4.0
1 เรตติ้ง (1 รีวิว)
ปิดอยู่จะเปิดในวันจันทร์ เวลา 12:00
DOCK’S CAFÉ
หน้าร้านค่ะ
ร้านอาหารทะเลหรู กับบรรยากาศแนวโลกอนาคตสุดเท่ห์ อีกหนึ่งประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาดAntwerp ...เมืองทางตอนเหนือของเบลเยี่ยมที่นอกจากผู้คนจะไปเยือนแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่าง Cathedral of Our Lady Antwerp และ Ruben’s House แล้ว ยังเป็นเมืองขึ้นชื่อด้านเพชรซึ่งว่ากันว่าเพชรจาก Antwerp นั้นน้ำงามและมาตรฐานสูงที่สุดในโลก ...แต่เนื่องจากยังไงซะสำหรับเราราคามันก็สูงเกินเอื้อม (รู้ไปก็เท่านั้น..555+) ฉะนั้นเราก็เลยมุ่งไปทางเดินเที่ยวกับหาของกินร้านอร่อยดีกว่าค่ะ ร้านที่เราเล็งไว้นั้นอยู่บนถนนเส้นเลียบแม่น้ำ Schelde ซึ่งบริเวณนั้นจะเป็นลานจอดรถขนาดใหญ่สังเกตได้ง่าย (รถทัวร์ก็มักมาจอดส่งนักท่องเที่ยวกันตรงนี้) พอเดินไปสุดลานจอดรถก็จะเห็นร้านอยู่ฝั่งตรงข้ามถนนตรงหัวมุมขวามือค่ะ ร้าน Dock’s Café นี่เป็นร้านแนว brasserie ที่มีทั้งเมนูอาหารหลากหลายแบบ restaurant บวกกับเครื่องดื่มสารพัดชนิด (โดยมากมีแอลกอฮอลล์) ไม่ได้เน้นที่เค้กกับกาแฟตามชื่อร้านเลยซักนิด ความที่อยู่ใกล้แม่น้ำ เมนูเค้าเลยเน้นพวกอาหารทะเล และขึ้นชื่อเรื่อง oyster bar ให้มาทานหอยนางรมสดๆกันแกล้มเหล้า/เบียร์ ร้านนี้มี website ด้านอาหารของที่โน่นแนะนำไว้หลายสำนัก รวมถึงมีแนะนำไว้ใน Michelin guide ด้วย ****-บรรยากาศ-**** หน้าร้านของที่นี่ดูเรียบง่ายมากแทบไม่สังเกตถ้าไม่ได้ตั้งใจมองหา แต่ขอบอกว่า interior design ของที่นี่ไม่ธรรมดาค่ะ อันที่จริงแล้วดีไซน์ที่โดดเด่นนี่แหละที่จัดเป็นจุดขายของเค้าอย่างนึงเลย ร้านนี้ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังชาวเบลเยี่ยมเชื้อสายโปรตุเกสคือ Antoine Pinto พอก้าวเข้าไปในร้านจะเห็นการออกแบบตกแต่งที่ชวนให้นึกถึงฉากในนิยายวิทยาศาสตร์แบบ Jules Verne แต่ขณะเดียวกันก็แฝงไว้ด้วยความโก้หรูแบบเรียบๆที่ดูเหมาะกับ dress code แบบ smart casual (แต่เอาเข้าจริงใส่อะไรเข้าไปเค้าก็ไม่ได้ว่าอะไรนะคะ คือไม่ได้ว่าเป็นกฏเกณฑ์อะไร) ตื่นตาตื่นใจมากมาย ที่นี่เป็นอีกร้านที่โต๊ะมักจะเต็มและควรจองไปล่วงหน้าทางเว็บไซต์ของร้านค่ะ วันที่ไปนั่นร้านเต็มทุกที่นั่งและดูครึกครื้นทีเดียว ****-อาหารที่สั่ง-**** พอนั่งปุ๊บก็จะมีขนมปังกับเนยมาวางไว้ให้ อาหารมีทั้งที่เป็นเซ็ทและสั่งเดี่ยวๆ เราสั่งไปเป็น set menu ชุดที่ราคา 27.50 ยูโร ในเซ็ทมี 2 จาน ประกอบไปด้วย : ● Chicken Liver Mousse ‘Le Devant’ . Mango Salad and Pine Nuts - จานนี้ทำให้ตับไก่ดูดีมีสกุลขึ้นมาทันทีโดยเอาไปทำเป็นมูสสุดแสนจะครีมมี่ เสิร์ฟมาหน้าตาเหมือนไอศครีม เนื้อมูสเบาละลายในปาก เคียงมากับขนมปังที่มีผลไม้แห้งอยู่ข้างใน และสลัดมะม่วงเปรี้ยวๆหวานๆ ฟังดูไม่น่าจะเข้ากันได้แต่ก็ออกมาอร่อยค่ะ ● A Fillet of Haddock, Salsifis and Jerusalem Artichoke, Poultry Gravy with Capres – เมนูปลา Haddock จานนี้นอกจากจะใส่หัว artichoke และ salsifis (ที่เป็นดุ้นขาวๆ) คลุกมากับเนื้อปลาแล้ว ยังโรยแผ่นกรอบๆมาด้านบนด้วย ไม่แน่ใจว่าเป็นอะไร แต่ก็อร่อยดี ซอสออกรสชาติคล้ายครีมซอส รสดีใช้ได้ค่ะ และสั่งเป็นเมนูแบบอาลาคาร์ทไปตามนี้ค่ะ ● Dimsum of North Sea Crab with Ginger and Lemongrass (17.50 ยูโร) – สั่งเมนูนี้เพราะอยากรู้ว่าติ่มซำฟิวชั่นแบบของร้านนี้เค้าจะออกมาเป็นยังไง ปรากฏว่าออกมาเป็นเกี๊ยวไส้ปู ราดซอสที่รสชาติคล้ายๆซีอิ๊วแต่มีกลิ่นอายของตะไคร้และขิงให้พอรู้สึกบ้าง แปลกๆดีแต่สรุปว่าชอบติ่มซำกับจิ๊กโฉว่แบบดั้งเดิมมากกว่าล่ะ พอสั่งจานนี้แล้วเราเลยสั่งชาร้อนแบบ green tea มาจิบคู่กัน ที่นี่ใช้ชาของ TWG ค่ะ ● Canadian Lobster with Butter Sauce, Espelette-Pepper and Sounthern Vegetable Bouquet (ครึ่งตัว 28.50 ยูโร) – จานนี้รอนานมากกกก...ถ้าใครไปมื้อกลางวันแนะนำว่าไม่ควรสั่งเพราะอาจทำให้รอนานจนอดเที่ยวได้ ในแง่รสชาตินั้นซอสที่ราดมาอร่อยมากมายค่ะ ผักก็นิ่มกำลังดี แต่จุดที่ทำให้เจ็บใจก็คือเราไม่ทันดูว่าในเมนูเขียนไว้ว่า lobster เป็นแบบตัวเล็กๆขนาด 500 กรัมเท่านั้นเอง พอสั่งแบบครึ่งตัวก็เป็น 250 กรัม เรียกว่าทาน 3 คำก็หมด เทียบกับราคาแล้วเราว่าแพงหฤโหดไปน่ะค่ะ ให้อร่อยยังไงก็ไม่คุ้มอย่างแรง ขอหัก 1 ดาวก็เพราะเรื่องราคานี่ล่ะค่ะ โดยรวมแล้วร้านนี้รสมือดีกว่าร้านที่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวในเมืองเยอะ แถมการตกแต่งร้านก็โดดเด่นน่าไปสัมผัสสุดๆ แนะนำว่าถ้าตารางเที่ยวไม่แน่นมากให้ไปตอนกลางวันเพราะจะมีอาหารเซ็ทราคาย่อมเยาว์ แต่ถ้าวางตารางเที่ยวไว้แน่นเอี๊ยดล่ะก็มามื้อค่ำดีกว่า เพราะอาหารที่นี่ออกค่อนข้างช้าไปจนถึงช้ามาก และควรสั่งแบบเป็นเซ็ท (มื้อค่ำก็มีเซ็ทอีกแบบนึงค่ะ) ซึ่งคิดแล้วคุ้มกว่าสั่งอาลาคาร์ทเยอะเลย ถ้าแวะมาเมืองนี้ก็ลองร้านนี้ดูได้ค่ะ... อ่านต่อ
51 Likes0 Comment
photo