3.9
44 เรตติ้ง (43 รีวิว)
ปิดอยู่จะเปิดในเวลา 11:00
ABC Essence in Eatery 9:53 art mall
Carbonara
ABC พื้นฐานของอาหารที่ดี***ขอขอบคุณวงในและทางร้าน ABC Essence in Eatery ที่ให้เกียรติไปร่วมเข้า workshop ในครั้งนี้ค่ะ*** เริ่มการเวิร์คช็อปครั้งนี้ด้วยการแนะนำคอนเซ็ปต์ของร้านโดยคุณนีน่า เจ้าของร้าน ABC Essence in Eatery ซึ่งทางคุณนีน่าเกริ่นถึงที่มาของชื่อร้านด้วยแนวคิดเข้าใจง่ายว่า ABC เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นในการเรียนตั้งแต่เด็กๆ ก็เปรียบเสมือนการทานอาหารที่คนทานหวังที่จะให้อาหารมีความอร่อย ครบหลักโภชนาการอาหาร 5 หมู่ ซึ่งอาหารทุกจานของทางร้านจะตอบโจทย์ในเรื่องของหลักโภชนาการ รสชาติของอาหาร และอาหารทุกจานจะถูกตกแต่งมาอย่างสวยงามด้วยค่ะ -บรรยากาศ- หากพูดถึงบรรยากาศของทางร้านเชื่อว่าคนที่เล่น IG หลายๆคนน่าจะเคยเห็นรูปผ่านตามาบ้าง เพราะด้วยการตกแต่งที่เรียบง่าย แต่ซ้อนด้วยดีเทลสวยๆ ทำให้เหมาะแก่การถ่ายรูปมากๆค่ะ เริ่มจากประตูหน้าร้านที่เป็นกระจกบานใส มีชื่อร้านสีขาวติดไว้สวยๆ ภายในร้านเน้นโทนสบายตาด้วยสีขาวเล่นดีเทลด้วยลวดลายของกำแพง และผนังอีกด้านที่เป็นกระจกถูกดีไซน์เป็นช่องๆคล้ายรังผึ้ง ถ้ามองผ่านกระจกไปก็จะเห็นต้นไม้สีเขียวๆดูสบายตาค่ะ -เมนู- อาหารของทางร้านเป็นแนวฟิวชั่น มีหลายแบบให้เลือก กาแฟ และเครื่องดื่มอื่นๆ -เมนูที่ทาน- 1.*** “Scallop” เมนูเรียกน้ำย่อยจานนี้เสิร์ฟมาแบบสวยๆ เป็นหอยเชลเนื้อขาวๆสดๆวางบนแตงกวาที่ถูกฝานมาเป็นแผ่นบางๆ โรยด้วยถั่วพิตาชิโอ้ และซอสที่มีส่วนผสมของ Sun Dried Tomato เสิร์ฟกับอะโวคาโด ส่วนตัวทานแบบครบทุกอย่างในคำเดียว จะได้ความสดหวานจากหอยเชล มันๆจากอะโวคาโด ความเข้นข้น กรุบกรอบจากซอสและถั่ว มีรสสัมผัสเย็นๆจากแตงกวา อร่อยดีค่ะ ติดใจเลยจานนี้ 2. “Sumo Salad” จานที่สองนี้เสิร์ฟมาแบบครบหลักโภชานาการด้วยสลัดผักใบเขียว ไก่เทริยากิ เต้าหู้ไข่เทมปุระ ทีเด็ดอยู่ตรง Kimchi Roll แท่งสีดำคล้ายไส้กรอก จานนี้เสิร์ฟกับบน้ำสลัดงาขาวแบบญี่ปุ่น แต่แอบตัดด้วยรสเผ็ดร้อนนิดๆจากขิง ตัวสลัดผักกรอบๆหอมงา เข้ากันดีกับไก่นุ่มๆย่างมาหอมดี เต้าหู้ไข่เทมปุระกับกิมจิโรลก็ดูแปลกตา กิมจิโรลจะเป็นกิมจิห่อด้วยแผ่นสาหร่ายหลายๆชั้นมีความเหนียวนิดๆ ทานกับสลัด อร่อยดีค่ะ 3.*** “French Fried” เมนูนี้ฟังชื่อแล้วดูธรรมดา แต่จากการประเมินหน้าตาก็ให้คะแนนไปเกือบเต็มสิบ ทางร้านจะเสิร์ฟมันหั่นชิ้นทอดร้อนๆ ไว้ในถุงกระดาษสีน้ำตาลแบบคลาสสิค โรยด้วยชีสขูดเส้น กับซอส 4 ชั้นในบีกเกอร์ ซึ่งจะมีทั้งซอสวาซาบิ กิมจิ บีทรูท มาโย ตอนทานก็ต้องเอาเจ้ามันฝรั่งจิ้มไปจนสุดบีกเกอร์ เพื่อให้ได้รสชาติซอสแบบครบรส เมนูนี้ฟินจริงๆ แนะนำให้สั่งเลยค่ะ ตัวมันร้อนๆ ตอนหยิบจะมีชีสขูดติดไปด้วย จิ้มกับซอส รสจะเข้มข้น หอมมายองเนส มีรสเผ็ดนิดๆจากวาซาบิ และกลิ่นกิมจินิดๆค่ะ 4. “Weekend Wrap” ต่อกันที่เมนูแร็พเพิ่มความหนักท้อง จานนี้เป็นแร็พไส้เนื้อไก่ มีผักกาดแก้ว ข้าวโพด หน่อไม้ฝรั่ง ราดด้วยซอสทรัฟเฟิล และซอสพริก ส่วนตัวชอบแผ่นแป้งที่ทางร้านแร็พมาเพราะรู้สึกว่าย่างมากำลังดี มีกรอบนิดๆ หอมๆ เข้ากับไก่ย่าง ผักกรอบๆ และข้าวโพดหวานๆดีค่ะ 5. “Teriyaki Chicken Pasta” เมนูพาสต้ารสชาติเข้มข้นจัดจ้าน เสิร์ฟมากับไก่เทริยากิชิ้นโต กับหมี่เหลืองทอดกรอบ ตัวพาสต้าเส้นเหนียวนุ่มกำลังดี ถูกคลุกเคล้ามากับซอสรสออกหวานเผ็ด ตอนทานก็คลุกรวมกัน ทานกับหมี่กรอบด้วยจะเพิ่มความกรุบกรอบตอนเคี้ยวได้ดีค่ะ 6. “Carbonara” จานนี้มาแบบหน้าตากินขาดอีกเช่นเคยด้วยฟองฟูๆบนพาสต้า และไข่ลาวาเทมปุระ อีกอย่างที่โดดเด่นคงหนีไม่พ้นเบคอนทอดชิ้นอ้วนๆ จานนี้ต้องคลุกไข่ลาวาด้านบนให้เข้ากัน จะได้ความเหนียวนุ่มจากพาสต้า และรสชาติที่เข้มข้นของครีมกับไข่ มีเบคอน กับเบคอนทอดด้วย ดีค่ะ 7. “Fish” เมนูชื่อเรียกง่าย ที่ทางร้านใช้เนื้อปลาแซลม่อนชิ้นใหญ่ย่าง เสิร์ฟกับมันฝรั่งฝานเป็นแผ่น หน่อไม้ฝรั่ง มะเขือเทศ ราดด้วยซอสบีทรูทสีชมพูสวย จานนี้เนื้อปลาแซลม่อนย่างแบบสุกไปหน่อยค่ะ เนื้อแอบแห้ง แต่ก็ยังรู้สึกได้ถึงความหวานสด ทานกับซอสสีขาวรสเปรี้ยวนิดๆที่เสิร์ฟมาด้วยกัน ก็โอเคค่ะ 8.*** “Duck” เมนูชื่อเรียกง่ายอีกหนึ่งเมนูที่มาแบบสวยๆ ด้วยน่องเป็ดสีน้ำตาล เสิร์ฟกับริซ็อตโต้ ผักโขม ซอสบีทรูท และโฟมพาเมซาน เนื้อเป็ดทานง่าย เป็นเนื้อนุ่มๆ ทานกับริซอตโต้นุ่มๆ อร่อยดีค่ะ 9. “Fatty Boy Waffle” เมนูนี้แปลง่ายๆว่าเป็นเมนู "เด็กอ้วน" ค่ะ เป็นวาฟเฟิลหนึ่งชิ้นที่ทางร้านเสิร์ฟแบบหั่นครั่งมา มากับซอสช็อโกแล็ตข้นๆ มาร์ชเมลโล่ย่างชิ้นเล็กๆสีชมพู เขียว สมกับชื่อเมนูค่ะ เพราะแต่ละอย่างที่เสิร์ฟมาน่าจะเป็นของโปรดของเด็กๆ ตัววาฟเฟิลเนื้อค่อนข้างแน่นกรอบๆ ทานกับซอสช็อคโกแล็ต และมาร์ชเมลโล่เข้ากันดีสุดๆ 10.*** “Waffle and Friends” เมนูนี้เป็นเมนูวาฟเฟิลเอาใจสาวด้วยวาฟเฟิลร้อนๆที่เสิร์ฟมากับผลไม้สดๆ อย่างส้ม บลูเบอรี่ สตรอเบอรี่ และไอศครีมวนิลลาลูกโตๆ ตัววาฟเฟิลกรอบๆทานกับไอศครีมวนิลลาเนื้อข้นๆ กับผลไม้ เข้ากันดี อร่อยค่ะ 11.*** “Jungle” อีกหนึ่งเมนูประทับใจของวันนี้เป็นแผ่นแป้งคล้ายๆแป้งแพนเค้ก เสิร์ฟมากับกล้วยหั่นชิ้นเล็กๆด้านบน มีซอสคาราเมลกล้วย และกล้วยหอมครึ่งลูกที่ทางร้านโรยด้วยน้ำตาลแล้วเบิร์นมาให้น้ำตาลกรอบๆ กับครีม ตัวแผ่นแป้งเหนียวกว่าแพนเค้ก ทานกับคาราเมลกล้วยอร่อยค่ะ ส่วนตัวชอบตรงกล้วยที่มีน้ำตาลด้านบน อร่อยดี 12. "ABC Signature Iced Coffee" ปิดท้ายด้วยเมนูเครื่องดื่มตัวเอกของร้าน เป็นกาแฟเย็น ที่ทางร้านจะเสิร์ฟเป็นนมใส่น้ำแข็งพร้อมกาแฟที่ใส่อยู่ในกาสีใส พนักงานแนะนำว่าให้เมกาแฟลงไปแล้วชิมก่อน ถ้าต้องการหวานค่อนใส่ไซรัปค่ะ เพราะตัวนมที่เสิร์ฟมามีรสหวานอยู่แล้ว กาแฟถ้วยนี้ของทางร้านรสออกเข้นข้น หอม มันนิด หวานกำลังดีค่ะ แต่อาจเข้มไปหน่อยสำหรับเรา -บริการ- พนักงานร้านนี้ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว มีชื่อร้านปักอยู่ด้วย สวยดีค่ะ พนักงานยิ้มแย้ม แนะนำดี -การเดินทาง- ร้านอยู่ที่โครงการ 9:53 Art Mall ชั้น 3 ซอยทองหล่อ 9 ค่ะ สามารถขับรถไปโดยไปทางเส้นสุขุมวิทแล้วเลี้ยวซ้ายที่ซอยสุขุมวิท 53 แล้วตรงเข้าไปก็ได้ค่ะ โครงการจะอยู่ทางขวามือ หรือจะเดินทางด้วยรถไฟฟ้าก็ลงที่สถานีทองหล่อ แล้วนั่งรถต่อเข้าไปที่โครงการก็สะดวกค่ะ -ที่จอดรถ- ที่จอดรถของโครงการ -ความรู้ปิดท้าย- ขอปิดท้ายด้วยความรู้ที่ได้จากการไปเวิร์คช็อปครั้งนี้ซักนิดค่ะ ครั้งนี้เราไปเวิร์คช็อป "Coffee Cupping" ซึ่งเป็นการทดสอบกาแฟ โดยผู้ที่เข้าทดสอบจะต้องมีการให้คะแนนในเรื่องของ 1. Fragance or Aroma หรือกลิ่นที่ได้รับจากกาแฟแต่ละถ้วย อาจเป็นกลิ่นผลไม้ กลิ่นดอกไม้ หรือกลิ่นถั่ว 2. Flavor and After taste หรือรสชาติและรสสัมผัสที่ยังคงอยู่หลังจากกลืนกาแฟ 3. Acidity หรือความเปรี้ยว 4. Sweetness หรือความหวาน 5. Body หรือเนื้อกาแฟ 6. Clean Cup ตอนทดสอบก็จะต้องรอให้ครบเวลาที่จะสามารถชิมกาแฟได้ก่อนจะมีการเบรคกาแฟ เพื่อดมกลิ่น ตักเมล็ดกาแฟที่ลอยในถ้วยออก แล้วทำการ Slurp หรือซด เพื่อให้น้ำกาแฟแตกเป็นสายๆคล้ายสเปรย์ภายในปาก KiMCHi WaSaBi 20/06/2015... อ่านต่อ
24 Likes0 Comment
photo