L'Atelier de Joel Robuchon คิวบ์ ไลฟ์สไตล์ รีเทล เซ็นเตอร์
Wagyu
ชิมอาหารจากเชฟที่มี Michelin Star มากที่สุดในโลกเชฟ Joel Robuchon เป็นเชฟชาวฝรั่งเศสที่มีร้านสาขาอยู่ตามเมืองใหญ่ๆทั่วโลกครับ แต่ละร้านก็มักได้ 2 หรือ 3 ดาวมิเชอลินครับ นับรวมๆแล้วน่าจะเยอะที่สุดในโลกครับ คนที่รองลงมาจะเป็น เชฟชาวอังกฤษ Gordon Ramsey จากรายการ Hell's kitchen ครับ ร้านอยู่ที่ Mahanakon cube ถนนนราธิวาสฯชั้น 5 จอดรถได้ที่ชั้นใต้ดินครับ บรรยากาศ: ร้านตกแต่งแบบโมเดิร์น เน้นสีดำและแดง มีสีเขียวแซมเป็นบางช่วง จุดเด่นคือ บาร์และครัวเปิดให้เราเห็นทุกการเคลื่อนไหวในครัวครับ ทีเด็ดมากๆคือระบบระบายากาศที่ทั้งไม่มีเสียงเครื่องดูดควันให้ระคายหู และไม่มีกลิ่นอาหารออกมารบกวนแม้แต่น้อยครับ อีกอย่างคือ การได้ยินเชฟสั่งการเป็นภาษาฝรั่งเศสแล้วทุกคนในครัวตะโกน oui chef เหมือนในรายการ master chef มันดูขลังดีครับ 4.5 ดาว อาหาร: เปิดด้วย ขนมปังที่อร่อยแทบทุกอย่าง ต่างกันแค่ อร่อยแบบร้านอื่นก็มี หรืออร่อยแบบหาทานที่ไหนไม่ได้อีกแล้วครับ ส่วนตัวเดาว่าที่นี่ใช้แป้งแบบ high gluten ทำให้มีความเหนียวนุ่ม ฟูแต่แน่น ครับ ที่ชอบเป็นพิเศษคือ ครัวซองต์ที่มีความเบาและหอมเนยเข้มข้น บาแกตที่กรอบนอกนุ่มในเนื้อฟู และขนมปังเบคอนที่นอกจากเนื้อขนมปังจะอร่อยแล้ว ในเบคอนยังใส่หัวหอมและเมล็ดมัสตาร์ดให้ได้กลิ่นหอมโดดเด่นอีกด้วยครับ Foi Gras Mousse เป็น amuse bouche ที่อร่อยมากครับ โฟมเบาๆกับมูสเข้มๆอุ่นๆ หอมมัน อร่อยมากครับ Foi Gras Terrine/Red Wine Jelly/Ginger bread ตัวเทอรีนทำได้เข้มข้นและเนียนดีครับ เจลลี่ก็หอมไวน์แดง แต่ทีเด็ดคือ ginger bread เนื้อหยาบๆและรสหวานอ่อนๆครับ มันขับรสชาติและความเรียนของเทอรีนให้โดดเด่นขึ้นมาอีกขั้นหนึ่งครับ ส่วน chutney ที่ให้มานั้นเปรี้ยวเกินไปและกลบรสตับครับ ทานกับขนมปังอย่างเดียวจะดีกว่า Langoustine Ravioli ตัวแลงกุสตีนเนื้อหวานมากครับ แต่เนื้อจะเละไปสักนิดเมื่อเทียบกับที่ทานที่อื่นครับ Milk Fed Lamb Chop ผมคาดว่าใช้ลูกแกะที่ยังไม่หย่านมครับ (เหมือน suckling pig ที่นิยมกันมาหลายปีแล้ว) สังเกตได้จากขนาดกระดูกที่เล็กกว่าปกติมากครับ ทำให้ไม่มีกลิ่นแกะเลยครับ (ซึ่งผมไม่ชอบ 555) และเนื้อนุ่มแบบละลายในปากเลยครับ ทีเด็ดอีกอย่างคือ การทอดที่ทำให้ไขมันแกะผิวนอกกรุบกรอบเคี้ยวเพลินมากครับ แต่ออกจะเค็มไปนิดสำหรับผม Wagyu จานนี้จัดว่าเฟลครับ ไม่ใช่ว่าไม่อร่อยนะครับ แต่สั่ง medium rare แล้วได้เนื้อมาเกือบจะเป็น medium well แถมเนื่องจากที่นี่ใช้กระทะแบบเทปันในการปรุง ทำให้เหมือนทานเนื้อเทปันยากิเลยครับ ซึ่งคุณภาพและรสชาติประมานนี้สามารถหามานได้ทั่วไปครับ เลยแอบเฟล Mashed Potato ถ้าเปรียบเป็นคน คนคนนี้ก็ต้องเป็น brand ambassador ให้ครีม La Mer ครับ เพราะเธอเนื้อเนียนมากกกก หอมด้วย 555 Foi Gras Ravioli With Chicken Bouillon จานนี้เชฟแถมให้จากเรื่องเนื้อวากิวครับ ผมชอบแป้งที่มีความนุ่มและเบาครับ ซุปก็หอมมาก ปิดท้ายด้วยของหวาน chocolate souffle อันนี้ห้ามพลาดทุกกรณีครับ ผิวกรอบ เนื้อนุ่มฟู หอมช็อคโกแลตเข้มข้น เมื่อราดไอศกรีมพิสตาชิโอลงไปยิ่งอร่อยหนักครับ Le Perfum เป็น caramelized banana, granita และ coconut cream ครับ ดูแปลกๆแต่อร่อยเข้ากันมากครับ นอกจากความหวานมันแล้ว ยังมีรสเปรี้ยวจากเสาวรส และความกรุบกรอบเย็นจากกรานิต้าเข้ามาเสริมครับ หลังจากจบของหวานแล้ว ยังมี petit four ต่อเป็น medeleine กลิ่น yuzu ครับ ซึ่งก็คือขนมไข่นี่แหละครับ แต่ของที่นี่ผิวนอกจะกรอบทั่วทั้งชิ้น และเนื้อในนุ่ม หอมกลิ่นยุซึอ่อนๆ ดีงามครับ สุดท้ายบริกรจะเข็น dessert trolley มาให้เลือกอีกครับ แม้จะอิ่มกันเต็มที่แล้ว ด้วยความตระกละ เราเลยเลือกมา 3 อย่างครับ Vanilla mousse เนื้อเบาๆ หอมวนิลลาดีครับ Mango tart เค้าเลือกมะม่วงเกลือกสุก ทำให้มีความกรอบและเปรี้ยวนิดๆ ใส่เกลือด้วยอร่อยแปลกดีครับ mille feuille แป้งหอมกลิ่นเกรียมดีครับ chocolate mousse with rasphberry มูสเนื้อเนียนและหอมมากครับ ราสเบอรี่ครีมก็เข้ากันดี แม้แต่ตังเมที่ตกแต่งยังเป็นกลิ่นราวเบอรี่เลยครับ 5 ดาว บริการ: นอกจากการบริการที่ยอดเยี่ยมตามแบบฉบับของร้านดีๆแล้ว พนักงานที่นี่ทุกคนยังแฝงด้วยอารมณ์ขัน คอยชวนคุยตลอดครับ เชฟก็ใจดี คนข้างๆขอถ่ายรูป เชฟเชิญให้เข้าไปถ่ายรูปด้วยในครัวเลยครับ ส่วนผมไปฉลองวันพิเศษ ก็ได้รับการร้องเพลงวันเกิดเป็นภาษาฝรั่งเศสด้วย แปลกดีครับ 5 ดาว ราคา: ราวๆ 6,500 บาทต่อคน สรุป 5 ดาวครับ... อ่านต่อ
13 Likes0 Comment
photo