4.5
37 เรตติ้ง (31 รีวิว)
เปิดอยู่จนถึง 22:00
BaanKhao Home Dinner
👍 ร้านอาหารสุดอินโนเวทีฟย่านฝั่งธน🥰 ฝากเพื่อนๆช่วยกดไลค์และติดตามเราผ่านช่องทางต่างๆ โดยเราตั้งใจนำเสนองานรีวิวร้านอาหาร Fine Dining ชั้นนำและห้องอาหารระดับ Michelin Guide ทั่วโลก 👍 Facebook: “ตามล่า Fine Dining” และ “Pakiin by ตามล่า Fine Dining” 🇹🇭 Baankhao - บ้านข้าว 🍴 Creative - อาหารเชิงความคิดสร้างสรรค์ 🎗 [Intro] โปรเจค Private Chef's Table ของเชฟเป้และเชฟข้าวโพดเดินทางมาถึง Season 4 กันแล้ว โดยทั้งคู่ได้ฝากขอบคุณมายังลูกค้าทั้งกลุ่มเดิมที่ย้อนกลับไปทานกันเกือบทุก Season และกลุ่มลูกค้าใหม่ที่เชื่อใจฝีมือของเชฟอีกด้วย รีวิววันนี้นี้เชฟทั้งสองได้เชิญเราไปช่วย Tasting อาหารกันอีกเช่นเคย ฉะนั้นเวอร์ชั่นที่เสิร์ฟจริงอาจมีการปรับเปลี่ยนให้ต่างออกไปจากในภาพเล็กน้อยเพื่อให้อาหารแต่ละจานสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น 🎗 [Review] ประวัติของร้านเราได้ยกมาจากรีวิวก่อนหน้านี้ ร้าน "BaanKhao (บ้านข้าว)" มีที่มาจากชื่อของพี่น้องข้าวโพดเเละข้าวโอ๊ตที่ปรับเปลี่ยนบริเวณข้างโรงจอดรถในบ้านเดี่ยวมาเป็นห้อง Private Dining เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว ลูกค้าต้องโทรจองกับเชฟข้าวโพดก่อนล่วงหน้าเพื่อนัดหมายวันว่างก่อนเข้าไปทาน ตัวร้านตั้งอยู่ย่านบางขุนเทียนค่อนข้างไกลจากตัวเมืองทำให้การเดินทางมาที่นี่ต้องอาศัยเเทกซี่หรือรถส่วนตัวเป็นหลัก ภายในมีโต๊ะไม้ขนาดใหญ่สำหรับรองรับลูกค้าได้ 8-10 คน เชฟทั้งคู่ได้จัดเตรียมใบเมนูแสดงรายการอาหารแต่ละคอร์สที่เราจะได้ทานกัน บนผนังมีรูปแมวในชุดแดงตกแต่งเอาไว้เข้ากับบรรยากาศภายในได้เป็นอย่างดี ที่มุมร้านเชฟได้สั่งซื้อเป็ดสตัฟฟ์สองตัวมาวางเอาไว้ซึ่งก็เข้ากันกับธีมโดยรวมอย่างน่าแปลกใจ ประวัติของเชฟเราขอเริ่มเล่าที่ “เชฟเป้” ซึ่งผ่านประสบการณ์ในร้านอาหารระดับ Michelin Star มาเเล้วหลายแห่งทั้ง Ze Kitchen Galerie (1 Michelin Star, Paris), Le Vendôme, Meatlicious, La Casa Nostra, L'Atelier de Joël Robuchon (1 Michelin Star, Bangkok), White Lies (Michelin Plate, Bangkok) ส่วน “เชฟข้าวโพด” เรียนจบทางด้านการอาหารมาจากมหาวิทยาลัยสวนดุสิต และผ่านงานร้านอาหารชั้นนำมาหลายแห่ง เช่น Red Egg, Meatlicious, La Casa Nostra, Baltic Blunos รวมไปถึงการร่วมเข้าแข่งขันระดับประเทศอย่าง The Team Chef จากที่ว่ามาทำให้ลูกค้ามั่นใจในคุณภาพอาหารได้ระดับหนึ่งเลยล่ะ 🎗 [The Food] ด้วยความที่ Season 4 ตรงกับเดือนแห่งความรัก เชฟทั้งสองจึงนำเสนอเมนูที่มีสีสันโดดเด่น รวมไปถึงวัตถุดิบแปลก ๆ ราคาสูงอย่าง Shirako หรือท่อเก็บน้ำเชื้อของปลาค็อดซึ่งเป็นที่นิยมมากในครัวอาหารญี่ปุ่น หรือจะเป็นหัวใจเสิร์ฟมาในรูปแบบที่ทานง่ายสำหรับทุกคน สุดท้ายคือคาเวียร์จากจังหวัดหัวหินซึ่งเป็นฟาร์มปลาสเตอร์เจี้ยนเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย ระหว่างคอร์สเชฟทั้งสองจะสลับกันออกมาอธิบายอาหารแต่ละคอร์สให้ลูกค้าฟังด้วยตัวเอง หลังทานอาหารเสร็จลูกค้าสามารถกดกริ่งเรียกเชฟมาเก็บจานและเตรียมนำเสิร์ฟอาหารคอร์สถัดไปโดยเราขอยกจานที่ทำออกมาได้อย่างโดดเด่นประจำ Season นี้มาเล่าให้ฟัง เช่น ✨ CHOUX shirako | curry | craquelin ดมนูเรียกน้ำย่อยที่เชฟใช้แป้งชูกทอปด้วย Craquelin สีเขียวทำจากขึ้นช่าย ตรงกลางเป็นวัตถุดิบล้ำค่าจากครัวญี่ปุ่นอย่าง “ถุงเก็บน้ำเชื้อปลาค็อด” ที่ผ่านการดองกับซอส Ponzu เพื่อลดทอนความคาวลง จากนั้นทอร์ชด้วยไฟที่ผิวด้านนอก ทานแล้วให้ความครีมมี่และกลิ่นหอมตัดกันกับความกรอบแต่พอดีของแป้งชูกชัดเจน Craquelin ขึ้นช่ายมีกลิ่นเฉพาะตัวช่วยตัดไม่ให้โทนของรสชาติเลี่ยนได้โดยง่าย ✨ SHEAT FISH riso | pumplkin | curry paste | pineapple gel “ริซี่” คือพาสต้ารูปทรงคล้ายข้าวหุงมาในน้ำสต๊อกฟักทองที่มีส่วนผสมของพริกแกงฉู่ฉี่อยู่ด้วย ด้านบนคือเจลสับปะรดและปลาเนื้ออ่อนชุบแป้งทอเป็นเทมปุระจนกรอบ เนื้อสัมผัสของพาสต้านุ่มตัดกับความกรอบของเนื้อปลา โทนของรสชาติโดยรวมค่อนไปทางหวานจากฟักทองแต่ถูกเบรคด้วยเจลสับปะรดไม่ให้ความหวานเด่นมากจนเกินไป ทั้งยังมีกลิ่นหอมแกงอ่อน ๆ ถือเป็นจานที่ดีที่สุดจานหนึ่งในค่ำคืนนี้เลยทีเดียว ✨ DUCK foie gras butter | purple carrot | chili oil เมนูเมนคอร์สจานแรกคือ “สะโพกเป็ด” ที่เชฟนำไปซูวีที่อุณหภูมิ 85 องศาเซลเซียสนาน 30 นาที จากนั้นจึงนำมาชุบแป้งทอดเพื่อให้เกิดความต่างของเนื้อสัมผัส ด้านในเป็นเนยที่มีส่วนผสมของฟัวกราส์เสริมกลิ่นให้มีความหอมและเพิ่มความมัน ตรงกลางคือซอสพริกสไตล์เซี่ยงไฮ้รสชาติไม่จัดจ้านมากนักแต่มีกลิ่นหอมเด่นชัดเจน ฝั่งซ้ายคือพูเรแครอทม่วงพร้อมด้วยสลัดแครอทด้านบนให้รสหวานตัดกันกับซอสพริก ถือเป็นจานที่มีความหลากหลายทางรสชาติและทำออกมาได้ดีทุกองค์ประกอบเลยทีเดียว 🎗 [Conclusion] เชฟเป้และเชฟข้าวโพดคัดสรรเมนูแปลกตามาใช้เพื่อให้เหมาะกับธีมวาเลนไทน์ตลอดเดือนนี้ รสชาติโดยรวมถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีคุ้มค่ากับราคาที่ตั้งไว้ ด้วยความที่ห้องทานอาหารเป็นบ้านของเชฟเองทำให้หมดห่วงเรื่องความเป็นส่วนตัว แอดมินเองก็ขอขอบคุณเชฟทั้งคู่ที่ไว้วางใจให้เรากลับไปช่วยเทสติ้งเพื่อนำข้อมูลมาเสนอให้เพื่อน ๆ ในเพจได้ติดตามกัน 📃 BAANKHAO SEASON 4 ”VALENTINE” TASTING MENU (1,850 NET/p) OYSTER tomato | dashi | cucumber CHOUX shirako | curry | craquelin COLD CUT cantaloupe | rice paddy herb | roasted rice HEART brioche | Thai flavor paste | roasted rice LANGOUSTINE strawberry | barbeque sauce | puffed rice POTATO new potato | egg yolk | bacon oil | lardon SHEAT FISH riso | pumplkin | curry paste | pineapple gel DUCK foie gras butter | purple carrot | chili oil -or- STURGEON (+450 supplement) caviar | baegu leave | rosé cream sauce LOTUS STEM lychee wine | strawberry gel | white peach mousse 👍 ร้านอาหารสไตล์ Chef's Table ย่านบางขุนเทียนที่นำเสนอเซ็ตเมนูอาหารจำนวน 8 คอร์สในราคาเข้าถึงง่าย 🏵 Score: เนื่องจากเป็นสปอนเซอร์รีวิวทางเพจจึงไม่ได้ลงคะเเนนเอาไว้จ้า 📍 Visit: Jan 2021 🏠 Location: บ้านเลขที่ 8​ ซอยบางกระดี่ ซอย 1 เเยก 16-1-2​, เเสมดำ, บางขุนเทียน, กรุงเทพ, 10150 🚗 Parking: จอดได้ที่ร้าน 🕕 Operating Time: จองล่วงหน้าอย่างน้อย 2 วัน 💰 Price: 1,850 THB/p 📞 Tel: 085-199-0630​ (เชฟข้าวโพด) 🧥 Dress Code: Casual 🖥 Website: https://m.facebook.com/BaanKhaoRama2/ 🥰 ฝากเพื่อนๆช่วยกดไลค์และติดตามเราผ่านช่องทางต่างๆ โดยเราตั้งใจนำเสนองานรีวิวร้านอาหาร Fine Dining ชั้นนำและห้องอาหารระดับ Michelin Guide ทั่วโลก 👍 Facebook: “ตามล่า Fine Dining” และ “Pakiin by ตามล่า Fine Dining” 👍 Group “Fine Dining Lovers by ตามล่า Fine Dining”: https://www.facebook.com/groups/3392372877497917/?ref=share 👍 Instagram: finedining_lovers 👍 Youtube: ตามล่า Fine Dining... อ่านต่อ
0 Like0 Comment
photo