4.1
17 เรตติ้ง (13 รีวิว)
เปิดอยู่จนถึง 22:00
เมนูของร้าน Stand Alone Revolution ไอคอนสยาม
ร้านกาแฟสาย #SpecialtyCoffee หลบมุมบนห้างหรู บาริสต้าอัธยาศัยดีมีประสบการณ์ กาแฟหลากหลายแนว Old School/Creative/Slow Bar[3.5*] Stand Alone Coffee Bar สาขาแรกอยู่ใน ซ.วิภาวดี 20 ด้านหลังการบินไทย สนญ. ส่วนที่สาขานี้เปิดเป็นสาขาที่ 2 บนห้างหรูริมน้ำที่เปิดตัวอย่างอลังการไปคือ IconSiam การตกแต่งร้านที่สาขาใหม่นี้จะต่างกับที่แรกเลยออกแนวแบบทันสมัยหน่อยธีมสีน้ำเงินตัดกับความเป็นมินิมอลสีขาว เลยมีคำว่า Revolution ต่อท้ายไงครับ ที่สาขาแรกจะออกแนวลอฟท์ [พิกัด:] อยู่ในโซนห้างญี่ปุ่น Siam Takashimaya ชั้น 3 แผนกเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายผู้ชาย หลบมุมอยู่ด้านในสุด หน้าทางเข้าห้องน้ำ จริงๆก็หาไม่ยากเลยครับ ร้านนี้เค้าเน้นคอนเซปท์เรื่อง #SpecialtyCoffee ตามคำที่ต่อท้ายชื่อร้าน หรือกาแฟคุณภาพดีที่ผ่านเกณฑ์ scoring ของ Q-Grader หรือหน่วยงานรับรองมาตรฐานด้านนี้โดยเฉพาะครับ เอาเป็นว่าหลายๆร้านตอนนี้เริ่มยกระดับคุณภาพกาแฟให้เข้าเกรด Specialty เพื่อรองรับเจาะกลุ่มลูกค้าสายกาแฟนี้โดยเฉพาะ ซึ่งไม่เกี่ยงเรื่องราคาแต่เน้นเรื่องรสชาติและความเฉพาะบวกความหายากของเมล็ดกาแฟที่ผ่านกระบวนการและคั่วแบบโปรโฟล์ที่หลากหลายกันนั่นเองครับ ผมสรุปคร่าวๆที่มาของเมล็ดกาแฟคั่วที่ใช้ในร้านเค้าตามนี้ครับ • Blend สำหรับกาแฟที่ใช้เครื่องชงหรือ Espresso-based ทางร้านเค้าเป็นคน blend หรือเลือกสัดส่วนเมล็ดจากแหล่งต่างๆนำมารวมกันและเลือกโปรโฟล์การคั่ว เท่าที่ผมเห็นร้านเค้าจะมีแต่ คั่วอ่อนกับกลาง ไม่มีคั่วแก่ ไม่เกิน 2nd crack เข้าใจว่ามีดีลกับโรงคั่วบางที่เฉพาะอยู่ตามออเดอร์ • Single Origin สำหรับทำกาแฟพวก Filter พวกนี้คือคั่วอ่อนทั้งหมดครับเน้นกลิ่นและลักษณะเฉพาะของเมล็ดแหล่งนั้นๆ เค้าจะรับมาจาก Roaster อื่นทั้งหมด เท่าที่ผมเห็นมี Roaster ในไทยดังๆทั้งนั้นอย่าง Pacamara, Roast Runner [ร้านเค้าขายอะไรบ้าง?] • กาแฟ Espresso-based แบบ Old School หรือเมนูดั้งเดิม – Espresso, Americano, Latte, Cappuccino • กาแฟพวก Slow Bar หรือผ่าน Filter ที่ร้านเค้ามีแต่ Pour-over V60 หรือกาแฟดริป กับ Cold Brew • Nitro Cold Brew Coffee เห็นมี Tap ที่ร้านด้วยครับ หรือกาแฟไนโตรแนวใหม่มีฟองนุ่มๆ • กาแฟแนว Creative หรือ Special Drink ของทางร้าน อย่าง Black Magic (Double Ristretto ใส่โซดากับเลม่อน สำหรับสาย Black), Latte P’Tik (กาแฟนมรสนัวๆ สำหรับสาย White) • Non-coffee พวกที่ไม่ใช่กาแฟไม่มีคาเฟอีน สำหรับคนที่ไปด้วย • ขนมกับอาหาร เห็นมีในเมนูด้วย เนื่องจากผมไปหากาแฟดื่มที่ร้านนี้ 2 รอบแล้ว ขอรีวิวรวบทีเดียวเลยครับ ตามนี้ ##### รอบแรก สั่งเป็นกาแฟดริป Single Origin ##### • เลือกเป็นเมล็ดจาก Burundi Kayanza ตามรสนิยมความชอบส่วนตัวครับ กาแฟจากโซนแอฟริกา มีความหอมแบบดอกไม้และ acidity ความเปรี้ยวแบบผลไม้ต่างๆ • ราคา serving ละ 180 บาท เสิร์ฟมาเป็นชุด มีน้ำกาแฟที่ใส่เหยือกแก้วเป็น server แบบไม่มีฝาปิดเก็บความร้อน แก้วใสเปล่าๆที่เค้าเอาน้ำอุ่นๆไปลวกล้างก่อนแล้วคว่ำไว้บนกระดาษ อีกถ้วยหนึ่งเป็นโซดาอุ่นๆ แปลกดี ผมไม่เคยเห็นร้านไหนเสิร์ฟแบบนี้ น้องเค้าบอกว่าดื่มโซดาอุ่นถ้วยนี้ก่อนเริ่มดื่มกาแฟเพื่อเป็นการล้างปากให้รับรสสัมผัสน้ำกาแฟได้ดีที่สุด และร้านนี้เค้าจะมีแผ่นกระดาษออกแข็งๆสำหรับเขียนแหล่งที่มาของกาแฟและ Tasting note ของกาแฟที่เราดื่มให้ลูกค้าด้วย ตามสไตล์ร้าน Specialty Coffee ที่เอาจริงจังด้านนี้ • ผลการ Tasting ตาม note ที่ผมรู้สึกได้เองตามนี้ # Aroma กลิ่นหอมๆเด่นตอนแรกๆที่น้ำกาแฟอุ่น ไม่ใช่ดอกไม้หอมโปร่งๆซะทีเดียวเหมือน Ethiopia ออกโทนกลิ่นสมุนไพร ไม่มีกลิ่นที่เป็นพวก negative หรือ defect ออกมา อย่าง ไม้ ดิน ทราย แปลว่าเป็นเมล็ดที่เก็บเกี่ยวผ่านกระบวนการมาดีก่อนคั่วครับ # ดื่มแล้วสะอาดปากไม่มีความฝาดหรือความขมๆติดที่คอ เป็นกาแฟ Washed Process แน่นอน เห็นสีน้ำกาแฟก็พอรู้แล้วออกสีส้มทองสวยๆ คั่วอ่อนๆเลยตามสไตล์กาแฟสำหรับทำ Filter โดยเฉพาะครับ # Acidity ออกโทนพวกผลไม้รสเปรี้ยวสุกๆสีแดงๆ ปกติจากประสบการณ์ผมกาแฟจากแหล่ง Burundi จะเป็นเปรี้ยวแบบแอปเปิ้ลแดงมีความหวานเจือๆอยู่ด้วยไม่จี๊ดแบบแอปเปิ้ลเขียว สำหรับตัวนี้ส่วนตัวคิดว่า Acidity กลางๆ เปรี้ยวไม่มาก มีความหวานในตัวรู้สึกได้หน่อยๆ แต่จะรู้สึกได้ชัดตอนน้ำกาแฟเย็นลงมา ดื่มแล้วสดชื่นพอได้ # Body ถือว่า balance ใช้ได้ แต่สูงไปสำหรับความชอบส่วนตัว ผมดื่มแล้วคิดว่ายังมีน้ำหนักจากการสกัดกาแฟออกมามากไปหน่อย คาดว่าคงอยู่ที่การบดเมล็ดกาแฟคงละเอียดไปหน่อยหรือไม่ก็จังหวะการเทน้ำปรับ Flow Rate น่าจะต่ำเลยสกัดออกมามากไปหน่อย ส่วนตัวคิดว่าถ้าสกัดอ่อนกว่านี้กาแฟจะรสชาติดีขึ้นครับ ส่วน Aftertaste ปกติจะแปรตรงกับ Body แต่สำหรับตัวที่ดื่มครั้งนี้มีติดมาไม่มากตาม body น่าจะอยู่ที่ระยะเวลาของเมล็ดตัวนี้หลังจากคั่วและนำมาสกัดทำน้ำกาแฟ # สรุปเป็นกาแฟที่ดริปออกแนว Fruity มีความซับซ้อนใช้ได้ แต่ยังไม่มาก คือมีมิติกลิ่นและรสที่สัมผัสได้ต่างกันตามช่วงอุณหภูมิต่างๆครับ • Tasting note ที่ทางร้านระบุไว้และเขียนมาเป็น Red Bright Fruits like Cherry, Herbal, Good Clean & Sweet ##### รอบสอง สั่งเป็นกาแฟแบบใช้เครื่อง Espresso ชง ##### • สั่งเป็นเมนู Black or White (ชื่อเหมือนซิงเกิ้ลเพลงของ MJ เลย) หรือกาแฟเป็นเซทครับ ตามชื่อเลยคือเราจะได้กาแฟไม่เติมนม (Black) 1 ถ้วย (Espresso หรือ Americano) และกาแฟเติมนม (White) 1 ถ้วย เลือก combination ได้ตามใจชอบครับ ราคาต่างกันตาม Blend ที่เลือก ถ้าเป็น Magic หรือ Inception Blend ที่เป็นตัวพื้นฐานของร้านราคาเริ่มต้นที่ 140 บาท ส่วน Blend ที่ผมเลือกตอนที่ไปเป็นแบบ Premium Blend วันที่ไปเป็นเมล็ดคั่วรวมกันของ Thailand, Ethiopia, Columbia ราคาชุดหนึ่ง กาแฟ 2 ถ้วย 180 บาท • ถ้วย Black ผมเลือกสั่งเป็น Espresso shot ถามน้องเค้าว่าทำเป็น Ristretto หรือ short espresso ได้ไหม เข้มข้นหน่อย เค้าบอกว่าดึงช็อตสั้นไม่ได้ เพราะเค้าจะตวงกาแฟและใช้แรงดันไอน้ำจากเครื่องแค่หัวเดียว ไม่ได้แยกก้านครับ หน้าตาช็อตที่ได้ยังไม่ถึง perfect shot เพราะ creama ยังลอยเกาะกันที่ขอบส่วนใหญ่ และตรงกลางมีลอยเป็นแพติดกัน ออก over-extracted ไปนิดนึงสำหรับ espresso shot มาตรฐาน แต่ผมเข้าใจว่าเพราะเค้าแยกทำ 2 ถ้วยโดยใช้แรงดันก้านเดียวครับ เลยออกมา over ไปหน่อย จากที่ได้ลองถือว่าโอเคดี ไม่มีกลิ่นไหม้ มีน้ำมันสกัดออกมาจากเมล็ดชัดเจนรู้สึกได้ body ไม่จางไป ไม่มีกลิ่นพวก defect เกิดขึ้นในช็อต เด่นที่กลิ่น Floral ชัดเลยครับ มาจากเมล็ดของ Ethiopia กาแฟไม่ขมปี๋มีความหวานในตัว • ถ้วย White ผมเลือกเป็น Latte กลิ่นดอกไม้หอมๆรู้สึกชัดเจน สำหรับกาแฟเติมนมส่วนตัวถ้วยนี้รู้สึก body อ่อนหรือบางไปหน่อยครับ ถ้าสั่งเป็นแบบ Piccolo Latte เติมนมสัดส่วนน้อยลงจะเวิร์คกว่าครับ ส่วน Latte Art สำหรับผมไม่ได้ซีเรียสอะไร ลายคมหรือไม่คมไม่ใช่ส่วนประกอบหลัก อยู่ที่รสชาติและการสตรีมนมเทมาเป็นหลัก ถือว่าถ้วยนี้ทำมาผ่านครับสำหรับการสตรีมนมเทลงไป กาแฟคั่วกลางๆไม่มีติดเปรี้ยวครับ • น้องที่ร้านเค้าเห็นผมชอบ Taste กาแฟและคุยกันถูกคอ เค้าเลยให้ผมนั่งรอแปบนึงหลังเสิร์ฟกาแฟลูกค้ารายอื่นก่อน บอกว่าจะเอากาแฟตัวเด็ดอีกตัวมาให้ผมเทสดู จะทำ shot มาให้ลองครับ จากซองกาแฟเขียนเป็น Ethiopia + Brazil หลังจากได้ espresso shot มา ดูภายนอกรู้เลยว่าสกัดออกบางๆเลย เพราะ creama ลอยหนาเป็นแพกลบน้ำกาแฟด้านล่าง ไม่ซีเรียสครับเพราะเป็นตัวเทสที่น้องเค้าทำมาให้ลองชิมดู ตัวนี้ออกแนว Berry จ๋ามากเลย ชัดเจน ตั้งแต่สูดกลิ่นเลย อย่างที่บอกไปตัวนี้ body จางกว่าตัวที่อยู่ในเซท Black or White ### ความเห็นเกี่ยวกับบาริสต้า ### เรื่องฝีมือถือว่ายังปรับปรุงได้ครับเรื่อยๆถ้าเจอลูกค้าเยอะๆหน้าร้านบ่อยๆ ประสบการณ์เค้ามีอยู่แล้วหลังจากได้พูดคุยและรับรู้สิ่งที่เค้าแสดงความเห็นขึ้นมา มีความพิถีพิถันในการชงกาแฟให้ลูกค้า เทคนิคถือว่ามีพอตัวเลยอย่างที่ผมสังเกตได้อย่างหนึ่งคือกาแฟดริป เห็นน้องเค้ามีการเทน้ำกาแฟกลับไปกลับมาใน server วิธีนี้ผมสังเกตเห็นบางที่เหมือนกันเป็นการช่วยให้รสชาติกาแฟดีขึ้นได้บ้างและเป็นการ cool down น้ำกาแฟด้วย สรุป 3.5 ดาว ขอปัดขึ้นเป็น 4 ดาวให้ เพราะรู้สึกว่าน้องบาริสต้าที่ร้านเค้าอัธยาศัยดี ถ้ารู้ว่าลูกค้าคนไหนเป็นนักชิมกาแฟหรือชอบเรื่องกาแฟเค้าชวนคุยยาวเลยและมีอะไรให้ได้ลองอยู่ ร้านนี้เค้าเน้นไปทางปลายๆน้ำของธุรกิจกาแฟมากกว่า ไม่ได้ครบวงจร ไม่ได้เป็นโรงคั่วอะไร พวกกาแฟ Single Origin รับมาน่าจะเกือบทั้งหมด ส่วนกาแฟใช้เครื่องชงส่วนตัวผมว่าเค้าเน้นเรื่อง character ของกาแฟที่ใช้ชงเป็นหลัก ส่วนเรื่องฝีมือเท่าที่สั่งกาแฟเติมนมมาสตรีมนมได้ดีมีความหวาน สำหรับ shot ยังไม่สมบูรณ์ที่สุดอาจอยู่ที่ปัจจัยอื่นด้วยครับ... อ่านต่อ
39 Likes0 Comment
photo