- หน้าแรก
/
- รูป Red Diamond Cafe ทองหล่อ


บรรยากาศตรง slow bar
คาเฟ่และโรงคั่วชื่อดังในยุคนี้ รวมเมล็ดกาแฟชั้นดี มาลอง cupping ได้ไม่เบื่อ ~มาวันธรรมดาเจอบาริสต้าสาย ฝ ฝีมือดี#SpecialtyCoffee
Red Diamond ในชั่วโมงนี้คนในวงการกาแฟหรือชอบดื่มกาแฟแบบ Specialty คงไม่มีใครไม่รู้จักแน่นอนครับ เค้าเป็นคนคั่วกาแฟหรือเป็น Roaster เองทั้งหมด สาขาแรกและออฟฟิตเค้าอยู่ย่านเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา ที่นี่เป็นแหล่งรวมสุดยอดเมล็ดกาแฟแบบ Specialty ทั้งหลากหลาย และ Rare หายาก รวมถึง Limited จากแหล่งปลูกทั่วโลก แน่นอนกาแฟสายพันธุ์ดีๆที่ใช้ในการแข่งขันที่ร้านนี้มีขาย อย่าง Geisha หรือจะเป็นพวก COE (Cup-of-Excellence ใช้ในการแข่ง) หรือ 90+ (score เกิน 90)
Specialty Coffee เป็นเทรนด์ใหม่ของตลาดกาแฟในตอนนี้ครับ ไม่ได้นิยามขึ้นมาหรือใช้เรียกกาแฟจากแหล่งใดแหล่งหนึ่งได้ง่ายๆครับ เพราะต้องนำไปส่งทำการเทสกับหน่วยงานที่รับรองด้านนี้เพื่อหาค่า Cupping Score และต้องได้ค่าที่มากกว่าระดับหนึ่ง (เกิน 80/100) ถึงจะได้รับรองความเป็น Specialty ครับ ไม่ใช่ได้มาง่ายๆครับ
สาขาที่ ICONSIAM นี้เป็นสาขาที่ผมแวะผ่านมาดื่มกาแฟอยู่บ่อยๆ ด้วยเหตุผลเรื่องความสะดวกส่วนตัวครับ
[พิกัด:] ชั้น G โซน Veranda ที่อยู่เลยโซนตลาดน้ำเข้าไปด้านในติดริมน้ำครับ จุดสังเกตคือร้านตั้งอยู่ตรงกลางทางเดินเชิงบันไดเลื่อน ใกล้ๆกับร้าน Jumbo บรรยากาศร้านก็คล้ายๆกันกับสาขาอื่นที่อยู่ตามห้าง ที่โดดเด่นเป็นสัญลักษณ์คือร้านเค้าเปิดเพลงแนว Old School HipHop, Funk หรือเพลงฝรั่งจังหวะหนักๆ ดื่มกาแฟไปโยกหัวตามเลย 555
[ร้านขายอะไรบ้าง:]
• ขายปลีกกาแฟหน้าร้าน ทั้งแบ่งเมล็ดคั่วเป็นซองขายกลับไปชงที่บ้าน หรือผ่านการสกัดให้เสร็จเป็นน้ำกาแฟเสิร์ฟดื่มที่หน้าร้าน ที่นั่งเป็นบาร์ยาวรอบร้านที่มีบาริสต้ายืนตรงกลาง
• กาแฟแบบใช้เครื่องชง หรือ Espresso-based เท่าที่ผมสังเกตที่สาขานี้ตอนไป ใช้เป็นแบบ Modbar ฝังในบาร์เหมือนสาขาส่วนใหญ่ ## ราคาเครื่องดื่มเริ่มต้นอย่าง Espresso shot 120 บาท หรือพวก White (เติมนม) 130 บาท (ร้อน) 135 บาท (เย็น) ราคานี้สำหรับใช้เมล็ดกาแฟแบบปกติหรือ blend มาตรฐานของทางร้านครับ 4 แบบ คือ Red Diamond, Black Diamond, God Father, Old School คั่วอ่อน กลาง เมล็ดที่ใช้ผสมรวมกัน เลือกตามชอบครับ บางทีก็มีเมล็ด Single Origin ให้เลือกด้วยสำหรับใช้เครื่องชง
• กาแฟใช้วิธีสกัดแบบ Filter หรือที่เรียกว่า Slow Bar วิธีพื้นฐานเลยก็ Pour-over V60 (ดริป) กับ Syphon (หม้อต้ม) พวกนี้จะเป็นกาแฟแบบคั่วอ่อนทั้งหมด และเป็น Single Origin ลองถามที่ร้านดูว่าวันนั้นมีอะไรบ้างหรือดูที่แผ่นเมนูที่เป็น Single Origin สำหรับ Slow Bar (จะมีเขียน taste note กำกับอยู่ด้านล่างของชื่อเมล็ดแต่ละตัว) หรือชอบรสแบบไหนให้บาริสต้าที่ร้านแนะนำได้ครับ
####### กาแฟที่ได้ลอง cupping #######
+++ ในช่วง 1 เดือนกว่าๆที่ผ่านมา ทั้งหมด 4 ตัว +++
/// ไล่ตามลำดับจากตัวแรกไปถึงล่าสุด ///
• Single Origin, Ethiopia Kochere (Process: Honey) [200 บาท/serving] เลือกวิธีสกัดแบบ Pour-over V60 หรือดริปร้อน บาริสต้าคนที่ดริปให้เป็นฝรั่งตัวสูงๆ ดูเหมือนขรึมๆ พูดไทยไม่น่าได้เพราะคุยกับผมและบาริสต้าคนอื่นในร้านเป็นภาษาอังกฤษล้วน แต่พอคุยด้วยแล้วก็ถือว่าถูกคอดี ถามผมก่อนเลยว่าอยากให้เค้าดริปให้แบบไหน ผมก็เลยบอกว่า Light Body, More Acidity เค้าเลยจัดให้ตามสั่งไป ตัวเค้ายังพูดต่อท้ายว่าชอบดื่มแนวเดียวกันกับผมประมาณนี้ไม่เอา Body หนาไป ผมสังเกตดูเค้าตั้งแต่เตรียมบดเมล็ดมาใส่ถ้วย เอามาให้ผมดมจับกลิ่นดูต่างๆ เริ่มดริป เขียน Taste note แล้วบอกเลยว่าไม่ธรรมดา เพราะตั้งแต่บดมาเค้าก็เริ่มจับกลิ่นบอก note คร่าวๆเมล็ดตัวนี้ได้เลย ตอนผมลอง cupping เค้าก็ถามเป็นช่วงๆว่าตอนอุ่นรสเป็นยังไง ตอนเย็นรสออกยังไง เหมือนเค้าอยากรู้ว่าตรงกับที่เค้าเขียน note ในกระดาษหรือเปล่า
## Cupping แล้ว Tasting note ที่ผมรู้สึกจับได้เรียงตามลำดับตอนที่น้ำกาแฟมีช่วงอุณหภูมิต่างๆไล่จากอุ่นจนถึงอุณหภูมิห้องตามนี้ Caramel, Honey, Orange, Apple, Pear มี note แทรกเล็กๆตอนเริ่มเย็นคือ Pear ครับ หอมหวาน จับได้ชั่วขณะหนึ่งชัดมาก ฝีมือการดริปของบาริสต้าดีเลยดึง note ออกมาได้ครบเป็นซีรี่ย์ กาแฟมีความซับซ้อนดี
## สรุป กาแฟตัวนี้ที่ได้ลอง cupping Body ถือว่ากำลังดีสำหรับผม ออกเบาๆหน่อยแต่ไม่จางเกิน ตัวนี้นิยามผมให้เป็นกาแฟโทนหอมหวานกลิ่นผลไม้ ไม่มีกลิ่นดอกไม้เด่นฟุ้งเหมือนกาแฟจากแอฟริกาโดยทั่วไป ติด Aftertaste หวานโทนส้มหน่อยๆไม่ยาวมาก ไม่เปรี้ยวมาก acidity ดึงออกมาได้ไม่เยอะมากตามธรรมชาติของเมล็ดและการ process มาเป็นแบบ Honey (กึ่งกลางระหว่าง Natural กับ Wash)
• Single Origin, Kenya Kirinyaga (Process: Washed) [250 บาท/serving] กาแฟตัวนี้อยู่ในหมวด Limited Edition มีจำนวนจำกัดครับ เลือกวิธีสกัดแบบ Pour-over V60 รอบนี้ให้เค้าแบ่งครึ่งส่วนหนึ่งเสิร์ฟแบบดริปร้อน อีกส่วนให้เค้า cool down ก่อนแล้วเทใส่ในน้ำแข็งดื่มแบบ on ice บาริสต้าที่ดริปให้รอบนี้เป็นคนไทย ผมคุ้นๆจำได้ว่าเค้าเคยทำให้ผมตอนที่แวะไปดื่มที่สาขาแรกตรงเลียบด่วนครับ (เหมือนเค้าก็คุ้นๆผมนะ ถามว่ามาดื่มที่ Red Diamond บ่อยใช่ไหม)
## Cupping แล้ว Tasting note ที่ผมรู้สึกจับได้เรียงตามลำดับตอนที่น้ำกาแฟมีช่วงอุณหภูมิต่างๆไล่จากอุ่นจนถึงอุณหภูมิห้องและดื่มแบบเย็นเติมน้ำแข็งตามนี้ Tomato, Blackcurrant, Caramel, Black Tea, Grapefruit ดื่มแบบเย็นจะได้ความรู้สึกเหมือนดื่มชาดำมากกว่า ดื่มแบบร้อนจะจับพวกกลิ่น note ได้แบบชัดเจนกว่าเป็นซีรี่ย์ไล่มาตามอุณหภูมิช่วงต่างๆ กลิ่นมะเขือเทศกับแบล็คเคอแรนท์จะออกโทนใกล้ๆกัน คาราเมลจะออกเป็นกลิ่นลอยเตะจมูกเฉยๆ
## สรุป กาแฟตัวนี้ที่ได้ลอง cupping Body กลางๆ ตัวนี้นิยามผมให้เป็นกาแฟโทนเปรี้ยวโดดแบบมะเขือเทศกับเบอร์รี่ ไม่มีกลิ่นดอกไม้เด่นฟุ้งเหมือนกาแฟจากแอฟริกาโดยทั่วไป ติด Aftertaste หวานโทนส้มค่อนข้างยาวดี (เปรี้ยวนำก่อนแล้วหวานชุ่มคอ) มีความเปรี้ยวจาก acidity ดึงออกมาได้เยอะมากตามธรรมชาติของเมล็ดและการ process มาเป็นแบบ Washed
• Single Origin, Ethiopia Yirgacheffe Autumn (Process: Natural) [200 บาท/serving] เลือกวิธีสกัดแบบ Pour-over V60 ดริปร้อน รอบนี้มาช่วงวันหยุดช่วงบ่าย ลูกค้าค่อนข้างเยอะมาเรื่อยๆครับ
## Cupping แล้วจับได้ตามนี้ Passion Fruit, Orange, Lemongrass, Pineapple จับกลิ่นพวกเสาวรสกับส้มได้เด่นก่อน ส่วนสับปะรดจับได้จะชัดช่วงเย็นลงหน่อย มีกลิ่นตะไคร้ออกซ่าๆตอนปลายติด Aftertaste
## สรุป กาแฟตัวนี้เป็นกาแฟแอฟริกาที่ไม่มีกลิ่นดอกไม้ฟุ้งๆเหมือนปกติ ออกกลิ่นตะไคร้ซ่าๆตอนจบไม่ได้ชัดมาก Aftertaste เลยไม่ติดหวานชุ่มคอ และก็เป็นโทนผลไม้เมืองร้อนต่างๆ บาริสต้าดริปให้ออก Body อ่อนไปหน่อยเลยไม่ค่อยจับโดนกลิ่นผลไม้ชัดมาก ถือว่าเป็นการลองกาแฟแอฟริกาที่ได้ note แปลกไปอีกแบบหนึ่ง
• Single Origin, Ethiopia Yirgacheffe Lamp (Process: Washed) [200 บาท/serving] แบบ Pour-over V60 ดริปร้อน มาช่วงวันหยุดตอนบ่ายอีกแล้ว บาริสต้าคนเดิมกับตัวก่อนหน้านี้ครับ เค้าบอกว่าตัวนี้เพิ่งคั่วเสร็จไม่นาน ดังนั้นเลยต้องทำให้ De-gas ออกมากที่สุดก่อน สังเกตว่าเค้าจะมีการคนๆเมล็ดกาแฟบดขณะอยู่ใน dripper ด้วย
## Cupping แล้วจับได้ตามนี้เรียงตามลำดับ Chamomile, Bergamot, Caramel, Black Tea ตัวนี้กลิ่น Floral แบบดอกไม้ขาวที่คุ้นเคยจากโซนแอฟริกากลับมาแล้ว หลังจากลองหลายตัวก่อนหน้าแต่ไม่ติดกลิ่นดอกไม้ มีกลิ่นหอมๆมะกรูดกับเหมือนดื่มชา คล้ายๆกาแฟ Geisha
## สรุป กาแฟตัวนี้ Body กลาง อร่อยดี มีกลิ่นดอกไม้แบบที่เจอปกติในกาแฟแอฟริกา Acidity กลางๆพอรู้สึกได้ และพวก note ต่างๆถือว่าตัวนี้ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับดื่มกาแฟที่มี score สูงๆ
#### สรุป คหสต ####
• รอบนี้ลองกาแฟแบบ Filter อย่างเดียว ได้ลองฝีมือบาริสต้าทั้งหมด 3 คน โดยรวมฝีมือดีมีประสบการณ์ โดยเฉพาะบาริสต้าฝรั่งคนแรก
• สำหรับผมที่ร้าน Red Diamond นี้เป็นสถานที่เหมาะสำหรับมาสร้างประสบการณ์ cupping กาแฟ (ในฐานะผู้บริโภค ไม่ใช่ฐานะคนขาย) ได้อย่างดี เพราะเค้าเป็นคนนำกาแฟสารเข้ามาคั่วจากหลายแหล่งมากๆหมุนเวียนตลอด ท้าทายสาย cupping ให้มาลองกาแฟ note แปลกๆ ได้ไม่มีเบื่อครับ
• เรื่องราคา ดูอาจจะแรงไปหน่อยสำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกาแฟแบบ Specialty ส่วนตัวผมว่าโดยรวมกาแฟตัวที่แพงๆพวก Premium หรือ Limited ราคาก็อาจดู over-pricing ไปหน่อย อย่างพวก Geisha ช่วง 500+ บาท ซึ่งเดี๋ยวนี้ราคาไม่แรงมากแล้วเพราะเริ่มปลูกได้จากหลายแหล่งมากขึ้น ส่วนกาแฟระดับธรรมดาพวก 200+ บาท ส่วนตัวผมว่าถ้าเราเลือกดีๆเหมาะกับ Taste ความชอบของเรา ผมว่าก็โอเคไม่แรงไปครับ
ภาพรวมตามด้านบน 4 ดาว สำหรับสาขานี้ครับ
29 Likes0 Comment


