4.1
132 เรตติ้ง (113 รีวิว)
ปิดอยู่จะเปิดในเวลา 17:30
เมนูของร้าน Man Ho โรงแรมเจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ
อาหารจีนจากเชฟมากฝีมือ รังสรรค์วัตถุดิบชั้นเยี่ยมจากหลากหลายประเทศ กลั่นกรองออกมาเป็นเมนูอาหารจีนระดับห้าดาวMan Ho Chinese Restaurant ห้องอาหารจีนกวางตุ้งหนึ่งเดียวของโรงแรม JW Marriott โรงแรมระดับห้าดาวในบ้านเรา ห้องอาหารนี้ไม่ได้มีชื่อเสียงดีเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้นครับ แต่ว่าในทุกๆประเทศที่มีโรงแรม JW Marriott นั่นก็จะมีห้องอาหารจีนแห่งนี้เช่นกัน ซึ่งถือว่าเป็นสัญลักษณ์ความอร่อยของที่โรงแรมนี้ ที่ผู้คนที่ได้มาลองส่วนใหญ่ก็จะติดใจในรสชาติความอร่อยและคุณภาพดีของที่นี่ไปอยู่กันทุกคนจนหลายๆคนนั้นต้องกลับมาทานใหม่ จนบางคนนั้นกลายเป็นลูกค้า VIP ไปเลยก็มีครับ ห้องอาหารแห่งนี้ใช้วัตถุดิบเครื่องปรุงต่างๆอิมพอร์ตเข้ามาโดยตรงจากประเทศจีน ไต้หวันและฮ่องกงครับ แถมยังมีเชฟใหญ่อย่างคุณ Teng Kam Seng ที่มาควบคุมความอร่อยของทุกเมนูนี้ก่อนที่จะถึงปากของลูกค้าทุกคนโดยตรง ทำให้ยิ่งมั่นใจได้เลยว่าความอร่อยและคุณภาพนั้นเป็นอาหารจีนแท้ ทานแล้วเหมือนกับที่ทานในประเทศจีนแบบห้าดาวแน่นอนครับ ที่นี่นั้นเหมาะทั้งกับเพื่อนฝูงที่จะมาทานสังสรรค์ คู่รักที่จะมาสวีท หรือคุยธุรกิจที่มานั่งทานอาหารหลังเลิกงาน ตั้งอยู่ในโรงแรมห้าดาวใจกลางกรุงเทพ เดินทางสะดวกอีกด้วยครับ วันนี้ผมมีโอกาสได้รับเชิญมาร่วมงาน Wongnai Tasting ที่ห้องอาหารแห่งนี้ ได้รับการดูแลอย่างดีจากผู้จัดการห้องอาหาร พนักงานทุกคน รวมถึงเชฟใหญ่จากมาเลเซียที่ลงมาทักทายพร้อมกับอธิบายเมนูต่างๆให้ฟังอย่างละเอียดแบบไม่มีหวงวิชากันเลยทีเดียวครับ อาหารทุกเมนูที่ได้ทานนั้นก็รู้สึกได้เลยถึงคุณภาพของวัตถุดิบและฝีมือการปรุงของเชฟ ทุกเมนูนั้นจึงออกมาอยู่ในเกณท์ดี อร่อยถูกปากและถูกใจทุกเมนูเลยครับ เป็นร้านอาหารจีนแบบหรูที่ควรค่าแก่การอยู่ในโรงแรมหรูๆจริงๆครับ [วิธีการเดินทาง] ห้องอาหารแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ชั้น 2 ของโรงแรม JW Marriott ในย่านเพลินจิตครับ ร้านอยู่ด้านขวามือสุดของชั้นด้านในสุดเลยครับ ด้านหน้ามีโคมแดงๆประดับโชว์ความเป็นจีนอยู่ หาได้ง่ายสะดุดตาแน่นอนครับ โรงแรมนี้ตั้งอยู่ในย่านเพลินจิตติดกับตึกเพลินจิตเซ็นเตอร์เลยครับ วิธีการเดินทางมาที่โรงแรมนี้นั้นก็สามารถมาได้หลายทางครับ ถ้าขับรถมาจากเส้นสุขุมวิทก็สามารถนำรถมาจอดในโรงแรมได้เลยครับ ทางเข้าอยู่ก่อนถึงใต้ทางด่วนเลย หรือถ้าใครกลัวรถติดจะนั่งรถไฟฟ้า BTS มาลงที่สถานีเพลินจิตหรือนานาก็ได้ครับ โรงแรมอยู่ค่อนมาทางเพลินจิตมากกว่า ฉะนั้นนั่งมาลงเพลินจิตจะใกล้กว่านิดหน่อยครับ เดินประมาณ 5 นาทีก็ถึงโรงแรมแล้วครับ จะเข้าจากหน้าโรงแรมก็ได้ หรือจะเดินมาเข้าจากตึกเพลินจิตเซ็นเตอร์ก็ได้ มีทางเชื่อมเข้าโรงแรมอยู่ที่ชั้น 2 เลยครับ [บรรยากาศ/การบริการ] ห้องอาหารแห่งนี้หรูหราบรรยากาศดีสมกับเป็นร้านอาหารในโรงแรม 5 ดาวมากๆครับ ในห้องอาหารนี้จุลูกค้าได้มากกว่าร้อยที่นั่งครับ แถมยังมีห้องจัดเลี้ยงสำหรับลูกค้าที่มาทานเป็นกลุ่มใหญ่ถึง 7 ห้องด้วยกันครับ ถ้ามาเยอะสามารถโทรจองห้องได้เลย ใน 7 ห้องนั้นมี 2 ห้องที่นั่งทานไปสามารถนั่งดูวิวด้านนอกไปได้ด้วย บรรยากาศดีมากครับ ห้องอาหารนี้ตกแต่งได้สไตล์จีนสวยงาม มีโคมแดงเป็นสัญลักษณ์เพิ่มความเป็นจีนให้ตัวร้านอยู่ตั้งแต่หน้าร้านแล้วก็ด้านใน ที่นั่งด้านในมีทั้งโต๊ะกลมแล้วก็โต๊ะธรรมดาครับ ร้านดูหรูหราสะอาดสะอ้าน มีอุปกรณ์ในการทานพร้อมทุกโต๊ะวางไว้ให้เรียบร้อยครับ ลูกค้าที่จะมาทานช่วงวันศุกร์และเสาร์และช่วงเที่ยงๆ ลูกค้าจะเยอะเป็นพิเศษ ถ้าเป็นไปได้แนะนำให้โทรมาจองก่อน เพราะพนักงานจะได้เลือกที่นั่งดีๆไว้ให้ด้วยครับ การบริการของพนักงานในร้านนั้นดูแลได้ดีสมกับความเป็นห้องอาหารในโรงแรมห้าดาวจริงๆครับ คอยเติมน้ำชาให้แบบไม่อั้น เมนูอาหารที่ทานหมดแล้วก็ทยอยมาเก็บแล้วก็เปลี่ยนจานใหม่สำหรับเมนูใหม่ให้ตลอด คนที่มาสั่งอาหารทานเป็นคอร์สน่าจะได้รับการบริการที่เรียกได้ว่าห้าดาวด้วยจริงๆอย่างแน่นอน วันนี้ผมมาทานอาหารเป็นคอร์ส อาหารนั้นก็ทยอยมาเสิร์ฟอย่างต่อเนื่องไม่มีขาดตอนครับ [รสชาติอาหาร/ความคุ้มค่า] ห้องอาหารจีนแห่งนี้เป็นห้องอาหารจีน authentic หรูหราหน้าตาดีน่าทานมากมาย เมนูของอาหารจีนนั้นก็มีให้เลือกทานหลากหลายครับ วันนี้วงในชวนมาลิ้มลองอาหารจีนหลายเมนูตั้งแต่ starter ไปยัง main course และ dessert เชื่อละครับว่าแต่ละเมนูของทางร้านนั้นคุณภาพดีจริงๆ แถมยังผ่านการรังสรรค์โดยเชฟใหญ่ที่เป็นคนจีนมาเลเซียอีก ยิ่งทำให้มื้อนี้เป็นมื้อที่พิเศษสุดๆเลยทีเดียวครับ เข้ามาในห้องอาหารนี้แล้ววันนี้ก็ได้ complimentary พิเศษจากทางห้องอาหารที่จัดให้กับยูเซอร์วงในโดยเฉพาะด้วย complimentary drink & snacks ก่อนที่จะเข้าไปเริ่มทานมื้อหลักกันในห้องอาหารเลยครับ 1) Spring Rolls – เมนูนี้เป็นปอเปี๊ยะทอดไส้กุ้งครับ แป้งด้านนอกนั้นน่าจะเป็นฟองเต้าหู้ที่นำไปทอดจนร้อนกรอบอร่อยและนุ่มมาก ไส้ด้านในนั้นก็ได้รสชาติของเนื้อกุ้งชัดเจน อร่อยได้แบบไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้มเพิ่มเติมเลยครับ (4/5) 2) Chinese Puffs – เมนูนี้เป็นเมนูพายไส้ไก่อันเล็กน่ารัก รสชาติออกหวานหน่อยๆ แป้งด้านนอกนั้นนิ่มๆ เหมาะสำหรับคนที่ชอบทานพัฟแบบนิ่มๆครับ (3/5) 3) Royal Lychee – เมนูนี้เป็นเมนูชาผสมลิ้นจี่ โดยด้านบนชานั้นก็มีเนื้อลิ้นจี่เสียบไม้วางผึ่งไว้ให้ทานด้วยเช่นกันครับ รสชาติของมันจะออกผสมผสานกันระหว่างรสชากับน้ำลิ้นจี่ ถือว่าแปลกใหม่แต่ก็อร่อยดับกระหายได้ดีทีเดียวครับ (4/5) ปลาเงินกับเต้าหู้โฮมเมดซอสพริกกระเทียม - เมนูนี้เป็นของดีเมนูจากเมืองกวางตุ้งครับ เชฟนั้นได้มีการนำปลาเงินและเต้าหู้ไปทอดกรอบแบบ deep fried ก่อนที่จะนำมาคลุกเคล้ากับเกลือและพริกที่นำเข้ามาจากประเทศจีนโดยตรง ตัวของปลาเงินนั้นกรอบอร่อย แต่ที่เด็ดกว่าคือเต้าหู้ครับ เพราะนอกจากจะเป็นเต้าหู้ทำเองโดยเชฟในร้านแล้วยังได้มีการนำไปผสมกับปวยเล้งสับละเอียดก่อนที่จะนำไปทอดกรอบ ตัวเต้าหู้จริงๆก็อร่อยอยู่มากอยู่แล้ว ผสมปวยเล้งออกมายิ่งช่วยเพิ่มความอร่อยเข้าไปอีก รสชาติของพริกกระเทียมที่คลุกเคล้ากันมานั้นก็เด็ดมาก เผ็ดร้อน อร่อยมาก เหมาะสำหรับคนที่ชอบทานรสจัดจริงๆครับ (5/5) เป๋าฮื้อไต้หวันกับเต้าซี่เหากานหม่า - เมนูนี้เป็นของดีเมนูจากเมืองเสฉวนครับ ทางร้านใช้เป๋าฮื้อนำเข้าจากไต้หวันนำมาหั่นสไลด์เป็นชิ้นสีเหลี่ยมผืนผ้าพอดีคำก่อนที่จะนำมาเรียงบนแตงกวาแผ่นบาง คลุกเคล้ากับซอสเผ็ดสไตล์จีนเดียวกันกับที่ใช้ปรุงเมนูเต้าหู้ทรงเครื่อง รสชาติจึงออกมามีรสชาติเผ็ดนิดๆเค็มหน่อยๆ ออกมาลงตัวพอดีครับ ตัวเป๋าฮื้อนั้นหนึบๆกรุบๆคุณภาพจัดเต็มถูกใจครับ (4/5) กุ้งแม่น้ำกับสลัดแตงกวาญี่ปุ่นดองซอส XO - เมนูนี้เป็นของดีเมนูจากเมืองชานตงครับ ทางร้านใช้กุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ของไทยนี่แหละ แต่ได้มีการนำไปคลุกเคล้ากับแตงกวาญี่ปุ่นฝานบางและผ่านการหมักด้วยซอส XO กันข้ามคืนทำให้ตัวแตงกวานั้นกรอบอร่อย เนื้อกุ้งนั้นทางร้านก็มีการหั่นเป็นชิ้นเล็กๆพอดีคำไว้ให้ตักทานได้เลยไม่ต้องเสียเวลาแกะเอง ส่วนตัวหัวของกุ้งนั้นทางร้านก็เสิร์ฟมาให้ในจานด้วยเพื่อเพิ่มความสวยงาม รสชาติความอร่อยของกุ้งนั้นก็ถือว่าใช้ได้ครับ เนื้อกุ้งอาจจะรสจืดไปหน่อยถ้าทานเปล่าๆ แนะนำให้ทานกับแตงกวาจะอร่อยมากกว่าเดิมครับ (4/5)   ซุปหอยสังข์ไก่ดำตุ๋นยาจีน - หลังจากทานอาหารว่างเสร็จแล้วก็ได้เวลาของซุปครับ ทางร้านจัดเป็นซุปหอยสังข์และไก่ดำตุ๋นยาจีนหอมๆมาให้ทานกันคนละถ้วยเลยครับ แค่เปิดฝาถ้วยขึ้นมากลิ่นหอมของน้ำซุปที่ตุ๋นมาอย่างดีนั้นก็ลอยมาเตะจมูกเลยทันที ตัวซุปนั้นเรียกได้ว่าใส่ของดีๆลงไปทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น หอยสังข์ ไก่ดำ แฮม เก๋ากี้ ก่อนที่จะนำไปเคี่ยวนานกว่า 8 ชั่วโมง ทางเชฟนั้นบอกว่าเมนูนี้นั้นได้ต้มแล้วต้มอีก จนเนื้อเก๋ากี้นั้นซึมเข้าไปอยู่ในวัตถุดิบต่างๆ เวลาทานแล้วจึงทั้งหอมอร่อยทั้งในกลิ่นของตัวน้ำซุป รวมถึงวัตถุดิบที่ใส่ลงไปนั้นก็นุ่มอร่อย แทบจะไม่ต้องเคี้ยวเลย ทานเมนูนี้แล้วนอกจากจะได้ความอร่อยแล้วยังสุขภาพดีอีกด้วยครับ (5/5) หอยเชลล์ออสเตรเลียนึ่งซอส XO - เมนูนี้เป็นเมนูหอยเชลล์ตัวใหญ่โตอลังการนำเข้ามาจากออสเตรเลียนำมานึ่งแบบ slow cook ถึงเกือบชั่วโมงเพื่อให้ตัวหอยนั้นสุกไปถึงด้านใน แต่ก็ยังคงความนุ่มด้านนอกไว้อยู่เช่นกันครับ ทางร้านเสิร์ฟมาพร้อมกับวุ้นเส้นด้านล่าง ส่วนด้านบนเป็นหอยเชลล์อบแห้ง รสชาติของเมนูนี้จะออกเค็มหน่อยๆ ตัวหอยเชลล์นั้นก็เนื้อแน่นมาก อร่อยมาก แนะนำให้หั่นเป็นชิ้นเล็กๆก่อนทาน แล้วจิ้มซอส XO เยอะๆหน่อย อร่อยฟินมากครับ (5/5) ไก่อบงา - เมนูนี้เป็นเมนูไก่อบสไตล์จีนที่มีการนำไปหมักด้วยเครื่องเทศจีนก่อนล่วงหน้าถึง 1 วัน ก่อนที่จะปล่อยให้แห้งอีก 1 วันแล้วจึงนำมาอบด้วยงา ด้วยความที่ทางร้านหมักและทิ้งไว้ก่อนล่วงหน้าเป็นวันๆ ทำให้หนังไก่นั้นกรอบนอกนุ่มในมาก ตัวหนังนั้นก็ติดงามาทำให้ยิ่งหอมอร่อยเข้าไปได้อีก โดยไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้มอะไรเลยแม้แต่น้อยครับ ปกติทางร้านจะนำเมนูนื้เผื่อลูกค้าสั่งไว้อยู่แล้ว ไม่ต้องสั่งกันล่วงหน้าก็อร่อยได้ทุกโต๊ะแน่นอนครับ (5/5) ซี่โครงหมูทอดซอสจิงเจียง - เมนูนี้เป็นซี่โครงหมูที่มีทั้งซี่โครงและซี่โครงอ่อน รวมถึงส่วนซี่โครงสามชั้นหรือส่วนที่ติดมันมาด้วย ที่ถูกนำไปทอดจนกรอบนอกนุ่มใน ก่อนที่จะนำมาผัดกับซอสน้ำส้มสายชูของจีนแบบต้นตำรับ พร้อมด้วยซอสและเครื่องปรุงต่างๆที่นำเข้าจากจีนโดยตรง เสิร์ฟมาพร้อมกับผักไว้ในจานให้ทานคู่กัน ตัวซอสนั้นออกหวานๆหน่อย เหนียวๆเข้มข้นอร่อยดีครับ ส่วนซี่โครงหมูส่วนสามชั้นนั้นก็อร่อยครับ ส่วนที่ติดซี่โครงผมว่าเหนียวไปหน่อยนึงครับ (4/5) เต้าหู้โฮมเมดเห็ดชิเมจิเป๋าฮื้อ - เมนูนี้เป็นเต้าหู้โฮมเมดสไตล์ญี่ปุ่น เมนูนี้เชฟใหญ่เป็นคนคิดค้นเมนูขึ้นมาโดยได้มีการนำปวยเล้งสับละเอียดมาโปะไว้ด้านบนของเต้าหู้ด้วย ทำให้รสชาติของเต้าหู้ที่จริงๆแล้วก็อร่อยมากอยู่แล้วยิ่งอร่อยหนักขึ้นไปอีกด้วยครับ ตัวซอสนั้นก็รสชาติเข้มข้นเพราะเป็นซอสที่ผสมวัตถุดิบคุณภาพลงไปมากมายไม่ว่าจะเป็น หอยเป๋าฮื้อ เห็ด แล้วก็น้ำมันหอย ทุกอย่างออกมาลงตัวมาก ทุกคนในงานคอนเฟิร์มครับว่าเมนูนี้เด็ดที่สุดในวันนี้เลยครับ (5/5) ข้าวผัดกุนเชียงฮ่องกงกับเผือก - เมนูนี้เป็นข้าวผัดสไตล์ฮ่องกงคล้ายๆกับข้าวผัดหยางโจวเลยครับ เพราะวัตถุดิบหลักที่นำมาใช้ในข้าวผัดนั้นมีทั้งกุนเชียงหมู กุนเชียงตับ แล้วก็เผือกด้วยครับ ทางร้านใช้กุนเชียงตับซึ่งไม่เหมือนใคร สีมันอาจจะดูดำมากกว่ากุนเชียงปกติไปหน่อย แต่ดำรงด้วยคุณภาพมากมายครับ รสชาติของข้าวผัดนั้นอร่อยมาก ข้าวแต่ละเม็ดนั้นเป็นเม็ดจริงๆ ถูกผัดมาอย่างดี ซอสเข้าเนื้อทุกเม็ดทุกอย่าง มีเผือกมาช่วยตัดความอร่อยอีกด้วยครับ (5/5) สาลี่ไวน์แดงเห็ดหิมะกับดอกหอมหมื่นลี้ - ของหวานปิดท้ายมื้อนั้นเป็นของหวานจากเมืองเซี่ยงไฮ้ครับ ที่มีการนำผลไม้และของคาวอย่างเห็ดมาฟิวชั่นกันได้ลงตัวมาก สาลี่นั้นเสิร์ฟมาทั้งแบบชิ้นที่เจิ่งนองอยู่ในน้ำสาลี่แล้วก็เป็นลูกเลย ซึ่งตัวลูกนั้นสาลี่นั้นก็มีเห็ดหิมะสอดไส้อยู่ด้านในลูกสาลี่ด้วย เปิดฝาขึ้นมาได้ น่ารักขึ้นมาอีกด้วย รสชาติของเมนูนี้นั้นก็หอมกลิ่นของดอกหอมหมื่นลี้จริงๆครับ ตัวสาลี่นั้นก็กรอบอร่อย ไวน์แดงนั้นก็ช่วยเพิ่มรสชาติความอร่อยได้ดีจริงๆครับ (4/5) อาหารที่ห้องอาหารแห่งนี้ราคานั้นถือว่าแรงอยู่พอสมควรครับ เพราะส่วนใหญ่ก็หลักหลายร้อยอยู่เหมือนกัน ซึ่งถ้าเทียบกับคุณภาพแล้วก็ความอร่อยแล้วก็ถือว่าคุ้มค่าครับ แต่จะคุ้มค่ากว่านั้นถ้ามีบัตรเครดิตที่ร่วมรายการกับที่ห้องอาหารด้วย ไม่ว่าจะเป็น SCB, KTC, Citibank หรือ AMEX พวกนี้รับส่วนลดไปเต็มๆเลยครับ 15% ถ้ามีบัตรก็พกติดตัวมาใช้ด้วย ประหยัดไปได้เยอะเลยครับ ที่ห้องอาหารแห่งนี้จริงๆแล้วไม่ได้มีเรื่องโดนเด่นอยู่ที่เมนูอาหารจีนที่ผมได้ลองทานไปแล้วอย่างเดียวครับ แต่ว่าในส่วนของติ่มซำนั้นก็มีดีเช่นกัน เห็นว่าติดใจในคุณภาพกันทุกคนที่ได้มาลองเลยทีเดียว เอาเป็นว่าโอกาสหน้าต้องมาลองใหม่แน่ๆสำหรับที่ห้องอาหารแห่งนี้ครับ... อ่านต่อ
66 Likes0 Comment
photo