4.0
2 เรตติ้ง (2 รีวิว)
ศูนย์แสดงสัตว์น้ำค่าเข้าชม: EUR 15/คน
Oceanário de Lisboa
ประทับใจกับ Aquarium ที่ ranking ลำดับที่ 3 ของยุโรป (4.5 🌟)สถานที่นี้ไม่ได้อยู่ในแผนเที่ยวเราตั้งแต่แรก เพราะส่วนใหญ่เรามักจะเน้นเดินเล่นชมเมือง รวมทั้งแวะชมสถาปัตยกรรมที่มีความโดดเด่นและสถานที่ที่อยู่ในลิสต์ของ UNESCO (World Heritage Sites) ซะมากกว่า ครั้งนี้เพื่อนในกลุ่ม รีเควสเพิ่มเติมว่าอยากมา เพียงแต่ไม่ได้อยู่ในแผนเที่ยวเรา ก็เลยต้องมานั่งวางแผนกันใหม่หมด อีกอย่างพวกเราถือบัตร Lisbon Card 3 days อยู่แล้ว เพียงแต่ไม่ได้เข้าฟรีเหมือนบางที แต่ก็ยังดีที่ได้ส่วนลดอีก 15% สำหรับค่าเข้าชมล่าสุด (Oct 2019) สำหรับผู้ใหญ่ (13-64 yrs) ราคา €19 (Permanent+Temporary Exhibition) และ €16 (Permanent Exhibition) ส่วนกลุ่มอายุอื่นๆ และตั๋วราคาพิเศษสำหรับครอบครัว ลองเช็คราคาโดยตรงจาก Official Web Site เนื่องจากช่วงที่เรามาเที่ยวคือ ปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าอยู่ในช่วง Winter ทาง Aquarium จะขายบัตรเข้าชมถึงแค่ 6 โมงเย็น แต่สามารถเดินชมได้จนถึง 1 ทุ่ม สำหรับใครที่อยากจะดูแบบครบๆ เดินสบายๆ ไม่เร่งรีบ แนะนำเลยค่ะว่าให้เผื่อเวลาซัก 3-4 ชม. เพราะกลุ่มเราเองมีเวลาแค่ 3 ชม.ก่อนเวลาปิดของ Aquarium ยังรู้สึกว่าน้อยไปเลย จากข้อมูลในปัจจุบัน (ปี 2019) Oceanário de Lisboa ไม่ได้เป็น Indoor Aquarium ที่ใหญ่ที่สุดของยุโรปแล้วนะคะ เพราะหลังจาก Nausicaá-Centre national de la mer (Aquarium ที่ฝรั่งเศส) ทำการ renovate ครั้งล่าสุดในปี 2018 เลยมีการจัดอันดับกันใหม่ ตอนนี้เลยมาอยู่ลำดับที่ 1 แทนไปเรียบร้อย แต่ยังไงก็ตาม Aquarium ที่ Lisbon เองถือว่ามีระบบการจัดการที่ดีมากๆ เลย เราชอบการ design ของที่นี่มาก โดยเฉพาะแท็งค์ขนาดยักษ์ตรงกลาง ที่สามารถชมได้แบบใกล้ชิดผ่านกระจกบานใหญ่ 4 ทิศทาง เห็นเด็กๆ และผู้ปกครองนั่งเฝ้ากันเต็มพื้นที่หน้ากระจกแบบไม่ยอมลุกไปไหน ดูแล้วให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับตอนที่เราไป scuba diving เพียงแต่ไม่ต้องลงไปดำน้ำในทะเลจริงๆ ลักษณะการดีไซน์แท็งค์ยักษ์ตรงกลาง และการจัดวาง lay out ของ facilities คล้ายคลึงกับ Kaiyukan ที่ Osaka เนื่องจาก ทีมงานที่อยู่เบื้องหลังคือทีมเดียวกัน (นำทีมโดย Peter Chermayeff ผู้ที่มีผลงานในการออกแบบ Aquarium ชั้นนำทั่วโลก) สิ่งที่เราประทับใจในส่วนของ Permanent Exhibition ตามนี้เลยค่ะ: - การจัด layout และ landscape ของที่อยู่อาศัยสำหรับสัตว์ ทำได้สวยงามและมีความใกล้เคียงกับธรรมชาติ - สามารถชมเพนกวินและ Sea Otters (นากทะเล) ว่ายน้ำไปมาได้อย่างใกล้ชิดแบบที่ไม่มีกระจกกั้น นากทะเลทั้ง 2 ตัว ถือเป็นดาวเด่นของที่นี่ในช่วงนี้ เค้ามีชื่อว่า Odi และ Kasi นากทั้ง 2 ไม่ได้เกิดที่นี่ แต่ได้รับการช่วยเหลือมาจาก Alaska ในปี 2017 ที่เป็นบ้านเกิดเค้าจริงๆ หน้าตาน่ารักแบบที่เราต้องขอถ่ายคลิปเก็บไว้ - แอบตื่นเต้นเลยนะ ตอนที่เราเห็นนก Puffin เพราะเป็นนกที่เราอยากดูแบบใกล้ชิดตอนไปเที่ยวที่ไอร์แลนด์ แต่ทริปที่จะไปดูนกที่เกาะถูกแคนเซิล แถมมาที่นี่ ก็ได้ดูนกพัฟฟินว่ายน้ำโชว์ซะหลายรอบ - Oceanic Sunfishes (Mora Mora) ที่หาดูยาก แม้คนที่ไปดำนำลึก (scuba diving) ที่บาหลี ก็ใช่ว่าจะเจอตัวกันง่ายๆ ที่นี่เหมือนจะเห็นว่ายไปมา 2-3 ตัว ในแท็งค์รวม ขณะที่ Kaiyukan เหมือนจะแยกแท็งค์ออกมาต่างหาก แถม Mora Mora ก็จะอยู่นิ่งๆ แบบที่ไม่ยอมขยับเขยื้อนตัว - สัตว์ทะเลอื่นๆ ก็จะมีคล้ายๆ กับ Aquarium ระดับ World Class ที่อื่นเพียงแต่ไม่มีฉลามวาฬ เหมือนที่ Kaiyukan เราเองใช้เวลาไปเกือบ 2 ชั่วโมงครึ่งในส่วนของ Permanent Exhibition เพราะดูเพลินมากๆ จนเหลือเวลาเพียงแค่ 30 นาทีสำหรับดู Temporary Exhibition >> ช่วงที่ไป เป็นงานแสดงของ “Takashi Amano” ซึ่งเป็นนักถ่ายภาพแนวธรรมชาติ ที่ได้มีโอกาสเดินทางไปทั่วโลก ก่อนที่จะมาเป็นผู้เชี่ยวชาญในการจัด landscape ของ freshwater aquariumให้มีความใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด แม้จะมีเวลาเดินชมไม่นาน แต่ก็ถือว่าเพียงพอเพราะสถานที่จัดงานไม่ใหญ่มาก แม้จะต้องจ่ายเงินเพิ่มอีก €3 เราว่าก็คุ้มอยู่นะ แอบทึ่งกับผลงานที่ไม่ธรรมดา เหมือนเป็นการย่อส่วนธรรมชาติจริงๆ มาอยู่ในตู้แคบๆ โดยรวมเราค่อนข้างประทับใจกับ Aquarium ที่นี่นะคะ แอบชอบมากกว่าตอนไปชม Kaiyukan ที่ Osaka ซะอีก สำหรับค่าเข้าที่จ่ายไป เราว่าคุ้มอยู่นะคะเมื่อเทียบกับประสบการณ์และความสุขที่ได้รับกลับไป... อ่านต่อ
6 Likes0 Comment
photo