4.1
9 เรตติ้ง (6 รีวิว)
ปิดอยู่จะเปิดในเวลา 10:00
Salon de Bear
เมื่อผมชั้นเข้าขั้นวิกฤติ.. โคนมันเยิ้ม ปลายแห้งกรอบ เส้นแบนลีบ!! ทำไงดี..ไปดูกันคือต้องบอกว่าทำผมกับพี่แป๊ะ Salon De Bear มาตั้งแต่เรียนมหาลัย จนบัดนี้ทำงานทำการมานานห้าหกปีแล้ว รักกันมานานขนาดนี้..จะไม่เชื่อก็ไม่ได้ ชิมิล่ะ ประกอบกับรู้สึกตัวอยู่เหมือนกันว่าผมเรามันมีน้ำหนักมากเกินไปนะ (ไม่ได้แปลว่าดี) หัวมันและหัวเหนียวและคันหัวมากๆ ถ้าใครยังไม่เชื่อ เชิญชมภาพ before ความร้ายำย่ำแย่ของหนังศีรษะข้าพเจ้าได้ ณ บัดนาว…เอ้า..กลั้นหายใจกันนิดนะ...ทำใจกันด้วยนะ...แท่นแท้นนนนน เป็นดังนี้ดังนั้น ท่านพี่แป๊ะ(เป็นท่านขึ้นมาทันที) ได้ทำการชี้ทางสว่างว่าปัญหาหลักมาจากผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในปัจจุบัน เนื่องจากเทรนด์สาวไทยผมตรงมีมาเนิ่นนาน แชทพูครีมนวดที่ออกมาเลยมักประโคมซิลิโคน และมีความเข้มข้นเจ้มจ้นเข้าขั้นสาหัส เพื่อให้ผมนุ่มลื่น(มันเยิ้ม) และเหยียดตรง(แบนลีบ)ตามสมัยนิยม โดนโฆษณาภาษาตามที่ไม่ได้วงเล็บ และให้ผลตามที่วงเล็บไว้ทุกประการ โดนท่านพี่แป๊ะกล่าวว่าเคยทำการทดลองเอาไว้ (ลงทุนมาก) โดยสระปอยผมด้วยเบบี้แชมพู ซาลอนแชมพู(แชมพูที่ใช้ในร้านทำผม) และแชมพูตามท้องตลาด ขอสรุปไว้คร่าวๆว่า.. ในขณะที่แชมพูในท้องตลาดชื่อดังสนั่น มีโฆษณาทีวีออกมาหนาตาหนาหู มีซิลิโคนเป้นส่วนประกอบอย่างเข้มข้น ซึ่งส่งผลให้..เมื่อ Silicone เริ่มสะสมตัว จะส่งผลทำให้เส้นผมเหมือนมีแผ่นฟิลม์เคลือบผิวอยู่ที่ยากจะเอาออก ทำให้เส้นผมไม่สามารถถ่ายเทความชื้นได้ เป็นสาเหตุของผมแห้ง ฝืดและไม่เงางาม นอกจากนี้แผ่นฟิล์มที่เกิดขึ้นยังอาจทำให้เคมี ทั้งสี ดัด ยืด ซึมเข้าเส้นผมได้ไม่ดีเท่าที่ควรคับ เรียกได้ว่าสวยในระยะสั้น แต่ระยะยาวจะส่งผลเสียต่อเส้นผม และในผู้ใช้บางราย ยังอาจก่อให้เกิดอาการแพ้อีกด้วย โดยจะมีอาการเป็นผื่นแดงๆ คัน เป็นรังแค และอาจก่อให้เกิดสิวได้ครับ ท่านแป๊ะกล่าวไว้ ใครสนใจรีวิวละเอียดตามไปที่นี่จ้า: https://www.facebook.com/media/set/?set=a.400696266649724.114546.106312026088151&type=3 เมื่อรู้เช่นเห็นเยี่ยงนี้..พลอยได้เอ่ยถามท่านพี่ว่าควรทำเยียงใดดีในการกอบกู้ฟื้นฟูอิสรภาพเส้นผม จากกรงขังของฟิล์มซิลิโคนที่แพ…อุ๊บบส์…แชมพูท้องตลาดได้สร้างไว้ ท่านพี่กล่าวว่ามี 2 ขั้นตอนในการกอบกู้ ซึ่งสำคัญพอๆกัน ขั้นแรกคือ… การล้างสิ่งตกค้าง ซิลิโคนที่สะสม ขั้นตอนนี้ไปล้าง ณ Salon De Bear โดยใช้วิธีเอาโซดาไฟราด..เอิ่ม มันใช่ที่ไหนล่ะ!! จริงๆแล้วเป็นสิ่งที่เรียกว่า “Head Soda Spa” ต่างหาก Head Soda จะทำหน้าที่เป็นเหมือนการขจัดสิ่งตกค้างบนเส้นผม และหนังศีรษะอย่างอ่อนโยนเหมาะมากสำหรับคนที่มีปัญหาหนังศีรษะมันมาก ทำให้รู้สึกโล่งสบายอยู่ได้ประมาณ 2 อาทิตย์ ซึ่งหากมีการใช้แชมพูที่ช่วยปรับสมดุลย์เรื่องความมันส่วนเกิน จะช่วยให้อยู่ได้นานขึ้นอีก คนที่คัน และมีรังแค เพราะสามารถลดปริมาณรังแค และอาการคันลดลงทันทีคนที่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ก่อตัวได้เป็นประจำ เช่น แชมพูที่มีส่วนประกอบของซิลิโคนประมาณมาก หรือ Styling ที่ล้างออกยากจนทำให้รู้สึกเส้นผมเหนอะหนะ และไม่สบายหนังศีรษะ ขั้นตอนนี้ใช้เวลา 15 นาทีเท่านั้น โดยเริ่มจากการสระผมตามปกติ ออกมาเป็นอย่างไร? ความรู้สึกหลังทำคือเย็นสบายมากๆ เหมือนคนที่ตัวสกปรกแล้วได้อาบน้ำเย็นชื่นใจ ขัดสีฉวีวรรณจนสะอาดสะอ้านเป็นอันดี เมื่อถ่ายรูปออกมาผมก็โดดดเด้งเยี่ยงนี้ ถึงตรงนี้อาจมีคนท้วงว่า ผมเพิ่งสระก็ต้องดูสะอาดอยู่แล้ว จริงค่ะ อิชั้นไม่เถียง อย่างไรก้ตามการล้างสิ่งหมักหมมออกไปขั้นตอนเดียวคงไม่พอ เพราะถ้าเรากลับไปใช้ของเดิมๆ สภาพผมเดิมๆย่อมกลับมาอย่างไม่ต้องสงสัย ดังนั้นท่านพี่จึงได้แนะนำผลิตภัณฑ์ซาลอนแชมพูให้กลับไปใช้ที่บ้านด้วย เพื่อรักษาผมสุขภาพดีอย่างสุขียาวนาน โดยแชมพูที่ท่านพี่แนะนำมาจากแบรนด์ “Davines” มีสามชิ้นหลักที่ข้าพเจ้าลืมถ่ายรูปตอนก่อนใช้เอาไว้ เลยขอถ่ายอีกครั้งตอนใช้ใกล้หมด สภาพผ่านศึกมาอย่างเข้มข้นอย่างคนมีประสบการณ์ ^^” ชิ้นแรกได้แก่…. REBALANCING Shampoo แชมพูที่ช่วยลดความมัน เพิ่มความพองตัวให้เส้นผม แต่กลับไม่ทำให้เส้นผมแห้งไปกว่าเดิม แถมยังนุ่มและปริงตัวได้ดีขึ้นอีกด้วย เห็นได้ชัดกับผมดัด และผมลีบแบน เป้นแชมพูที่สระแล้วเย็นๆ สบายศีรษะอย่างเยี่ยมยอด แต่ได้รับคำแนะนำว่าให้ใช้สลับกับแชมพูอื่นด้วย เพราะเนื่องจากลดความมันได้ดี จึงอาจทำให้หนังศีรษะแห้งและเป้นสะเก็ดรังแคได้ถ้าใช้บ่อยเกินไป ชิ้นที่สอง… นำมาสลับใช้กับชิ้นแรกคือ OI/Shampoo เป็นแชมพูที่สามารถใช้ทุกวันได้ เหมาะกับเส้นผมและหนังศีรษะทุกประเภทรวมถึงเส้นผมที่ทำเคมี แชมพูปราศจาก SLS แต่สามารถขึ้นฟองได้ในปริมาณปกติ และทำความสะอาดสิ่งตกค้างได้ดี ฟังชื่อแล้วอาจตกใจว่าชื่อออยแชมพู เป้นแชมพูที่ทำให้ผมมันมั้ย แต่ท่านพี่กล่าวว่าเวลาเธอแต่งหน้าหนาๆ(เอ๊ะ..ด่าชั้นรึ) เธอก็ต้องใช้ออยล้างออกชิมิล่ะ(เออจริง) เหมือนกันเลย.. ออยแชมพูจะช่วยทำความสะอาดหนังศีรษะได้ดีเยี่ยม อย่างนี้นี่เอง… NOUNOU/PAK NOURISHING REPAIRING MASK ด้วย Olive Butter ทรีทเมนท์หมักผมสำหรับผมเสียและต้องการการบำรุงเป็นพิเศษ ท่านพี่กล่าวว่าทิ้งครีมนวดไปซะ…เพราะนอกจากซิลิโคมจะมากมีประดีประดา ยังไม่สามารถบำรุงรักษาผมยาวๆ แห้งๆ ดัด ทำสี ฟอกสีของเธอได้ดีพอ แต่ให้ใช้ทรีทเม้นท์แทนครีมนวด โดยวิธีใช้คือหลังสระผมแล้วให้.. 1. รีดน้ำออกจากผมให้มากที่สุด 2. นวดทรีทเม้นท์เฉพาะส่วนปลาย 3. เดินเล่นในห้องน้ำ บีบสิว แคะฟัน ล้างจาน ประมาณ 5 นาทีจากนั้นล้างออกตามอัธยาศัย จะได้ผมนุ่มสุขภาพดี ไม่มัน ไม่เยิ่ม ไม่เหนียวและลีบแบน ทั้งนี้ทั้งนั้นข้าพเจ้าได้ปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัด และได้ถ่ายภาพประกอบหลักฐานไว้ทุกประการ โดยภาพซีกซ้าย… เป็นสภาพผมก่อนทำทรีทเม้นท์และใช้ซาลอนแชมพู (ตุลาคม 2013) ส่วนซีกขวา…. คือสภาพผมหลังทำทรีทเม้นท์และใช้ซาลอนแชมพู (มกราคม 2014) ไปดูพร้อมกัน วันที่ 1 สระเสร็จใหม่ๆ ไฉไลจู้ฮุกกรู้ สบายผมเป็นอันดี ไม่มีความมัน ไม่มีรังแคมารังแกใจ วันที่ 2 แววสยองเริ่มปรากฎ before: เริ่มเห็นชัดว่าก่อนทำทรีทเม้นท์และเปลี่ยนแชมพู ผมมีความมันค่อยข้างชัดเจน after: ผมยังปกติสุขดีอยู่ วันที่ 3 ไสผมไปซะ!! before: ภาพนี้จะชัดเจนมาว่าซิลิโคนแชมพูทำอะไรกับเราบ้าง ทั้งมันเยิ้มและรังแค T T after: และชัดเจนอีกเช่นกันว่าหลังจากทรีทเมนท์และใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม ผมของเราก็ยังอยู่ได้ชิลล์ๆมาจนวันนี้ แต่รังแคและอาการคันยังไม่หมดไปเสียทีเดียว แต่เรื่องๆอื่นๆต้องบอกว่าดีขึ้นจนน่าทึ่งเลยล่ะเธอ และเมื่อสยายผมถ่ายจากด้านหลังก็จะชัดมากสุดๆนะ (กล้องคนละตัว แต่ความมันมันเด่นชัด) บทสรุปก็คือ…. ลองมาสำรวจกันหน่อยมั้ยว่าสภาพผมของเรานั้น… มัน ลีบแบน ม้วนแล้วคลายเร็ว ดัดไม่ขึ้น ทำสีไม่ชัด หนังศีษะเยิ้ม กนอยู่หรือเปล่า ซึ่งอาการเหล่านี้เราไม่ได้เป้นตั้งแต่ยังเด็กๆหรือสาวกว่านี้ใช่หรือไม่ ถ้าใช่อาจต้องลองสำรวจดีๆว่าแชมพูที่เราใช้มีส่วนทำให้ผมเราเป้นแบบนี้หรือเปล่า โดยเฉพาะสูตรผมตรง บำรุงผมล้ำลึกเป็นต้น ท่านพี่กล่าวไว้อีกว่าให้มองหาส่วนผสมชื่อนี้…และหลีกหนีมันซะนะ การลือกแชมพูอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.facebook.com/photo.php?fbid=511579698894713&set=a.400696266649724.114546.106312026088151&type=3&theater ส่วนใครที่หลวมตัวแล้วลองปรึกษาซาลอนที่รู้ใจ ว่ามีสปาล้างทำความสะอาดหนังศีรษะอย่างบ้ำลึกแนะนำมั้ย มีแชมพูอะไรแนะนำหรือเปล่า เอาแบบที่หลีกเลี่ยง”ซิลิโคน”แย่ๆเป้นดีที่สุด ดูแลผมอย่างเดียวไม่พอ ต้องเผื่อแผ่มาถึง”หนังศีรษะ”กันด้วยนะเธ้ออออออ วันนี้ลาไปสระผมก่อน หวังว่าบทความนี้จะช่วยชีวีสาวไทยให้ไกลจากผมหนืดๆได้ไม่มากก็น้อย ขอบคุณ Salon De Bear และ Davines ที่ช่วยกอบกู้ผมข้าพเจ้าจนสำเร็จมา ณ โอกาสนี้ด้วยค่า until next time xoxoxo... อ่านต่อ
0 Like0 Comment
photo