4.4
8 เรตติ้ง (6 รีวิว)
เปิดอยู่จนถึง 23:00
Takayama Japanese Restaurant
เมนู
สาวเหนือเซาะกิ๋น*U*เจี๊ยะอาหารญี่ปุ่นย่านนิมมาน เชียงใหม่ Takayama Japanese Restauranร้านอาหารนี่เป็นร้านอาหารญี่ปุ่น แต่เชฟเป็นคนไทย อาหารญี่ปุ่นที่ทำแม้จะไม่ใช่รสชาติแบบญี่ปุ่น 100% เพราะต้องปรับรสชาติให้เข้ากับลิ้นคนไทย แต่วัตถุดิบก็นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นมาแต้ๆเลยค่ะ แต่ต้องบอกก่อนว่าราคาอาหารร้านนี่ไม่ถูก แต่ก็ไม่แพงจนกระเป๋าฉีกมากนัก ที่สำคัญปริมาณเยอะมากจนรู้สึกคุ้มราคา จนกลายเป็นหนึ่งในร้านโปรดของสาวเหนือเลยเจ้า ที่ตั้งของร้านที่นำชื่อมาจากเมือง ทะกะยะมะ ในประเทศญี่ปุ่นนี่ ตั้งอยู่ที่ซอยนิมมาน 9...แต่ใครมีราชรถเป็นของตัวเอง กรุณานำมาเกยที่ซอยนิมมาน 7 หน้าร้านผับ Blar Blar Bar นะค่ะ เพราะถ้าร้านทะกะยะมะ เขามีคอนเนคกับที่จอดรถตรงข้ามผับนี่ ซึ่งทางเข้าที่จอดรถนี่ต้องเข้าทางซอย 7 เท่านั้น(ต่อให้ขับไปซอย 9 ก็เอารถเข้าไปจอดไม่ได้ เพราะมีประตูกั้นไว้ให้ได้แค่คนเดินเข้า-ออกเท่านั้น) แล้วค่อยเดินทะลุประตูเหล็กออกไปซอย 9 จะเจอกับหน้าร้านพอดี บรรยากาศภายในร้าน จะนั่งชมต้นไผ่หรือชมภาพวาดญี่ปุ่นก็มี ร้านนี่มีโต๊ะไม่มากนัก มีเคาน์เตอร์บาร์เดี่ยวประมาณ 7 ตัว โต๊ะกลุ่มใหญ่ 1 ที่ และกลุ่มยิบย่อยเป็นคู่ประมาณ 2 ที่ แบบโต๊ะกลุ่ม 4 คนประมาณ 4 โต๊ะค่ะ ใครกลัวมาแล้วไม่ได้โต๊ะ ให้โทรจองกับทางร้านได้ เครื่องดื่มประจำร้าน ถ้าเป็นเย็นเย็นบนโต๊ะ ราคาประมาณ 20 กว่าบาท ส่วนรีฟิลเครื่องดื่มมีชาร้อนกับชาเย็น 40 บาท เบาๆกันก่อนกับ เต้าหู้ทอดทรงเครื่อง (160 บาท) บอกว่าเป็นเมนูเบาๆ แต่เสิร์ฟมาทีชิ้นใหญ่มว๊าก เป็นเต้าหู้ทอด 6 ชิ้น ทอดแล้ววางบนซีอิ๊วหวาน โรยหน้าด้วยสาหร่ายทอดและต้นหอมฝ่าน กัดทีไอร้อนฟุ้งมาจากในเต้าหู้เลย รสชาติกล่มกลอม อร่อยว๊าก มะเขือม่วงย่างชีส (190 บาท) มะเขือม่วงที่เบอร์ใหญ่จนอิฉันตะลึงงันเลยประหลาดใจ เกิดมาไม่เคยเห็นมะเขือม่วงใหญ่ขนาดนี่ เขาเอาเนื้อมะเขือม่วงมาหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ใส่ซอสหวาน แล้วนำไปย่างกับชีส เสิร์ฟมาแบบย่างร้อนๆ...ชีสกับมะเขือม่วงอร่อยกลมกล่อมค่ะ แต่ซอสหวานมันหวานเจี๊ยบมาก น่าจะลดความหวานลงมาหน่อย เมนูนี่ต้องค่อยๆละเลียดกิน หรือกินกับเมนูอื่นแกล้มด้วย ไม่งั้นหวานเลี่ยนเกิน เพิ่มความหนักขึ้นมาหน่อยกับเมนู ซูชิไข่หอยเม่น (ชิ้นละ 290 บาท) เมนูนี่เป็นลิมิเต็ดอิดิชั่น ไม่ได้มีทุกเดือน แล้วแต่ร้านจะโพสต์บอกหน้าแฟนเพจว่ามีไข่หอยเม่นที่สั่งตรงจากฮอกไกโดมาเมื่อไหร่ สั่งนำเข้ามาสำหรับทำครั้งละ 20 ชิ้นเท่านั้น และเก็บไข่หอยเม่นสดได้แค่อาทิตย์เดียว สาวเหนือโชคดีมากที่มากินช่วงนั้นพอดี เพราะเท่าที่ทราบในเชียงใหม่ มีร้านอาหารญี่ปุ่นที่ทำซูชิไข่หอยเม่นเพียงแค่ 2 ร้านในเชียงใหม่เท่านั้น (อีกร้านหนึ่งอยู่แถวหน้าโรงแรมดาราเทวี ไปยาก แถมคิดชิ้นละ 450 บาท)(แต่ปัจจุบันมีอีกร้านนึงในย่านนิมมานเหมือนกัน จึงกลายเป็น 3 ร้านแล้ว)นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ลองกินซูชิไข่หอยเม่น เป็นซูชิไข่หอยเม่นสีส้มจัด โปะลงบนข้าวปั้นห่อสาหร่าย แซมด้วยแตงกวา...รสชาติเหมือนเต้าหู้ไข่ เม็ดกรุบกรับนิดหน่อย เสียดายหน่อยนึงที่ไม่ได้กินแบบมาถึงสดๆ เพราะมากินตอนที่ไข่นี่มาถึงร้านได้ 2 วัน จึงไม่แน่ใจว่ารสชาติที่กินสดๆจะเป็นแบบไหน แต่สำหรับที่สาวเหนือกินมา รสชาติก็ถือว่าใช้ได้ค่ะ เขยิบขึ้นมาอีกนิดกับ ปลาหมึกย่างซีอิ๊ว (200 บาท) ปลาหมึกตัวใหญ่หั่นแว่น ย่างกับซีอิ๊วหวาน แถมย่างกำลังดี เนื้อหมึกเคี้ยวง่าย ไม่เหนียวเป็นยางมิชลิน อร่อยเลิศเยี่ยม เขยิบขึ้นมาหนักอีกกับ ไข่ม้วนห่อปลาไหลย่าง (290 บาท) เสิร์ฟมาในเซท 3 ชิ้น รสชาติกลมกล่อมหอมไข่และเนื้อปลาไหล เป็นเมนูซิกเนเจอร์ของร้านเลย แต่ชิ้นนึงก็เท่า ซัมซุงกาแล็กซี่มินิ ของอิฉันไปแล้วนะครัช...แล้วนี่ให้กิน 3 ชิ้น...แม่เจ้าโว๊ย ข้าวผัดสาหร่ายฮิจิกิ (90 บาท) ข้าวผัดกับสาหร่ายแห้ง ดูหน้าตาแล้วเหมือนเยิ้มน้ำมันชวนเลี่ยนชอบกลแต่เมื่อได้ลองชิมดูแล้ว...เลิศค่ะ ประหลาดใจข้าวผัดกำลังดี หอมกระเทียมหน่อยๆ ไม่เลี่ยนอย่างที่คิด ถ้วยขนาดนี่ควรกินกันสองคนค่ะ เพราะปริมาณเยอะมาก และมีข้าว ก็ต้องมีน้ำซุปซดกลั้วคอกันหน่อยค่ะกับ ซุปปู (180 บาท) เป็นซุปมิโสะใส่ปู (มาทั้งก้ามเลย) ซุปก็ชามใหญ่อีกต่างหาก น้ำซุปมิโสะก็ใช้ได้ แต่จะมีรสขมนิดหน่อย เป็นอีกหนึ่งซิกเนเจอร์ของร้านค่ะ อีกหนึ่งซิกเนเจอร์ของร้านก็คือ ปลาหิมะราดซอสไข่ปลาย่าง (280 บาท) ปลาหิมะชิ้นโต หมักกับซอสไข่ปลาย่าง แล้วนำมาทอด รสชาติหวานหอมกลมกล่อม อร่อยเลิศสุดๆ ...และอีกซิกเนเจอร์ของร้านจริงๆคือ ชุดอุด้งสุกี้ (ขนาดทาน 2 คน 599 บาท ถ้าชุดใหญ่ทาน 4 คน 1,000 บาท) ในชุดสุกี้นี้ ถ้าเราไม่รีเควสเนื้ออะไรเป็นพิเศษ เขาจะจัดเนื้อกับหมูฝ่านบางเฉียบมาให้ค่ะ ส่วนตะกร้าผักจะมีเส้นอุด้ง ผักกาดขาว เห็ดออริจิ ผักกวางตุ้ง เห็ดเข็มทอง เห็ดหอม เครื่องทำน้ำซุป จะมีไก่ เม็ดก๊วยจี้ แครอทกับหัวไชเท้าหั่นเป็นรูปดาวเล็กน้อย คำถามว่าทำไมต้องเป็นไก่ในการใช้เป็นน้ำซุป...เจ้าของร้านบอกว่า เนื้อไก่เอาไปทำเป็นน้ำซุปสุกี้จะมีความกลมกล่อมอร่อยกว่า...แต่ถามต่อว่า แล้วถ้าเอาไปต้มเสร็จแล้วกินได้ไหม เจ้าของร้านบอกว่ากินได้(นะ)แต่ไม่ค่อยอร่อย...ซึ่งสาวเหนือก็ได้พิสูจน์แล้ว(หลังจากต้มเป็นน้ำซุปเปื่อยหลังทานสรรพเนื้อหมดแล้ว)ปรากฎว่า...เค็มปะแล่มเลยแม่เจ้า จงอยู่เปื่อยในก้นหม้อต่อไปเถอะเจ้าไก่ ว่าแล้วก็ทำตามขั้นตอนที่เจ้าของร้านบอกไว้ หลังจากตั้งหม้อเปล่าจนร้อนได้ที่ พนักงานจะทำน้ำซุปที่ปรุงอ่อนๆส่วนนึงเทลงไปไม่เยอะมากนักแบบหม้อสุกี้ไทยที่เทจนแทบท่วม จากนั้นเอาเนื้อไก่ลงไปต้มก่อน ตามด้วย เม็ดก๊วยจี้ แครอทกับหัวไชเท้า รอสักพักก็ทะยอยเทกระจาดสรรพผักลงไป รวมถึงเส้นอุด้งด้วย...จากนั้นก็ได้เวลาคีบเอาเนื้อหรือหมูแกว่งๆน้ำร้อนให้สุก (สำหรับอุด้ง เค้าว่าต้องทานตอนเส้นร้อนจัดๆ จะสัมผัสได้ถึงรสชาติของแป้งและแกนของเส้นที่อยู่ด้านใน มันจะแข็งๆ อร่อยกว่ากินตอนเส้นเปื่อยๆ) กินสุกี้ก็ต้องมีน้ำจิ้มหน่อย แต่น้ำจิ้มของร้านนี่สีแปลกตาชอบกล เจ้าของร้านบอกว่าเป็นสูตรผสมของร้านเอง ทางร้านจะทำโชยุและของดองเองทุกอย่าง ไม่ได้นำเข้าจากประเทศต้นตำรับ เพราะจะเป็นสูตรที่ถูกปากคนไทยมากกว่า (โชยุทางร้านยังไม่ค่อยผ่านในความรู้สึกสาวเหนือ เพราะรสชาติเค็มขมไปหน่อย อันนี้ได้คอมเพลนบอกเจ้าของร้านไปแล้ว ไม่แน่ใจว่าตอนนี้ได้ปรับปรุงรสชาติไปบ้างหรือยัง แต่พวกขิงดองนั้นรสชาติกำลังดี ใช้ได้เลย)น้ำจิ้มสุกี้นี่ใช้ซอสโชยุผสมกับขิงดองซอยและพริกขี้หนูซอยเล็กน้อย กับต้นหอมซอย เมื่อนำมาผสมกันจิ้มกับเนื้อแล้ว...อร่อยเหาะสุดๆประหลาดใจน้ำจิ้มเผ็ดรสเด็ดมากๆ อร่อยกว่าน้ำจิ้มสุกี้แบบปกติเสียอีก...ทีเด็ดอยู่ที่น้ำจิ้มนี่เอง สาวเหนือยกเมนูนี่ให้เป็นซิกเนเจอร์ร้านนี่เลยค่ะ ตบท้ายของหวานเย็นๆล้างปากด้วย ไอติมชาเขียวถั่วแดง (79 บาท) รสชาติใช้ได้ แต่ไอติมนี่ถ้วยเล็กจัง ไม่สะเบิ้มแบบจานหลักเรยยย โปรดอย่าถาม...ว่าเช็คบิลราคาเท่าไหรนะครัช เกินพันแน่นอน แต่อิ่มหนำสำราญอร่อยแล้ว เรื่องราคาถือว่าจุ๊บจิ๊บ แต่หลังจากเช็คบิลแล้ว หากลูกค้าคนใดนำรถยนต์มาจอดเอง ทางร้านจะให้การ์ดรูปแมวดำ โลโก้ประจำร้าน...ไม่ใช่เป็นของที่ระทึกแต่อย่างใด แต่นี่คือบัตรผ่านที่จอดรถครัช เพื่อนำเอาไปแสดงกับ รปภ.ประจำที่จอดรถ คือตอนเรากำลังจะขับออกไป เขาจะเอาสะพานปิดก่อน แล้วถามหาบัตรจอดรถ ถ้าเราไม่มีให้...จ่ายอัฐทันที 50 บาทครัชเจ้าหอบเงิน แต่ถ้ามีบัตรแล้วยื่นให้ ก็ฟรี...จากนั้นทางร้านก็จะนำไปคืนให้กับร้านอีกที เวียนรียูสกันไป สรุปโดยรวม เรื่องอาหาร สถานที่ การบริการ(ที่ใส่ใจลูกค้ามาก) สาวเหนือให้ผ่านใช้ได้เลย โดยเฉพาะมีที่จอดรถให้ด้วย สำหรับย่านนิมมานที่ที่จอดรถมีค่าดุจทองคำ (ก็คือร้านอาหารในนิมมานเยอะ แต่หาที่จอดรถทำยายากเหลือหลาย) ยังมีเมนูซิกเนเจอร์อีกมากมาย แต่เกินกว่าท้องสาวเหนือจะรับไหวได้แว้ว ใครอยากไปพิสูจน์กินชิมเมนูอื่นๆอีกมากได้ที่ Takayama Japanese Restauran นะครัช... อ่านต่อ
0 Like0 Comment
photo