- หน้าแรก
/
- รูป Table X


ประสบการณ์ Chef's Table แบบเรียลๆ ที่ไม่ใช่แค่รายการใน Netflixครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้มาลองทานอาหารแนว Chef's Table หรืออาหารที่เชฟโชว์ให้เราเห็นตั้งแต่เบื้องหลังการทำอาหารในครัว ทั้งอุปกรณ์ วัตถุดิบ วิธีปรุงหลักๆ เราจะได้เห็นกันแบบเรียลๆ จนกระทั้งได้ทานจริงกันแบบใหม่ๆ ประสบการณ์แบบนี้ถือว่าหาได้ยากทีเดียวสำหรับคนรักการทำอาหารที่ยังไม่เก่งแบบเรา ต้องขอบคุณ Wongnai ที่ทำให้มีโอกาสได้มาชม ชิม และรับเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในการทำอาหารเหมือนไปดู cooking school ในคราวเดียวกัน
ยามเย็นเรามาร้านนี้เพื่อทานดินเนอร์กัน ถ้าใครมารถไฟฟ้าให้ลงที่สถานีอารีย์ แล้วเดินทะลุอาคารปิยะวรรณจากริมถนน เข้ามาทางด้านหลังตรงทางขึ้นที่จอดรถ ร้านจะอยู่ข้างทางขึ้น เป็นห้องกระจกแบบ Private เปิดไฟเด่นอยู่ หรือหากขับรถมาให้เลี้ยวเข้ามาในซอยอารีย์ 1 จากนั้นสังเกตตึกสูงตึกแรกทางซ้ายมือที่มีทางขึ้นที่จอดรถอยู่ ให้ขับเข้ามาและแจ้งยามก่อนว่าจะมาทานที่นี่ เพราะเคสเรา พอยามรู้ก็ช่วยบอกจุดจอดรถที่ว่างยามเย็นที่เป็นของคนทำงานที่ตึกนี้ให้ จะได้ไม่ต้องวนไปหลายชั้น ส่วนขากลับ ก็บอกยามว่ามาทานร้านนี้ ก็จะไม่ต้องเสียค่าจอดรถใดๆ
สำหรับบรรยากาศของที่นี่ จะเป็นห้องกระจกขนาดไม่ใหญ่มาก เปิดไฟสว่างเด่นยามค่ำคืน ออกจะขัดกับบรรยากาศโดยรอบอยู่เหมือนกัน แต่พออยู่ด้านในรู้สึกเหมือนอยู่คนละโลก ด้านหลังจะเป็นครัว โดยมีที่นั่งทานด้านหน้าเรียงรอบๆ ทุกคนสามารถดูการทำอาหารได้อย่างใกล้ชิด เชฟบอกว่าไม่ได้ทำที่นี่ตลอดเพราะบางครั้งก็รับนอกสถานที่ด้วย เพื่อความต่อเนื่องในการทาน เราแนะนำเข้าห้องน้ำกันมาก่อนเลย หรือสามารถเข้าห้องน้ำในคอมมูนิตี้มอลล์ด้านข้างได้นะ ยามค่ำร้านเด่นพอสมควร ระหว่างการทาน ก็จะมีคนสนใจมาแวะดูและขอนามบัตรอยู่
สำหรับระยะเวลาทั้งหมดในการรับชมและรับประทาน กินเวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง จริงๆ แล้ว เรื่องเวลา สามารถคุยกับเชฟก่อนได้ แต่เราว่าแบบ 3 ชั่วโมง ก็ดูได้เห็นอะไรเยอะดีนะ ตลอดเวลาเชฟก็จะโชว์วัตถุดิบและเล่าเกี่ยวกับเรื่องอาหารต่างๆ ให้ฟัง หากสงสัยก็สามารถสอบถามได้อย่างเป็นกันเอง
กลุ่มเราเริ่มต้นด้วยการสาธิตการเปิดไวน์ และเช็คสกอร์ไวน์กัน จากนั้นก็เริ่มทยอยทำอาหารและเสิร์ฟกันมาทีละเมนู อาหารทุกเมนูอร่อย คุณภาพของเกรดพรีเมียม ซึ่งเชฟไปเสาะหามาจากที่ต่างๆ รวมถึงใช้ของนำเข้ามากมาย วิธีการทำอาหารก็พยายามหาวิธีที่รักษาหรือดึงรสอาหารให้ได้มากที่สุด คอร์สที่เราทานมีดังนี้
- Baked escagot cafe paris butter
ขนมปังกรอบ เสิร์ฟพร้อมหอยเอสคาโกในเนยแบรนด์พรีเมียมละลาย ทานด้วยกัน หอมเข้ากันดี ตบท้ายด้วยการจิ้มหอยทานหนุบๆ เพียวๆ
- Aburi izanuki salmon hoakkaido ikura
แซลมอนอิซานุกิจากเกาะฮอกไกโด ปลาชิ้นใหญ่ คุณภาพปลาดี โรยเกลือแล้วเซียนิดๆ หั่นชิ้นพอดีคำ ทานพร้อมไข่ปลาซึ่งกลิ่นหอมมากเป็นพิเศษกว่าร้านญี่ปุ่นทั่วไป ประดับด้วยไอซ์แพลนท์ โรยเกลือหิมะเป็นแผ่นๆ ของญี่ปุ่น ทานกับซอสวาซาบิมายองเนสโรยผงทอง ฟินๆ
- Cappuccino truffle with fresh slide truffle
ตัวนี้เป็นซุปทรัฟเฟิลกลิ่นหอมโชย โรยด้วยทรัฟเฟิลฝานกันเห็นๆ เชฟใช้ทรัฟเฟิลของ plantin เพิ่งแกะห่อและให้เลือกเม็ดที่จะทานกันเลย
- Smoked duck breast with balsamic dressing
เมนูอกเป็ดอบควัน ทอดนานจนกรอบ เนื้อเป็ดหอมควันมาก โรยมาด้วยเดรสซิงหอมกลิ่นส้มออเรนเชียนิดๆ
- Seared foiegras with poached pear
ถือเป็นฟัวกราที่อร่อยมาก ร้านใช้ฟัวกรายี่ห้อ rougie เกรดกรองครูขนาดมาตรฐาน ทอดสกัดน้ำมันออกมาทำอาหารจานหลังจากนี้ด้วย ตัวฟัวกราไม่ใช่แค่เผาไฟ ทอดด้วยน้ำมันจนสีสวย ทานกับแพร์ตัดเปรี้ยวนิดๆ อร่อยมากเลย
- Capelline bottega di tonno
เส้นสปาเก็ดตี้ผอมเล็กลวกมาแบบจับเวลาพอดี ผัดด้วยน้ำมันฟัวกรา กลิ่นหอมฟุ้ง ใส่แก้มหมูซอยเป็นเส้นยาวผอมสัมผัสหนุบ โรยด้วยไข่ปลาได้กลิ่นออกแนวทะเล
- Angus new york steak/Baked US snow fish saffron truffle saute vegetable
จานเมนจะเป็นเนื้อวัวลายสวยนำเข้าจากอเมริกาเซียและทิ้งให้เซ็ตตัวเห็นน้ำเนื้อหยด แล้วทำน้ำเกรวี่กันสดๆ ทานคู่กับแครอทจิ๋วทอดน้ำมันฟัวกรา และมันม่วงบดรูปทรงกลม สำหรับท่านที่ทานเนื้อไม่ได้ก็จะเป็นเมนูปลาหิมะนำเข้าจากอเมริกาชิ้นใหญ่ให้แทน
- Varlrna gianduja turffle icecream
จบคอร์สอย่างสวยงามด้วยไอศกรีมทรัฟเฟิลสีขาวครีมหอมหวาน คู่ซอสช็อคโกแลตพรีเมียมที่ทำสด โรยทอง ทานคู่กับขนมปังครัมเบิลและเครื่องที่ราดมา สรุปคือเกลี้ยงทุกเมนู
สำหรับใครที่สนใจมาทานและรับประสบการณ์ไพรเวทแบบนี้ สามารถติดต่อและจองล่วงหน้ามาได้ที่เชฟหมูเฉียบวุฒิ คุปสิริกุล คอร์สนึงตกราคาท่านละ 3,000 บาท รายละเอียดการติดต่อตามด้านล่างเลยค่า
TEL: 087-429-5465
LINE: Chef Moo Bcc
FB: Cheiepvut Kupsirikul
5 Likes0 Comment


