เมนูสุดซี้ดที่หยิบกินชิ้นแรกเมื่อไหร่ต้องมีชิ้นต่อ ๆ ไป กับเมนู “ปีกไก่กรอบซอสเผ็ด” เมนูรสชาติจัดจ้านถึงใจ ฟินจนต้องดูดนิ้ว ทำเองง่าย ๆ ที่บ้าน ยิ่งทำกินกันเป็นแก๊งยิ่งฟินกำลังสอง! อย่ารอช้ารีบเลื่อนลงไปดูสูตรและวิธีทำกันเลยครับ

วัตถุดิบไก่ทอด
1. ปีกไก่บน 1 กิโลกรัม
2. แป้งทอดกรอบ 150 กรัม
3. แป้งข้าวโพด 3 ช้อนโต๊ะ
4. ผงฟู 1 ช้อนชา
5. พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
6. ซอสปรุงรสฝาเขียว ตราภูเขาทอง 1 ช้อนโต๊ะ
7. ต้นหอมซอย สำหรับโรยตกแต่ง
วัตถุดิบซอสเผ็ด
1. ซอสศรีราชาพานิช สูตรเผ็ดมาก 3 ช้อนโต๊ะ
2. ซอสมะเขือเทศ 1 ช้อนโต๊ะ
3. น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
4. น้ำมันหอย 1/2 ช้อนโต๊ะ
5. น้ำเปล่า 3 ช้อนโต๊ะ
6. กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
STEP 1 : หมักไก่
- หมักปีกไก่กับ ซอสปรุงรสฝาเขียว ตราภูเขาทอง และพริกไทย ทิ้งไว้ประมาณ 15 - 30 นาที ให้ซอสซึมเข้าเนื้อไก่

STEP 2 : ทอดไก่
- ผสมแป้งทอดกรอบ แป้งข้าวโพด และผงฟูให้เข้ากัน นำไก่ที่หมักไว้ลงไปคลุกแป้งให้ทั่ว
- ตั้งกระทะใส่น้ำมัน ตั้งไฟกลาง รอจนน้ำมันร้อน นำไก่ลงทอดให้พอสุกเหลือง นำขึ้นพักสะเด็ดน้ำมันไว้ประมาณ 5 นาที แล้วนำไก่ลงไปทอดไฟแรงอีกครั้ง จนเหลืองทองเพื่อให้กรอบนาน
TIP : ถ้าอยากให้ไก่กรอบมากยิ่งขึ้น แนะนำให้ทอดไก่สองรอบนะครับ ก็คือทอดรอบแรกเสร็จแล้วก็พักไก่ให้เย็นก่อนจะนำลงไปทอดอีกรอบครับ

ผสมแป้งให้เข้ากัน

นำปีกไก่ไปชุบแป้งให้ทั่วชิ้น

STEP 3 : ทำซอสเผ็ด
- ตั้งกระทะทำซอสใส่ซอสศรีราชาพานิช สูตรเผ็ดมาก ซอสมะเขือเทศ น้ำผึ้ง น้ำมันหอย กระเทียมสับละเอียด และน้ำเปล่าคนให้เข้ากัน ตั้งไฟอ่อนจนพอเดือด
- ปิดไฟนำไก่ที่ทอดไว้ลงไปคลุกจนทั่ว นำขึ้นจัดใส่จานเสิร์ฟ โรยด้วยต้นหอมซอย พร้อมรับประทาน

ใส่ซอสศรีราชาพานิช สูตรเผ็ดมากลงในกระทะ

ตั้งไฟอ่อนจนพอเดือด

คลุกไก่ทอดกับซอสให้เข้ากัน

โรยต้นหอมซอยจัดเสิร์ฟให้สวยงาม
ไม่ยากเลยใช่ไหมล่ะครับ กับเมนู “ปีกไก่กรอบซอสเผ็ด” ทำตามได้ง่ายมาก ๆ ซึ่งเคล็ดลับความฟินของเมนูนี้ก็คือ เพียงแค่มี ซอสศรีราชาพานิช สูตรเผ็ดมาก ก็เพิ่มความจัดจ้านแซ่บระดับสิบได้แล้ว! เพราะซอสพริกศรีราชาพานิชคงรสชาติเอกลักษณ์แบบต้นตำรับ ครบรสเผ็ด เปรี้ยว เค็มหวาน เป็น The Taste of the Original ตัวจริงเลยครับ สามารถหาซื้อได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปครับ และถ้าใครลองทำตามแล้วอย่าลืมส่งรูปมาอวดกันบ้างนะครับ ^^ . สำหรับตอนนี้ซอสพริกศรีราชาพานิชมีแคมเปญ Be Yourself be original เข้าไปติดตามกันได้ในแฟนเพจ https://www.facebook.com/SrirajaPanich/ นะครับ


