- หน้าแรก
/
- Angelica Andrade ร้าน Taberna Tosca


สัมผัส Nightlife ของกรุงลิสบอน ที่ร้าน Petisqueira สุดชิคแห่งย่าน Cais do Sodréสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสวิถีชีวิตของเหล่า Lisboetas อย่างถ่องแท้นั้น หลังจากแวะชมสถานที่สำคัญต่างๆทั่วเมือง Lisbon ในตอนกลางวันแล้ว ยังควรได้มาตระเวนราตรีในย่าน Nightlife สุดฮิปอย่าง Bairro Alto และ Cais do Sodré ด้วย - ชิม Petiscos จานแล้วจานเล่าแกล้มเครื่องดื่มหลากหลายชนิด เฝ้ามองผู้คนที่ออกมา hang out กันหลังเลิกงาน ถ้าเป็นคืนวันศุกร์และเสาร์ก็อาจได้เห็น Street Party ในยามดึกกันให้ครึกครื้นล่ะค่ะ
****-Profile-****
Taberna Tosca นั้นเป็นร้านกิน-ดื่ม แบบที่ชาวโปรตุเกสเรียกกันว่า “Petisqueira” - เสิร์ฟอาหารสไตล์กับแกล้มหรือ “Petiscos” โดยเน้นเมนูที่เป็นอาหารโปรตุเกสพื้นเมืองดั้งเดิม ทานคู่กับเครื่องดื่มทั้งไวน์ เบียร์ และเหล้าท้องถิ่นชนิดต่างๆ ภาพลักษณ์ของ Petiscos นั้นแม้จะคล้ายคลึงกับ Tapas ของสเปน แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือต้นกำเนิดค่ะ...
Petiscos ของโปรตุเกสนั้นมาจากแนวคิดที่จะนำอาหาร (ที่ปกติตามร้านทั่วไปอาจจะเสิร์ฟเป็นของทานเล่นหรือ Main Course ก็ได้) มาแบ่งเสิร์ฟเป็นจานเล็กๆ เพื่อให้สั่งได้หลากหลาย แกล้มเครื่องดื่มชนิดต่างๆได้เพลิดเพลินขึ้น บางร้านที่จริงจังมากๆก็มีการครีเอทเมนู Petiscos สูตรของตัวเองขึ้นโดยเฉพาะ ส่วน Tapas ของสเปนนั้นมีต้นกำเนิดจากการนำแผ่นแฮมหรือขนมปังมาวางปิดแก้วไวน์เพื่อกันฝุ่นกันแมลงมาตอมระหว่างนั่งดริ๊งค์ แล้วค่อยๆพัฒนามาเรื่อยๆจนครอบคลุมถึงอาหารจานเล็กๆคล้ายคลึงกับ Petiscos ด้วย แต่เพราะความที่ Tapas ของสเปนนั้นเป็นที่รู้จักกว้างขวางกว่า Petiscos บรรดาร้าน Petisqueira ตามย่านท่องเที่ยวในโปรตุเกสก็เลยมักจะขึ้นป้ายว่าเสิร์ฟ “Portuguese Tapas” เพื่อให้ชาวต่างชาติเข้าใจได้ง่ายนั่นเอง
แม้จะคล้ายคลึงกันมากๆ แต่ Tapas Bar นั้นแพร่หลายไปจนมีอยู่ทุกหนแห่งทั่วโลก ส่วน Petisqueira นี่ถ้าอยากจะลองแวะมาสัมผัสเป็นประสบการณ์ก็ต้องมาที่โปรตุเกสเท่านั้น สำหรับร้านนี้ที่นอกจากเรตติ้งจะดีใช้ได้แล้ว ยังเน้นว่าเสิร์ฟ “Portuguese Traditional Tapas” สูตรท้องถิ่นดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่นย่ายาย ก็เลยเป็นอะไรที่ตอบโจทย์สำหรับนักท่องเที่ยวสายกินอย่างเราล่ะค่ะ
****-เมนูที่ได้ลอง-****
ร้านนี้จะมีความเก๋อยู่อย่างคือจะตั้งชื่อเมนูต่างๆตามชื่อคน ไม่แน่ใจว่าอาจเป็นชื่อของคนคิดค้นสูตรอาหารหรือชื่อใคร ดีว่ามีคำอธิบายภาษาอังกฤษกำกับให้เข้าใจว่าเป็นอาหารอะไร ก็เลยสั่งได้ไม่ยากเย็นนะคะ
• Angelica Andrade (ราคา 12.50 ยูโร) – ชื่อจริงของจานนี้คือ Gambas ao Alho – กุ้งผัดกับน้ำมันมะกอก กระเทียมและ Parsley เป็นเมนูยอดนิยมที่ถ้าเป็นพวกร้านอาหารทะเล (Marisqueira) ก็จะเสิร์ฟเป็น Main Course จานโตๆทานกับข้าวหรือขนมปัง ส่วนในเวอร์ชั่น Petiscos ก็จะมาเป็นจานเล็กๆให้ทานเปล่าๆกรุบกริบ เราชิมแล้วก็อร่อยทานเพลิน มีทักษะการปรุงรสที่ดีใช้ได้ แต่เทียบกับร้านที่เป็นภัตตาคารอาหารทะเลแท้ๆก็ยังจะแพ้อยู่หน่อยๆนะ
• Alvaro Ventura (ราคา 8.50 ยูโร) - เมนูนี้ก็คือ “Chouriço Assado” ซึ่งแปลได้ว่า “Flaming Chorizo” ทำโดยใช้ภาชนะดินเผาก้นตื้นๆที่ด้านบนเป็นซี่ใหญ่ๆคล้ายตะแกรง นำภาชนะนี้มาแช่เหล้าจนชุ่มโชก แล้ววาง Chorizo ทั้งดุ้นไว้ด้านบน เวลาจะเสิร์ฟก็จุดไฟลุกโชติช่วงน่าตื่นตาตื่นใจสุดๆ (แชะกันรัวๆ) พอสุกได้ที่ก็หั่น Chorizo เป็นแว่นๆให้ทานง่าย ส่วนตัวแล้วเราปลื้มปริ่มกับเมนูนี้มากมาย คือ Chorizo นั้นปรกติก็อร่อยปนเปรี้ยวปนเค็มอยู่แล้ว พอผ่านการย่างก็ได้ทานร้อนๆ มีความกรอบนอกนุ่มใน โรยเครื่องเทศ บีบเลมอนตัดเลี่ยนอีกนิดนี่คือฟินเว่อร์ค่ะ
• João Pratas (ราคา 11.50 ยูโร) - จานนี้ก็คือ “Salade de Polvo” หรือ Octopus Salad นั่นเอง เป็นเนื้อหมึกยักษ์ที่นำมาแล่เป็นชิ้นเล็กๆ หมักกับน้ำมันมะกอกและน้ำส้มสายชูจนนิ่มแล้วปรุงด้วยหอมแดง พริกหวาน มะเขือเทศสดและเครื่องเทศหั่นฝอย จะว่าไปก็คล้ายๆอาหารประเภทยำของบ้านเรา แต่มีความนุ่มนวลกลมกล่อมจากน้ำมันมะกอกที่ทำให้รสชาติไม่ฉูดฉาดจนเกินไป อร่อยถูกใจแบบตักกันรัวๆ
• Frei Xavier Frois (ราคา 13.50 ยูโร) - ว่ากันว่าในสมัยโบราณนั้น ชาวโปรตุเกสนี่ล่ะที่เดินทางไปไกลถึงญี่ปุ่นแล้วนำเอาอาหารชุบแป้งทอดหรือเทมปุระไปเผยแพร่ เราเลยอยากลองเมนูนี้ที่ก็คือเทมปุระปลา Bacalhau (ปลาค็อด) เสิร์ฟมากับผักดองและมะกอกหั่นเต๋า แล้วปรุงรสด้วย Aioli แต้มไว้ด้านบน - ชิมแล้วถ้าเทียบกับร้านอาหารญี่ปุ่นเจ้าดังๆก็ยังจะแพ้อยู่นิดๆเพราะยังมีความอมน้ำมันและแอบเลี่ยน ถ้าเทียบกับร้านทั่วๆไปก็สูสี แต่ยังไงซะเราก็ชอบน้ำจิ้มเทมปุระกับไชเท้าบดแบบญี่ปุ่นมากกว่า Aioli อยู่ดี ซึ่งก็น่าจะเพราะความคุ้นลิ้นนั่นล่ะ
• Limonada (ราคา 2.50 ยูโร) - ก็คือ Lemonade หรือน้ำมะนาวนั่นเอง คั้นสด ใส่ใบมิ้นต์มาหอมสดชื่น เราชอบอยู่อย่างว่าที่เมืองนี้มีน้ำผลไม้สดขายทั่วไปทั้งในร้านอาหารและแผงข้างถนน เป็นน้ำผลไม้คั้นสดๆจริงๆ อย่างถ้าน้ำส้มก็คือเพียวๆไม่เจือจางด้วยน้ำเชื่อม ไม่ใส่น้ำแข็งเยอะ สำหรับแก้วนี้เป็นน้ำมะนาว จำเป็นต้องผสมน้ำเชื่อมบ้างไม่ให้เปรี้ยวโดด แต่กลิ่นรสมะนาวสดๆก็ยังชัดและใส่น้ำแข็งมาก้อนเดียวเท่านั้น ดีงามมากๆ
****-ทำเลที่ตั้ง/บรรยากาศ-****
ที่ตั้งของร้านนั้นจัดว่าอยู่ในย่าน Cais do Sodré ซึ่งอยู่ใกล้ท่าเรือใหญ่ ในอดีตย่านนี้จึงมีภาพลักษณ์ในเชิงเป็นแหล่งมั่วสุมของบรรดาลูกเรือขี้เมาและเหล่าโสเภณี เต็มไปด้วยบาร์ระดับล่างที่เปิดกันยันเช้าเพื่อรองรับนักท่องราตรีจากย่าน Bairro Alto ที่ร้านรวงปิดเร็วกว่า แต่ปัจจุบันนี้ Cais do Sodré ได้ถูกพัฒนาขึ้นจนกลายเป็นอีกหนึ่งย่านสุดฮิปของเมือง มีร้านอาหารและบาร์เก๋ๆผุดขึ้นมากมาย คละเคล้าไปกับร้านเก่าดั้งเดิมที่ยังคงมีอยู่บ้าง เป็นการผสมผสานที่ทำให้ย่านนี้มีคาแร็คเตอร์ที่มีเสน่ห์ไปอีกแบบล่ะค่ะ
แม้ว่าถนนเส้นหลักๆของย่านนี้อย่าง Rua Nova do Carvalho จะค่อนข้างพลุกพล่าน แต่ที่ตั้งของ Taberna Tosca ซึ่งเลี้ยวมาอีกเพียงนิดเดียวนั้นอยู่ติดจตุรัส Praça de São Paulo อันมีน้ำพุตั้งเด่นกลางลานโล่ง รายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่โดยรอบ บรรยากาศจึงดูสงบร่มรื่นดีทีเดียว ตัวร้านเป็นอาคารเก่าที่ภายในถูก Renovate ให้ดูร่วมสมัยขึ้น ตกแต่งได้เก๋ชิคมีรสนิยม กลุ่มลูกค้าจึงมีทั้งนักท่องเที่ยวและหนุ่มสาววัยทำงาน มีทั้งที่มาสังสรรค์กันเป็นกลุ่มและที่มาเป็นคู่จัดมื้อโรแมนติกกัน ดูดีจนลืมไปเลยว่าอยู่ในย่านที่เคยเป็นประหนึ่ง Red Light District ของเมืองมาก่อน (แต่ยังไงซะก็ไม่แนะนำให้มาเดินแถวนี้ดึกๆคนเดียวนะคะ มากันหลายๆคนดีกว่า)
[The Verdict]
แม้อาหารจะไม่ได้ว้าวที่สุดไปซะทุกอย่าง แต่โดยรวมถือว่าค่อนข้างถูกปาก รสชาติดีสอบผ่านแทบทุกจาน ราคาอาหารค่อนข้างแรงตามสไตล์ร้านแนวนี้ ส่วนบรรยากาศคือดีมาก นั่งกินนั่งดริ๊งค์ ชิลล์ไปได้ยาวๆ เฝ้าดูเหล่า Lisboetas เค้าสรวลเสเฮฮากันไปเพลินๆ จัดได้ว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมื้อหนึ่งเลยล่ะค่ะ
64 Likes0 Comment


