอร์ส ร้าน Kyo Bar สยามพารากอน


Hassun • แรงบันดาลใจมาจากคนญี่ปุ่นที่ทานอาหารไคเซกิ ซึ่งจะเสิร์ฟทีละคอร์ส
ขนมหวานรูปแบบใหม่ กับความสร้างสรรค์ในคอนเซปต์ Chef’s Tableร้านนี้เกิดจาก เชพดิว คิ้วคชา ผู้มีประสบการณ์จากร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ อยากที่จะเปิดประสบการณ์แห่งบาร์ขนมหวานรูปแบบใหม่ ที่ได้แรงบันดาลใจจากซูชิบาร์ ในคอนเซปต์ Chef’s Table เสิร์ฟเป็นคอร์สพิเศษเฉพาะ จึงทำให้เกิดร้านชื่อ KYO BAR ขึ้นมาค่ะ
บรรยากาศที่นี่ จะมีเพียง 13 ที่นั่ง แตกต่างจากการทานขนมแบบเดิมๆ เพราะว่าจะเป็นการนั่งอยู่หน้าบาร์ ทำให้เราได้เห็นเชพรังสรรค์ขนมตรงหน้าเราตั้งแต่เริ่มทำจนเสิร์ฟที่โต๊ะค่ะ และเรายังสามารถพูดคุยกับเชพได้ด้วยค่ะ
เส้นทางร้าน จะอยู่ในห้างสยามพารากอน ชั้น G โซน Gourmet Garden Zone ติดกับร้าน Kyo Roll En ค่ะ
แต่ละคอร์สจะมีให้เลือก 3 แบบ คือ
1. Ume (Main + Beverage) เมนูหลัก+เครื่องดื่ม 300 บาท
2. Take (Appetizer + Main) เมนูเรียกน้ำย่อย+เมนูหลัก 350 บาท
3. Matsu (Appetizer + Main + Beverage) เมนูเรียกน้ำย่อย+เมนูหลัก+เครื่องดื่ม 400 บาท
แต่ละประเภทจะมีหลากหลายเมนูให้เลือก และมีการเปลี่ยนไปตามฤดูกาลให้เราได้ surprise เรื่อยๆด้วยค่ะ
เราได้รับเชิญจาก Wongnai มาทั้งที ก็เลยได้จัดเต็ม อร่อยแบบฟินสุดๆค่ะ แต่ที่มากกว่าความอร่อย คือได้ความรู้ด้วย ก็ขอบคุณวงในมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
Appetizer เป็นเมนูเรียกน้ำย่อย ซึ่งเราได้ชิมไป 3 เมนูค่ะ คือ
1. Egg เสิร์ฟมาเป็นรังไข่ออร์แกนิคบนฟางแห้งสวยๆ พอเปิดกล่องมา เราก็จะเจอพุดดิ้งคัสตาร์ดเนื้อนุ่มๆ ที่ด้านล่างมีซอสคาราเมลด้วยค่ะ
การทาน เราก็ต้องตักช้อนไปจนถึงด้านล่าง เพื่อจะได้รสสัมผัสที่ครบค่ะ ซึ่งเนื้อพุดดิ้งนุ่มละมุนลิ้นมากๆค่ะ รสวานิลลาหอมเด่น ซึ่งทางร้านบอกว่าเป็นวานิลลามาดากัสก้าค่ะ หอมๆหวานละมุนดีจัง บอกเลยว่าฟองเดียวไม่พอค่ะ อิอิ
2. BBQ เสิร์ฟมาเป็นเตาถ่านแบบญี่ปุ่น มีถ่านสีดำ ด้านบนวางตะแกรงเหล็กที่มีอาหารคาว บางท่านได้เป็นเนื้อ บางท่านได้เป็นขาปู เสิร์ฟพร้อมซอส 2 แบบ คือ ซอสเสาวรสเนื้อมะม่วง และซอสมัทฉะโรยถั่วคุโรมาเมะ
เราได้เป็นขาปูค่ะ ตอนแรกก็แอบคิดๆว่าขาปู จะมีรสชาติแนวขนมหวานอย่างไร เรานี่เตรียมจะหยิบขาปูมาแคะแล้ว แต่พอถ่ายรูปเสร็จ พนักงานก็หยิบตะแกรงออกไป เราก็เหวอเล็กน้อย พนักงานเลยบอกว่าของปลอมค่ะทานไม่ได้ อ้าว เราโดนหลอก 55 สรุปคือที่ทานได้จริงๆคือถ่านเมอร์แรงก์ค่ะ ก็เลยอ๋อทันที ซึ่งการทานเมนูนี้ก็คือ ใช้มือหยิบถ่านแล้วจิ้มหรือใช้ช้อนตักซอสมาทานคู่กันค่ะ
ถ่านจะออกฟูๆมีรสหวานเล็กน้อยค่ะ ส่วนซอสเสาวรสกับเนื้อมะม่วง รสชาติเข้มข้น เปรี้ยวอมหวานหอมๆอร่อยดีค่ะ ส่วนซอสมัทฉะ รสชาติเข้มข้นมัทฉะมีขมนิดๆ ก็ถูกใจในอีกสไตล์ค่ะ เราชอบทั้ง 2 ซอส ปาดเกลี้ยงถ้วยค่ะ
3. Parfait เมนูนี้มาเป็นแก้วทรงสูง สีสวยงาม 3 ชั้น ด้านล่างสุดจะเป็นเจลลี่ชาเขียว ชั้นต่อมาเป็นกรานิต้าเกรฟฟรุต และด้านบนสุดเป็นโฟมมัทฉะ
การทานต้องใช้ช้อนยาวค่ะ เพื่อจะได้ตักได้ครบทั้ง 3 ชั้นทานรวมกัน จะได้ความหนุบๆของเจลลี่ชาเขียว ได้ความเปรี้ยวหวานสดชื่นของกรานิต้าเกรฟฟรุต และได้ความนุ่มละมุน รสขมเบาๆของฟองนมมัทฉะ เป็นความลงตัวที่ดีเลยค่ะ
Main เป็นเมนูหลักค่ะ ซึ่งเราได้ทานแบบจัดเต็มมากค่ะ
1. Cacao Story (Chocolate, Hazelnut, Miso) เมนูนี้เป็นการเล่าเรื่องราวของโกโก้ ซึ่งเกิดจากต้นไม้ที่ทำจากคุ้กกี้มิโสะ เติบโตบนดินที่มีไอศกรีมและบราวนี่ จนตกผลึกเป็นเม็ดโกโก้สอดไส้เฮเซลนัทพาลีนเยิ้มๆ มีเห็ดเมอแรงก์ขึ้นข้างๆต้นไม้ด้วยค่ะ เวลาทานก็ให้ทานคู่กันทั้งหมดจะได้รสสัมผัสหลายๆอย่างค่ะ
เมล็ดโกโก้เนื้อนุ่มๆ รสชาติเข้มข้นช็อคโกแลตดีค่ะ มีซอสเยิ้มๆทานเพลินเลย ส่วนคุ้กกี้จะมีรสเค็มนิดๆ ทำให้ทานคู่ดินที่เป็นไอศกรีมและบราวนี่จะไม่รู้สึกเลี่ยนไป เข้ากันได้ดีเลยค่ะ เมนูนี้แนะนำสำหรับคนชอบทานช็อคโกแลตค่ะ
2. Zen garden (Goma, Cheese, Shiro-An) คือสวนหินในเมืองเกียวโต ซึ่งจำลองเป็นก้อนดิน ทำจากชีสเค้กที่ผสมชีส 2 ชนิด คือชีสกามองแบร์ กับมาสคาโปนชีส เสิร์ฟมาพร้อมกับไอศกรีมรสงาดำถ้วยเล็กๆค่ะ
เค้กเนื้อนุ่ม รสชีสเบาๆอร่อยค่ะ ทานคู่กับไอศกรีมรสงาดำที่หอมๆกลิ่นงา รสไม่หวานมากไป สดชื่นเลยค่ะ และยังมีเจลลี่ที่ขึ้นรอบๆสวนให้เพิ่มความหนุบๆดีด้วยค่ะ
3. Pantone (Melon, Mojito, Pandan) เมนูที่ใช้สีแห่งปีมาเกี่ยวข้องค่ะ ซึ่งปี 2017 จะเป็นธีมสีเขียว จึงเกิดการสร้างสรรค์สิ่งที่มีความ Green มาเป็นส่วนประกอบ คือ เมลอน ใบเตย และโมฮีโต้(Mojito) ค่ะ จึงถูกจัดวางด้วย
เค้กรูปเมลอน ด้านในสอดไส้เมลอนและใบเตย ด้านล่างเป็นสาคูใบเตย ส่วนอีกถ้วย พอเปิดฝามา ก็จะเจอกรานิต้าเมลอนกับโมฮิโต้ เพื่อให้ความรู้สึกเหมือนทานเครื่องดื่ม รอบๆยังมีเจลลี่สีเขียวเข้มเป็นรสใบเตย ส่วนสีอ่อนเป็นรสโมฮิโต และยังมีเมลอนสดด้วย รอบๆราดซอสเมลอนและซอสใบเตยสวยๆ เมนูนี้แนะนำให้รีบทานเพราะจะละลายไวค่ะ
เค้กเนื้อนุ่มๆดีค่ะ มีรสใบเตยหอมเบาๆและกลิ่นใบมิ้นท์นิดๆ รสชาติใช้ได้ค่ะ แต่ส่วนตัวเราไม่ค่อยทานมิ้นท์เท่าไหร่ เลยรู้สึกไม่ค่อยโดนมากนัก😅 ส่วนกรานิต้ารสชาติออกเบาๆ ถ้าเพิ่มรสเด่นมาอีกนิด น่าจะทำให้เมนูนี้มีอะไรขึ้นค่ะ เนื่องจากใบเตยก็รสอ่อนๆ เมลอนก็หอมเบาๆ โมฮีโต้ก็มีแค่กลิ่น โดยรวมเลยรสเบาๆไปหมดเลยค่ะ แต่เมนูนี้เราชอบสีสัน เห็นแล้วสวยสบายตาดีค่ะ
4. Oops… (Strawberry, Hibiscus, Yogurt) เมนูที่เห็นเราต้องร้อง อุ๊บส์… ซึ่งเป็นแก้วไอศกรีมที่หกลงบนจาน ด้านในเป็นโยเกิร์ตรสสตอเบอรี่ สตรอว์เบอร์รี่มูส ช็อกโกแลตนามะรสสตรอว์เบอร์รี่ สตรอว์เบอร์รี่สด และกรานิต้าฮิบิคัสหรือดอกชบาค่ะ
รสชาติเปรี้ยวหวาน สดชื่น ทานแล้วต้องมียิ้มแน่นอนค่ะ เราถูกใจโยเกิร์ตมากค่ะ รสชาติเข้มข้น อร่อยๆ มีกรานิต้าเคี้ยวกรุบๆหอมๆกลิ่นดอกไม้เบาๆ เมนูนี้บอกเลยว่าสาวๆที่ชอบทานรสเปรี้ยวๆหวานๆต้องลองค่ะ
5. Kyoto Spring (Matcha, Chocolate, Mikan) มาเปลี่ยนฤดูกันดีกว่าค่ะ เนื่องจากร้านนี้จะเน้นเมนูตามฤดูกาล จึงเกิดเมนูนี้ค่ะ ซึ่งเป็นฤดูใบไม้ผลิในเมืองโตเกียว เป็นเค้กโอเปร่ารสมัทฉะสลับชั้นกับรสช็อกโกแลต เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟรสถ่านไม้ไผ่ผสมรสชาเขียว ซึ่งใครเป็นลูกค้า Kyo Roll En จะต้องคุ้นเคยดีค่ะ เพิ่มลูกเล่นด้วย ช็อกโกแลตนามะรสดาร์คช็อกโกแลต ช็อกโกแลตนามะรสมัทฉะ ส้ม และสตอเบอรี่สดค่ะ
เค้กโอเปร่าเนื้อนุ่มๆมีรสหวานและขมของช็อคโกแลตและมัทฉะที่ผสมกัน ทานคู่ซอฟต์เสิร์ฟหอมหวาน มีผลไม้เพิ่มความสดชื่นหอมๆ ทานคู่ท้อปปิ้งต่างๆที่อยู่รอบจาน ก็เข้ากันดีค่ะ เมนูนี้เหมาะสำหรับคนที่ชอบความเข้มช็อคโกแลตแต่ก็อยากได้รสชมนิดๆของมัทฉะด้วยค่ะ
6. Mont Blanc (Satsuma-Imo, Blackcurrant, Caramel) มันหวานญี่ปุ่นอบ เสิร์ฟคู่เค้กมองบลังค์ ไอศกรีมรสแบล็กเคอร์แรนท์ รอบๆจานยังตกแต่งด้วยซอสคาราเมล และซอสแบล็คเคอแรนท์ค่ะ เป็นแนว 3 รสชาติ 3 อุณหภูมิ
มันหวานญี่ปุ่น อบมาร้อนๆ เนื้อนุ่มหอมหวาน อร่อยมากกกกกก ดีงามสุดๆค่ะ แบบว่าปลื้มมากกก ซึ่งเป็นความหวานจากธรรมชาติค่ะ ไม่ใส่น้ำตาล เพราะทางญี่ปุ่นมีส่งใบมายืนยันด้วยค่ะ ว่ามีสรรพคุณอย่างไรถึงได้ความหวานธรรมชาติแบบนี้ ส่วนเค้กมองบลังค์ ที่ปกติจะใช้เกาลัด แต่เมนูนี้เราใช้มันหวานญี่ปุ่นค่ะ และที่แตกต่างคือจากเดิมผสมทุกอย่างรวมกันเป็นมองบลังค์ แต่เมนูนี้มีนำส่วนผสมบางส่วนมาทำเป็นแผ่นสีขาวให้มองเห็นจากด้านนอกได้ ซึ่งรสชาติจะคล้ายๆเมอแรงก์แต่จะละลายในปากมากกว่าค่ะ ยังมีไอศกรีมและซอสแบล็คเคอแรนท์เพิ่มรสเปรี้ยวและเย็นสดชื่นด้วยค่ะ
7. Onsen (Sakura, Sake, Kuromitsu) เมนูที่เกิดจากวิถีชีวิตของคนญี่ปุ่นช่วงซากุระ ซึ่งชอบมาแช่ออนเซ็นและจิบสาเก เมนูนี้จึงเกิดขึ้นมา โดยสร้างสีสันด้วยดรายไอซ์ ให้เกิดควันพวยพุ่งและเดือดปุดๆเหมือนแช่อยู่ในน้ำพุร้อนค่ะ ซึ่งด้านในจะเป็นกรานิต้ารสเหล้าสาเก ไอศกรีมรสสตอเบอรี่ ฟองคุโรมิสึราดน้ำตาลทรายแดง เจลลี่สาเก วุ้นคังเต็น วุ้นชาเขียว และคอนยัคคุ(บุก) ด้านบนวางด้วยแผ่นไวท์ช็อคโกแลต รอบๆบ่อน้ำพุร้อน มีดอกซากุระร่วงด้วยค่ะ อารมณ์เหมือนมาแช่ออนเซ็นใต้ต้นซากุระค่ะ
ก่อนทาน เราก็ต้องเคาะแผ่นไวท์ช็อคโกแลตให้แตกก่อน และก็ทานทุกอย่างรวมกัน เพื่อจะได้ความสดชื่น มีรสเปรี้ยวอมหวาน มีเคี้ยวหนุบๆ เราปลื้มบุกมาก อร่อยจังค่ะ และได้ความกรุบกรอบของแผ่นช็อคโกแลตด้วยค่ะ แต่เมนูนี้มีผสมเหล้าสาเกด้วย ออกรสเบาๆค่ะ
8. Hassun (Yuzu, Shoyu, Tonyu) เมนูนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากคนญี่ปุ่นที่ทานอาหารไคเซกิ ซึ่งจะเสิร์ฟทีละคอร์ส ซึ่งคอร์สที่สำคัญที่สุดในมื้อก็คือ Hassun ก็เลยนำมาทำเป็นเมนูขนม 8 อย่าง ประกอบไปด้วย พุดดิ้งน้ำเต้าหู้ โรลเค้กราดด้วยซอสโชยุ วาราบิโมจิ ดังโงะ นามะช็อกโกแลต และ กรานิต้าส้มยูสึที่ท็อปด้วยไข่ปลารสสตอเบอรี่ ซึ่งหน้าตาเหมือนไข่ปลาแซลมอนอิคุระมากๆค่ะ บอกเลยว่าเมนูนี้มาวางตรงหน้าต้องร้องว้าวค่ะ
พุดดิ้งนุ่มๆรสจะออกจืดๆแนวสุขภาพค่ะ โรลเค้กเนื้อนุ่มๆเช่นกัน ก่อนทานก็ราดซอสโชยุทานคู่กัน อร่อยค่ะ ไม่คิดว่าจะเข้ากันแต่เข้ากันดีค่ะ แนวว่าได้ความหวานเค็มลงตัวไม่เลี่ยนจนเราต้องขอเชพราดซอสเพิ่มเลยค่ะ ส่วนกรานิต้าจะออกรสหวานอมเปรี้ยวหอมๆส้มยุสุสดชื่นดีค่ะ มีเคี้ยวหนุบๆของไข่ปลารสสตอเบอรี่ด้วย ดีงามค่ะ และยังมีวาราบินุ่มๆหนุบๆ เกาลัด สตอเบอรี่สด ดังโงะหนุบๆ และถั่วแดงบดหวานๆ และถั่วดำค่ะ
Beverage ตบท้ายด้วยเครื่องดื่ม ซึ่งจะมีให้เลือกเป็น กาแฟ ชา ม็อกเทล และโซดา
1. เราเลือกจิบชาร้อนค่ะ เป็นของ TWG ซึ่งทางร้านจะมีหมุนเวียนประเภทชาไปเรื่อยๆค่ะ ครั้งนี้เราเลือกเป็น French Earl Grey เสิร์ฟมาเป็นกาใสสวยๆ ทานแล้วเข้ากันดีกับขนมหวานค่ะ
2. Fizz เป็นแนว Mock tail คือโซดาน้ำพีชที่มีส่วนผสมของน้ำแร่ ทานแล้วสดชื่นค่ะ
เราได้มาทานครั้งนี้ บอกเลยว่าประทับใจเรื่องความสวยงามและความสร้างสรรค์มากค่ะ บางเมนูที่ไม่คิดว่าจะมาทำเป็นของหวานได้ ก็ทำมาได้อย่างสวยงามและใส่ใจในรายละเอียดมากๆ แถมรสชาติก็อร่อยลงตัวด้วยค่ะ
สำหรับใครที่สนใจ วันจันทร์นี้ จะมีเมนูมาใหม่ด้วยค่ะ ซึ่งนำกุหลาบมาเป็นส่วนผสม และมีน้ำหอมเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ถ้าอยากรู้ว่าน้ำหอมทานได้ด้วยหรือ ก็ต้องตามมาลองเมนูนี้กันแล้วค่ะ
43 Likes0 Comment



