เมนู “ขนมไข่นกกระทา” เป็นขนมไทยที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ใช้วัตถุดิบที่หาได้ง่ายและมีวิธีทำที่ไม่ซับซ้อน แต่รู้ไหมว่าการทำ “ขนมไข่นกกระทา” ให้กรอบนอกนุ่มในเหมือนที่วางขายนั้น มีเคล็ดลับเล็ก ๆ ที่คุณไม่ควรพลาด นอกจากนี้แล้วข้อดีของการได้ทำขนมกินด้วยตัวเอง คือการได้เลือกใช้น้ำมันที่มีคุณภาพในการทอดอีกด้วย พร้อมแล้วสวมผ้ากันเปื้อนแล้วมาลุยกัน!

วัตถุดิบ
1. มันเทศปอกเปลือกนึ่งสุก 500 กรัม
2. แป้งมันสำปะหลัง 150 กรัม
3. แป้งท้าวยายม่อม 50
4. แป้งสาลีอเนกประสงค์ 30 กรัม
5. ผงฟู 1 ช้อนชา
6. น้ำตาลทราย 120 กรัม
7. เกลือ 1/2 ช้อนชา
8. น้ำมันรำข้าว 1 ลิตร
STEP 1 : บดมันเทศนึ่ง
- นำมันเทศที่นึ่งสุกใส่ภาชนะแล้วบดให้ละเอียด

STEP 2 : นวดแป้ง + ปั้นแป้ง
- เทแป้งมัน แป้งท้าวยายม่อม ผงฟู น้ำตาลทราย และเกลือลงไปผสมกับมันเทศ จากนั้นนวดส่วนผสมให้เข้ากัน
- นำส่วนผสมที่นวดเสร็จแล้วมาปั้นเป็นก้อนกลมๆให้ได้ขนาดประมาณ 1นิ้ว วางเรียงกันในถาดเพื่อเตรียมทอด
Tip : ในระหว่างการนวดแป้งถ้าหากตัวแป้งร่วนและนวดได้ยากให้เติมน้ำปูนใสใส่ลงไปทีละประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ


STEP 3 : ทอดขนมไข่นกกระทา
- เทน้ำมันใส่กะทะให้น้ำมันมากพอที่ขนมจะสามารถลอยตัวได้ ตั้งไฟกลางเมื่อน้ำมันเดือดดีแล้วจึงน้ำแป้งที่ปั้นไว้ลงไปทอด หรี่ไฟลงเล็กน้อยเพื่อป้องกันการไหม้
- ใช้กระชอนกดและขย่มตัวขนมเป็นระยะ ๆ ขนมจะเริ่มสุกและเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้น จากสีเหลืองเป็นสีน้ำตาลอ่อน และลอยตัวขึ้นแปลว่าขนมเริ่มสุกแล้ว ให้เร่งไฟเป็นไฟกลาง แล้วตักขึ้นพักในตะแกรงหรือกระชอนให้สะเด็ดน้ำมัน รอให้ขนมอุ่นแล้วเสิร์ฟใส่จานได้เลยค่ะ
Tip 1 : อุณหภูมิที่ใช้ในการทอดสำคัญมาก ถ้าไฟแรงเกินไปก็จะทำให้ขนมไหม้ แต่ถ้าไฟอ่อนเกินไปก็จะทำให้ขนมอมมัน
Tip 2 : การขย่มขนมในระหว่างการทอดจะทำให้ขนมฟูพองและช่วยไล่น้ำมัน ในขณะที่การเร่งไฟในช่วงสุดท้ายของการทอดขนมจะช่วยให้ผิวขนมด้านนอกกรอบ
Tip 3 : ควรทอดขนมให้มีปริมาณพอดีกับที่จะรับประทานเพราะขนมจะมีเนื้อเหนียวและเคี้ยวยากเมื่อทิ้งไว้นานเกิน 1 ชั่วโมง
Tip 4 : น้ำมันที่ทอดไม่ควรใช้ซ้ำเพราะจะทำให้ขนมมีกลิ่นเหม็นหืนและส่งผลเสียต่อสุขภาพ


เพียงแค่ไม่กี่ขั้นตอนคุณก็ได้ “ขนมไข่นกกระทา” ที่ทั้งกรอบนอกและนุ่มหนึบด้านในแล้วค่ะ แต่ถ้ายังไม่จุใจก็ทำเมนู “ลูกชุบ” เชอร์รี ทำแล้วก็อย่าลืมโพสต์รูปมาอวดกันบ้างนะคะ


