สวัสดีครับเพื่อน ๆ ชาว Wongnai วันนี้ผมจะพาทุกคนออกไปท่องเที่ยวสูดอากาศบริสุทธิ์จากธรรมชาติชาติกัน โดยจุดหมายของเราในครั้งนี้ก็คือสุดยอดแหล่งท่องเที่ยวเชียงใหม่อย่าง ป่าบงเปียง เชียงใหม่ แหล่งที่เที่ยวแม่แจ่มที่หลายคนตั้งใจเอาไว้ว่า “สักครั้งหนึ่งในชีวิต ต้องมาเที่ยวสัมผัสวิวสวย ๆ ที่นี่ให้ได้!”

การเดินทางสำหรับคนที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว : ให้ออกมาทางหางดง มุ่งตรงสู่ อ.จอมทอง จากนั้นเลี้ยวขึ้นดอยอินทนนท์แล้วขับตรงขึ้นมาเรื่อย ๆ จนเจอจุดตรวจที่ 2 จากนั้นให้เลี้ยวซ้ายที่แยกแรก เพื่อมุ่งหน้ามายังน้ำตกห้วยทรายเหลือง ซึ่งเป็นจุดจอดรถ และ รับ-ส่งนักท่องเที่ยวที่มาบ้านบ่าปงเปียง (ค่ารถเข้า-ออก บ้านป่าบงเปียงเริ่มต้นที่ 700 บาท / ทริป)
แนะนำว่าให้นั่งรถของบ้านพักเข้าไปนะครับ เพราะทางโหดมาก (ก.ไก่ สิบล้านตัว) ตลอดทางนั้นเป็นดินแดง มีน้ำขัง บางทีอาจจะติดหลุมได้ (ตรงนี้ไม่ได้ถ่ายรูปไว้เพราะฝนตกทั้งขาไป และกลับ #เสียใจมาก)
การเดินทางสำหรับคนที่ไม่ได้เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว : ให้นั่งสี่ล้อแดง หรือตุ๊กตุ๊ก จากจุดที่เพื่อน ๆ อยู่มาลง ตลาดประตูเชียงใหม่ จากนั้นใช้บริการรถเหลืองเพื่อไปลง อ.จอมทอง (~35 บาท/คน) แล้วต่อรถเหลืองที่ไป อ.แม่แจ่ม (~70 บาท/คน) อีกครั้งหนึ่ง โดยเลือกลงบริเวณ จุดตรวจที่ 2 ดอยอินทนนท์ หรือ แยกน้ำตกแม่ปาน ตรงนี้ขึ้นอยู่กับการตกลงระหว่างเพื่อน ๆ และบ้านพักครับ


เมื่อล็อคเข็มทิศที่เที่ยวเชียงใหม่ได้แล้ว สิ่งต่อไปก็คือการเลือกที่พักครับ ที่ป่าบงเปียง เชียงใหม่ นี้จะมีหลายโฮมสเตย์ให้เราเลือกใช้บริการ
- บ้านพักพี่ศรชัย (บ้านพัก 2 หลังกลางทุ่งนาที่เราเลือก) :: โทร 097-191-6131 , 084-435-9887
- บ้านมาจิโพ :: โทร 081-020-1691
- บ้านพี่วีรศักดิ์ :: โทร 093-074-2686
- บ้านพี่ทองดี :: โทร 080-847-8863
- บ้านพัก พี่วัฒ พี่บัติ :: โทร 080-794-6883 , 085-713-1891
การโทรติดต่ออาจจะยากสักนิดนึง เพราะที่นั่นไม่ค่อยมีสัญญาณโทรศัพท์สักเท่าไร แนะนำว่าให้โทรย้ำ ๆ หลาย ๆ ครั้งก็ได้ครับ ไม่ต้องเกรงใจพี่ ๆ เขา หลังจากโทรติดต่อได้แล้ว ขอไลน์พี่ ๆ ไว้ด้วยก็ดีครับ เพื่อการติดต่อที่ง่ายขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง



พอเดินมาถึงคำแรกที่ผมอุทานออกมาแบบลืมตัวก็คือ “เชี่x.. สวยโคตร!” เพราะสิ่งที่อยู่ตรงหน้าระเบียงบ้านพี่ศรชัยหลังนี้ก็คือ ทุ่งนา ภูเขา และ ท้องฟ้าที่ยาวไกลแบบสุดลูกหู ลูกตานั่นเองครับ วิวสวยแบบนี้ก็ถือว่าสมแล้วกับการได้ขึ้นชื่อว่าเป็นที่เที่ยวแม่แจ่มที่ใคร ๆ ก็อยากมา



จากคำบอกเล่าของพี่ศรชัย (เจ้าของบ้านพัก) แกเล่าให้เราฟังว่า .. ที่ตรงนี้แต่เดิมเป็นของปู่ ซึ่งต่อมาได้มีการแบ่งให้ลูก ๆ 10 คนอย่างงเท่ากัน ดังนั้นบ้านพักในนี้ทุกหลังจึงเป็นพี่-น้องกัน เรื่องของการดูแลจึงดีเหมือนกันทุกหลังอย่างแน่นอน และที่บ้านป่าบงเปียงจะเริ่มมีนักท่องเที่ยวเข้ามาชมวิวสวย ๆ ของทุ่งนาที่ตัดกับขอบฟ้าและแนวเขาแบบนี้เกือบตลอดทั้งปี แต่ช่วงที่พีคจริง ๆ จะเริ่มตั้งแต่
- เดือนสิงหาคม เป็นช่วงที่เริ่มมีการทำนา
- ต้นเดือนกันยายน - ตุลาคม ช่วงนี้ต้นข้าวเริ่มเป็นสีเขียวสุดสายตา
- เดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม เป็นช่วงเก็บเกี่ยว และ ตีข้าว ส่วนทุ่งนาจะเป็นสีเหลืองทอง
ซึ่งแต่ละช่วงจะมีความสวยงามและเสน่ห์ที่ต่างกันออกไป ชอบแบบไหนก็เลือกเวลาด้วยตัวเองได้เลย




ในเรื่องของอาหารการกิน ที่นี่จะมีบริการอาหารใส่ปิ่นโตมาให้สองมื้อครับเช้า-เย็น (ถ้านอนมากกว่า 1 คืน สามารถสั่งมื้อเที่ยงเพิ่มได้ คิดเงินเพิ่ม 50 บาท/คน) เมนูที่จัดมาให้นั้นเป็นเมนูบ้าน ๆ แต่อร่อยแบบจริงจังครับ แค่ข้าวสวยก็มีเสน่ห์ที่ต่างจากข้าวที่เรากินกันในเมืองแล้ว ทั้งเรื่องของกลิ่นหอม ความนุ่ม และ รสหวานที่อัดแน่นอยู่เต็มเม็ด ทั้งหมดนี้ได้มาจากข้าวที่ชาวบ้านปลูกเองบนฝืนนาตรงนี้ทั้งสิ้น ส่วนกับข้าวก็จะเน้นใช้วัตถุดิบ ของสดที่หาได้จากธรรมชาติเป็นหลัก



สำหรับการใช้ชีวิตที่มากกว่า 1 วัน เพื่อน ๆ อาจจะขอเตาอั้งโล่ ไม้เกี๊ยะ ฟืน และกาต้มน้ำจากพี่เจ้าของบ้านพักได้นะ เผื่อว่าจะใช้สำหรับต้มมาม่า โจ๊ก และนอกจากนี้สำหรับคอกาแฟก็สามารถพกเอาชุดดริปกาแฟขึ้นมาทำบนนี้เพื่อดื่มด่ำในรสชาติกาแฟตัวโปรด ไปพร้อมกับชื่นชมธรรมชาติยามเช้าหลังดอยอินทนนท์ไปด้วยกัน ก็ถือว่าเป็นอะไรที่วิเศษมาก ๆ เลยล่ะครับ



และเนื่องจากที่เที่ยวแม่แจ่มตรงนี้ไม่มีไฟฟ้าให้ใช้ กิจกรรมหลัก ๆ ของเราจึงเน้นไปที่การเดินเที่ยวตามทุ่งนาขั้นบันได ชมความสวยงามของธรรมชาติอย่าง ต้นข้าว แมลงปอ เจ้าหนอนน้อย ท้องฟ้า สายหมอก เป็นต้นครับ เวลาเดินเล่นเสร็จมาเหนื่อย ๆ ก็ไปนั่งเอาเท้าแช่น้ำเย็นชื่นใน ในลำธารเล็ก ๆ ที่ไหลอยู่ข้างบ้าน รวมไปถึงนั่งจิบกาแฟ และอ่านหนังสือเล่มโปรด ซึ่งในทริปนี้ผมได้หยิบเอาหนังสือ สุนทรภู่ไม่ได้เป่าปี่ พระอภัยมณีไม่ใช่คนระยอง มาอ่านเล่น ส่วนตัวแล้วผมชอบนะเล่มนี้เพราะว่ามันได้ครบเลยทั้งสนุก เฮฮา ได้ความรู้ ตามแบบฉบับของครูทอม คำไทย เลยครับ

อีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่คิดว่าหลายคนน่าจะรู้กันอยู่แล้วนั่นก็คือ ที่นี่ไม่มีไฟฟ้าใช้ใช้นะครับ ดังนั้นหลังจากที่พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้วที่นี่ก็จะมืดสนิทเลย แต่ไม่ต้องกลัวนะครับ เพราะทางบ้านพักมีเทียนไขเตรียมเอาไว้ให้แล้ว ซึ่งตรงนี้ผมมองว่ามันเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของที่เที่ยวแม่แจ่มแห่งนี่เลยครับ

สุดท้ายนี้มีสิ่งหนึ่งที่ผมอยากให้เพื่อน ๆ ทุกคนได้ลองทำกันดูครับ เวลามาเที่ยวป่าบงเปียง เชียงใหม่ นั่นก็คือ "มาอยู่กับธรรมชาติ และ ตัวเราเองให้มากขึ้น" ผมคิดว่าคำตอบที่ได้มาของแต่ละคนน่าจะแตกต่างกันออกไป
ส่วนใครที่วางแผนจะมาเที่ยวเชียงใหม่เรียบร้อยแล้วเราก็มี 30 ร้านอาหารสำหรับครอบครัว มาแนะนำอีกด้วย รับรองว่าได้เที่ยวเชียงใหม่กันอย่างจุใจแน่นอน ครั้งหน้า Wongnai Travel จะพาไปเที่ยวไหนอีกก็ฝากติดตามกันด้วยนะครับ




