4.1
148 เรตติ้ง (104 รีวิว)
ปิดอยู่จะเปิดในเวลา 11:30
เมนูของร้าน Yasuda ปรีดี พนมยงค์ 42
ร้านเนื้อวากิวจากญี่ปุ่น แต่ทำไมเนื้อเหนียวจัง??หลังจากได้ voucher จากงาน Wongnai Party ซึ่ง voucher ที่ได้คือร้าน “Yasuda” นั่นเอง โดยวันหมดอายุเป็นช่วงสิ้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา(แต่เพิ่งจะได้รีวิวเนื่องจากเนื้อหาค่อนข้างเยอะและละเอียด) ร้านนี้จะอยู่ในซอยสุขุมวิท 34 ซึ่งเราสามารถโทรเรียกให้ทางร้านมารับได้ที่ปากซอยอารีย์(จาก BTS พร้อมพงษ์) หรือจะเป็นซอยสุขุมวิท 34 ก็ได้เช่นกัน(BTS ทองหล่อ) แต่ด้วยความอยากสำรวจร้านอื่นๆในซอยอารีย์ จึงเดินเข้าไป จับเวลาตั้งแต่ประมาณ 11 โมงเดินถึงร้านประมาณ 11 โมงครึ่ง(อากาศร้อนมากบวกกับถนนหนทางเดินค่อนข้างยากพอสมควร) ดังนั้นอย่าคิดสั้นเดินเข้าไปครับ ร้านจะเป็นบ้านเดี่ยวที่ด้านหน้าไม่มีประตูรั้วกั้นใดๆ สามารถจอดรถได้ที่หน้าร้านเลยครับ ที่จอดมีเยอะพอสมควร ส่วนสามล้อสีส้มประจำร้านจอดอยู่ที่หน้าร้านเช่นกัน เข้าไปในร้านจะพบกับพนักงานต้อนรับและอัญเชิญเราไปที่โต๊ะครับ ในส่วนของตัวร้านเองแบ่งได้หลายส่วนครับ เนื่องจากไม่ได้สำรวจแต่เห็นตอนที่เดินไปเข้าห้องน้ำ จึงจะขอแนะนำที่นั่งตรงนึงว่าอย่าไปนั่งคือ ตรงโซนที่อยู่ด้านขวามือของทางร้านที่เป็นโต๊ะแบบมีพนังกั้นเพื่อความส่วนตัว เพราะ “แอร์ ร้อน มาก” ครับ(แอร์ตัวเล็กมาก ความเย็นโดนกั้นไปหมดแล้วครับ) ยิ่งตอนที่ไปถึงนี่เหมือนเพิ่งเปิดแอร์ตรงส่วนนั้นพอดีครับ แต่สักพักนึงก็จะเริ่มเย็นหน่อยๆครับ หลังจากบ่นเรื่องส่วนที่นั่งทานอาหารไปแล้ว ขอมาพูดถึงบริการก่อนที่จะสั่งอาหารครับ พนักงานจะนำเมนูมาวางให้ และให้เรานั่งตัดสินใจว่าจะทานอะไรครับ โดยถ้าเราพร้อมจะสั่งให้เรียกพนักงานได้เลย ด้วยความที่เห็น Promotion ใช้บัตร JCB จะได้สเต๊กวากิว(ชื่อเมนูจำไม่ได้แล้ว) แต่ว่าจะใช้ voucher ไม่ได้ เลยตัดสินใจที่จะสั่งเป็น course แทน(มาเห็น Promotion 999++ ของวงในแล้วแอบปวดใจ T_T) โดย Course ที่ผมสั่งนั้นคือ.. “U-Me Course” ราคา 980 บาท (ขั้นต่ำสั่ง 2 ท่าน) โดยมีเมนูอาหารตามนี้ครับ 1. ขนมปัง: เป็นเมนูออเดิร์ฟของทางร้านที่เสิร์ฟให้กับทุกโต๊ะ และเป็นอีกเมนูที่เพิ่งรู้ทีหลังว่าสามารถ Refill ได้ โดยประกอบด้วยขนมปังก้อนกลมอุ่นร้อน ทานแล้วรู้สึกว่าค่อนข้างแข็งไปครับ แต่ส่วนด้านในนิ่มใช้ได้ เสิร์ฟพร้อมกับเนยสดที่รสชาติดีใช้ได้ครับ ทานคู่กับตัวขนมปังแล้วเข้ากันดีครับ แก้หิวได้เลยครับ 2. Vegetable Salad (2 kinds of dressing): เมนูที่สองเสิร์ฟเพื่อล้างปากก่อนถึงเมนูถัดไป เป็นเมนูตระกูลผักทั้งหลายที่ประกอบด้วย กะหล่ำปลีซอย Radish หั่นสไลด์ มะเขือเทศราชินีหั่นครึ่งซีก หัวหอม แครอท แตงกวาญี่ปุ่นหั่นสไลด์ พริกหยวก ผักกาดแก้ว อิตาเลี่ยนพาสเล่ย์ และอื่นๆ ที่ผมแยกไม่ออกว่าชื่ออะไร ทานคู่กับน้ำสลัด 2 อย่างคือ สลัดน้ำมันงา และครีมสลัดครับ โดยส่วนของผัก กรอบสด และรสชาติดีมากๆ โดยเฉพาะตัวแตงกวาญี่ปุ่นที่ไม่เหม็นเขียวเลย ทานแล้วสดชื่นมากๆครับ ส่วนน้ำสลัดเอง ตัวสลัดน้ำมันงามีความหอมจากงาและรสชาติจะออกเค็มๆหน่อยๆแต่ใช้ได้ครับ(โดยส่วนตัวชอบน้ำมันงาอยู่แล้ว) และตัวครีมสลัดจะแอบมีความเผ็ดนิดๆจากหัวหอมและพริกไทยครับ ออกหวานหน่อยๆ ไม่ว่าจะทานกับผักด้วยน้ำสลัดตัวไหนก็ถูกปากครับ และถ้านำมาผสมแล้วทาน จะครบรสมากๆเลยครับ 3. Creamy Corn Soup: เมนูซุปเบาๆ แต่รสชาติไม่เบากับข้าวโพดที่อัดมาเต็มมากครับ ซุปจะออกสีเหลืองอ๋อย กลิ่นข้าวโพดลอยมาแต่ไกล มีความเข้มของตัวข้าวโพดสูงมาก (ก ไก่ล้านตัว) แบบที่ไม่เคยทานที่ไหนมาก่อน ทานแรกๆจะรู้สึกค่อนข้างฝืนตัวเองหน่อย (ปกติจะไม่ทานข้าวโพด) พอทานไปสักพักเริ่มไม่ไหว เพราะรสชาติจะค่อนข้างเลี่ยนมากเลยทีเดียวครับ แต่ถ้าใครเป็นสายน้ำข้าวโพดอยู่แล้ว อาจจะถูกปากก็ได้ครับ :) 4. Kobe Beef Cheese Korokke & Vegetable Tempura: เมนู Tempura เบาๆก่อนจะไป Main Dish กัน สำหรับเมนูนี้จะประกอบด้วยสองส่วน คือส่วนของเนื้อโกเบเอาไปสับและคลุกเคล้ากับแป้งเกล็ดขนมปัง ตรงกลางจะยัดชีสไว้ค่อนข้างเยอะมาก เวลาทานทีนี่ยืดยาวมากครับ โดยตัวเนื้อค่อนข้างน้อยครับ จะเป็นชีสซะส่วนใหญ่ แต่รสชาติอร่อยดีครับ จิ้มน้ำจิ้มเทมปุระ ทานกับเครื่องเคียงที่ประกอบด้วยไช้เท้าขูดแบบสดๆ และขิงซอย แนะนำว่าให้แตะๆหน่อย เพื่อให้ครบรสชาติครับ จะออกเค็มและได้ความเผ็ดร้อนนิดๆ และความสดชื่นจากตัวไช้เท้าครับ นอกจากนี้ยังมีผักทอด 3 อย่าง ได้แก่ รากบัวชุบแป้งทอด จะออกแข็งๆหน่อยๆครับ แต่รสชาติดีเข้ากับน้ำจิ้มมากๆครับ ฟักทองชุบแป้งทอด รสชาติใช้ได้ครับ ติดตรงที่เนื้อฟักทองไม่ค่อยหวานเท่าไร แต่หอมกำลังดีครับ และมะเขือม่วงชุบแป้งทอด หอมและอร่อยที่สุดในผักทั้งสาม ไม่มีรสชาติแต่เนื้อแน่นมาก แก้ปัญหาเรื่องรสชาติด้วยน้ำจิ้มเทมปุระครับ โดยรวมเมนูนี้ประทับใจมากครับ 5. Prime Kobe Beef Kalbi with Vegetable Grilled Yoganyaki Stove: เมนู Main Dish ที่ประกอบด้วยเตาหินแบบโบราณที่ตัวหินได้จากหินภูเขาไฟฟูจิ วางบนเตาแก๊สครับ ซึ่งผมรู้สึกว่าถ้าเป็นเตาถ่านจะได้อารมณ์กว่านี้ครับ โดยทางร้านจะนำเตานี้มา Stand by เกือบครึ่งชั่วโมง เพื่ออุ่นให้ตัวหินร้อนได้ที่ครับ และเมื่อกระทะพร้อมแล้ว พนักงานจะเริ่มทำการเสิร์ฟเนื้อ โดยตัวเนื้อจะมีคละทั้งที่ไขมันแทรกอยู่เยอะ และบางชิ้นที่ไขมันมีน้อยหน่อยครับ (บางชิ้นแอบไขมันน้อยมากครับ) และทำการ “ย่าง” เนื้อโกเบทีละ 2 ชิ้น(เนื่องจากไปกัน 2 ท่าน) พร้อมกับย่างผักไปด้วยกันครับ เมื่อเนื้อได้ที พนักงานจะเสิร์ฟบนจานให้เลยครับ โดยตัวเนื้อจะจิ้มกับน้ำจิ้มเผ็ดครับ รสชาติจะออกพริกเผาหน่อยๆ หวานนิดๆ แต่ไม่เผ็ดเลยครับ และจิ้มเกลืออีกหน่อยนึงครับ โดยหลายๆชิ้นที่ผมทานจะเป็น Medium Rare ซึ่งหลายชิ้นที่ไม่ค่อยมีไขมัน และแน่นอนครับว่ามันเหนียวหน่อยๆครับ (ไม่ถึงกับทานไม่ได้) ส่วนหลังๆ พนังงานจะเริ่มย่างแบบ Well Done ซึ่งตัวนี้นิ่มกว่าเยอะมากครับ และส่วนผักย่างเองมีอยู่ 4 อย่างด้วยกันคือ พริกหยวก ต้นหอม เห็ดหอม และมะเขือเทศราชินีครับ โดยผักย่างจะจิ้มกับน้ำจิ้มเค็มที่ใส่ไช้เท้าขูดครับ รสชาติดีมากๆ แก้เลี่ยนจากเนื้อวากิวได้เป็นอย่างดีครับ นอกจากนี้ยังมีกิมจิ ที่ไว้สำหรับทานแก้เลี่ยนด้วยครับ โดยตัวกิมจิดองมาได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียวครับ และสำหรับเมนูนี้ไม่มีตัว Strip Loin ครับ ถ้าต้องการต้องสั่งเพิ่มครับ โดยรวมแล้วทานได้ครับ แต่ไม่ค่อยประทับใจเท่าที่ควร 6. Garlic Rice: ข้าวผัดกระเทียมผัดสีเข้มทั่วๆครับ สีสวย รสชาติหอมอร่อย ออกจืดหน่อยๆ กำลังดี ไว้ทานกับตัวเนื้อวากิวย่างแก้เลี่ยนได้ดีครับ และมีไช้เท้าซอยโรยหน้าด้วยครับ 7. Dessert: เนื่องจากไปกัน 2 ท่านและมีขนมหวานให้เลือก 3 อย่างเลยตัดสินใจมา 2 อย่างครับคือ a. Panna Cotta: พานาคอตต้ารสชาติดี ด้านบนประกอบด้วยตัวซอสสตอเบอรี่ออกเปรี้ยวกำลังดี ทานคู่กับตัวพานาคอตต้าที่ออกหวานหน่อยๆ เนื้อละมุนไม่ค่อยเลี่ยน รสชาติเข้ากันมากๆ ส่วนสตอเบอรี่ที่ใช้เป็นสตอเบอรี่แช่แข็งเปรี้ยวจิ๊ดจ๊าดมากครับ จัดเสิร์ฟในถ้วยไซส์กำลังดีครับ ไม่มากจนเกินไป b. Blue Berry Cheese Cake: เค้กรสชาติดีประทับใจมากๆครับ โดยด้านบนจะราดแยมบลูเบอรี่เปรี้ยวหวานลงตัว ชั้นกลางจะเป็นครีมเนื้อแน่นกำลังดีออกชีสนิดๆ และด้านล่างสุดเป็นชีสเค้กออกเค็มมันๆ อร่อยและเข้ากันดี ไม่มีส่วนไหนแย่งซีนครับ นอกจากนี้ตัวเบอรี่ที่ใช้ยังเป็นเบอรี่สด รสชาติเยี่ยมครับ นอกจากชุด U-Me Course แล้ว เนื่องจากตอนแรกดูเมนูแล้วคิดว่าน่าจะน้อย เลยสั่งเมนูเพิ่มอีกอย่างคือ 1. Broiled Salmon Roll 4 pc. ราคา 195++ บาท: เมื่ออยากทานแซลมอนก็จัดไป โดยตัวเนื้อปลาไม่คาวเลยครับ กลิ่นหอมนิดๆ รสชาติจะออกหวานแบบธรรมชาติ ลายสวยมาก ส่วนตัวข้าวนิ่มกำลังดี ด้านบนแปะไข่ปลา 2 ชิ้นเค็มหน่อยๆ การจัดการตกแต่งสวยงามตามท้องเรื่องครับ เอาซูชิจิ้มกับน้ำจิ้มโชยุ ลงตัวมากๆ เติมวาซาบิสดนิดๆ ฟินมากๆ และวาซาบิที่นี่ ถ้าทานน้อยๆจะไม่ขึ้นจมูกครับ การันตีวาซาบิแท้ครับ แต่ถ้าใส่เยอะอาจจะแสบจมูกมากครับ เวลาทานให้หายใจออกนะครับ นอกจากนี้ยังมีเสิร์ฟขิงดองหั่นฝานบางๆ รสชาติออกหวานโดยรสเผ็ดนำตามด้วยเปรี้ยวและหวานปิดท้าย กลิ่นหอมประทับใจ แก้เลี่ยนจากซูชิได้เป็นอย่างดีครับ มีของคาวและของหวานแล้ว จะขาดเครื่องดื่มไปไม่ได้ครับ โดยเครื่องดื่มที่เลือกเป็นชาร้อนและชาเย็นครับ โดยความเข้มของชาผ่านครับ เข้มและหอมกำลังดีครับ คำแนะนำสำหรับเครื่องดื่ม สั่งแบบ Refill เครื่องดื่มจะคุ้มกว่าครับ หลังจากว่าด้วยเรื่องรสชาติอาหารแล้ว ในส่วนของการบริการถือได้ว่าประทับใจมากๆครับ ไม่ว่าจะเป็นบุคลิก ความเอาใจใส่ลูกค้า การบริการย่างให้เสร็จสรรพ และที่ประทับใจสุดคงจะเป็นเรื่องการแนะนำเมนูโดยไม่มีการหมกเม็ดใดๆ เหมาะแก่การเสีย service charge 10% อย่างที่สุดครับ หลังจากทานอาหารไปเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะเช็คบิล ทางร้านจะนำใบสมัครสมาชิกซึ่งไว้ใช้สะสมคะแนน โดยสมัครให้ฟรี และสะสมคะแนนตั้งแต่ทานวันนี้เลยครับ นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่น ทานในวันเกิด ได้เครื่องดื่มและเค้กฟรีจากทางร้าน(แจ้งล่วงหน้า) และถ้าแนะนำเพื่อนมา จะได้คะแนนเพิ่มท่านละ 500 คะแนนกันไปเลยทีเดียว และเพื่อนที่มานั้น รับไวน์ฟรีไปเลย 1 ขวดครับ แต่ถ้าคราวต่อไปมาทานเอง จะได้รับไวน์เพิ่มอีกขวดนึงแต่ว่าจะไม่ได้คะแนนสะสมเพิ่มนะครับ สำหรับร้านนี้มีเก็บ Service Charge และ VAT เพิ่มเติมด้วยนะครับ ถ้าใครรูดบัตรอาจจะมีหนาวหน่อยๆครับ ทางร้านรับบัตรเครดิตทุกแบบในเมืองไทยครับ สำหรับสรุปการรีวิวที่ยืดยาวของร้าน Yasuda ร้านนี้ในเรื่องของรสชาติอาจจะมีหลายรายการที่ยังครึ่งๆกลางๆ โดยเฉพาะเมนู Recommend อย่างเนื้อวากิวที่อาจจะเป็นเพราะว่าสั่งชุดแบบราคากลางๆหรือป่าวจึงยังไม่ถึงขั้นครับ แต่ในเรื่องปริมาณถือว่าเยอะมากครับ จริงๆแล้วทานแค่ในส่วนของ Course เองก็ถือว่าอิ่มเกินแล้วครับ และเรื่องของบริการยอมรับว่าดีเยี่ยมที่สุดในบรรดาร้านที่เก็บ Service Charge เลยครับ ติติงเพิ่มเติมตรงเรื่องแอร์ครับ อยากให้ทางร้านปรับปรุงในส่วนนี้ด้วยครับ และสำหรับวันนี้ขอขอบคุณเพื่อนๆที่ตั้งใจอ่านรีวิวนี้ครับ ใช้เวลาเขียนค่อนข้างเยอะเลยสำหรับร้านนี้ครับ และถ้ามีโอกาส คราวหน้าจะกลับมารีวิวร้านนี้อีกครั้งนึงครับ และถ้าใครสงสัยหรืออยากติชม คอมเม้นกันมาได้เลยครับ :) ก่อนจะจากกัน ขอรีวิวสามล้อรับส่งของทางร้าน บริการดีมากครับ... อ่านต่อ
31 Likes0 Comment
photo