#วงในบอกมา
- เวลาจุ่มเนื้อในซอสหมักให้ทิ้งไว้ประมาณ 30 วินาที จะได้รสชาติเนื้อที่หวาน และหอม
- “ฟรัวกราส์” สามารถให้พนักงานมาย่างให้ได้
- ซื้อเนื้อกลับบ้านรับส่วนลด 10%

คิดว่าหลายคนคงเคยเจอปัญหา เวลาอยากกินสเต๊กเนื้อ แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มต้นจากเนื้อส่วนไหนอะไรยังไงก่อนดี และครั้นจะกินเนื้อสเต๊กแบบไปกับก๊วนเพื่อน ในแก๊งค์ก็อาจจะเบือนหน้าหนีกันไปหลายคน เพราะขึ้นชื่อว่าสเต๊กเนื้อแล้ว ราคาที่ผุดขึ้นมาในหัวก็คงทำให้หลายคนต้องปฏิเสธไป แต่เพื่อน ๆ เชื่อไหม? ว่าที่เชียงใหม่ ตอนนี้มีร้านสเต๊กเชียงใหม่ ที่ให้ทุกคนได้จอยกัน โดยไม่ต้องเกี่ยงกันว่าสายเนื้อหรือเปล่า เพราะที่ร้าน “Tender Valley” เชียงใหม่ มีเนื้อเกรดพรีเมียม และวัตถุดิบอื่น ๆ มากมายให้เลือกกิน ทั้งเนื้อหมู และซีฟู้ดแบบจัดเต็ม หรือแม้กระทั่งวัตถุดิบที่หลายคนคิดว่าจับต้องยากอย่าง ฟัวกราส์ ไว้ด้วย สำคัญที่สุดราคาเมนูต่าง ๆ ยังหลักร้อยอีกด้วยนะ รู้แบบนี้แล้ว ลับคมมีดเตรียมหั่นสเต๊กแบบจุก ๆ กับเราได้เลย ตามมาโล้ด!

“Tender Valley” เชียงใหม่ เรียกได้ว่าเป็นอาณาจักรที่รวบรวมเนื้อและวัตถุดิบต่าง ๆ จากแหล่งวัตถุดิบที่ขึ้นชื่อทั่วโลกมาไว้กันถึงที่ร้านเลย ซึ่งเชื่อว่าทุกคนเมื่อพอถึงร้านแล้ว จะต้องสัมผัสได้ถึงความสะดวกสะบายของร้าน ซึ่งที่ตั้งของร้านจะอยู่บริเวณหุบเหว ริมถนนเส้นคลองชลประทาน การตกแต่งร้านก็มาด้วยสไตล์ที่ดูมีความฟาร์มแบบยุโรป น่ารัก ๆ ดูอบอุ่นกับแสงไฟสีส้มอ่อน ๆ ซึ่งเป็นร้านเอาต์ดอร์ที่บรรยากาศดี โล่งโปร่งสบาย มีลมโชยมา และเพลงที่ขับกล่อมให้ได้เคลิบเคลิ้ม อะว่าแล้วมานั่งถึงร้านก็จะมีเตาปิ้งตั้งตระหง่านอยู่ จะรอช้าอยู่ใย รีบไปล่าวัตถุดิบด้านในร้านกันได้เลย

โอ้โห! พูดเลยว่าเข้าไปข้างในมีมึนกันบ้างล่ะ เพราะเนื้อมันเยอะแบบละลานตาไปหมดเลย แต่ไม่ต้องกังวลไป เราสามารถขอตัวช่วยได้ คือบอกพี่พนักงานให้มาเป็นเหมือนกับไกด์ เพื่อจะหาเนื้อรสชาติที่ใช่สำหรับเราได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ พนักงานทุกคนพร้อมจะมอบความ(สุก)ให้กับทุกคน อ๋อ! ลืมบอกไป ที่ร้านมีเสิร์ฟน้ำจิ้มไว้ให้สำหรับคนที่ชอบกินเนื้อจิ้มกับน้ำจิ้ม ได้ฟินกัน หรือคนที่วัตถุดิบอื่นแล้วอยากมีน้ำจิ้มมาตัดรสชาติ ร้านก็มีน้ำจิ้มให้เลือกกินถึง 3 แบบ ทั้งน้ำจิ้มสามรสสุดซี้ด น้ำจิ้มพอนสึรสหวานหอม และน้ำจิ้มแจ่วสูตรพิเศษของทางร้าน รสเด็ดอย่าบอกใคร



เอาล่ะ! ตั้งไฟอุ่นเตา เอาเนื้อที่เราไปล่ามาลงกระทะ ซึ่งจากการที่เราไม่รู้จะเลือกเนื้อส่วนไหนดี จึงขอหยิบเนื้อ Standard 4 ส่วน มาลองก่อนเลยดูซิว่าจะเป็นยังไงกันบ้าง เริ่มเปิดต่อมรับรสกับส่วน “ริบอาย” (ราคา 160-220 บาท) เนื้อวัวส่งตรงจากฟาร์มขึ้นชื่อของเชียงใหม่ รสชาติเนื้อเข้มข้น และความนุ่มของเนื้อกำลังดีไม่เหนียวจนเกินไป “เทนเดอร์ลอยด์” (ราคา 250 บาท) เนื้อส่วนสันใน ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความนุ่ม และฉ่ำที่ทำให้สายเนื้อต้องใจละลาย กับรสชาติเนื้อที่พูดเลยว่าต้องยกนิ้วให้ “เนื้อเสือร้องไห้” (ราคา 90 บาท) เนื้อเสือร้องไห้จาก USA ที่ปราศจากความเหนียวจากพังผืด เปลี่ยนเป็นความกรุบกรึบที่หลายคนต้องไม่เคยสัมผัสมาก่อน และ “สตริปลอยด์” (ราคา 200 บาท) เนื้อวัวส่งตรงจากประเทศออสเตเรีย ชั้นไขมันแยกชัดเจน เวลากินความมัน และรสชาติเนื้อผสานกันไปอย่างกลมกล่อม



เสียงซู่~ ของกระทะ ทำให้เจริญอาหารขึ้นจริง ๆ มาทั้งทีจะไม่ให้กินเนื้อพรีเมียมก็เกรงว่าจะมาไม่ถึงร้าน “Tender Valley” เชียงใหม่ เลยเอามากองตรงหน้า 3 ส่วน เริ่มที่เนื้อ “Tajima Wagyu” (ราคา 600 บาท) เนื้อวากิวออสเตเรีย เนื้อที่ได้จะเป็นส่วนชั้นไขมันชั้นเนื้อแบ่งกันแบบพอดี ซึ่งความหอมมันนั้นเตะจมูกทันที และความเข้มข้นยังตีขึ้นมาท้าชิงกับความมันได้สูสีทีเดียว มาต่อกับ “Shimabara” (ราคา 300++ บาท) วัวส่งเข้าประกวดโดยเลี้ยงจากเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องแหล่งน้ำที่สะอาดของญี่ปุ่น เนื้อที่ได้จึงมีความมันแบบคลีน ๆ หอมและไม่เลี่ยน ส่วนความละลายในปากนั้นพูดได้อย่างเต็มปากว่า ต้องมาโดนเอง! ปิดท้ายด้วยเนื้อ USA กับ “Angus USDA Prime” (ราคา 300++ บาท) เนื้อรสชาติเข้มข้นสูงสุด การันตีด้วยมาตรฐาน USDA ใครที่เป็นสายเนื้อชอบเคี้ยว และลิ้มรสชาติเนื้อที่ส่งตรงเข้าสู่ประสาท ต้องตัวนี้เลยจ้า!


มาในส่วนของวัตถุดิบที่ไม่คิดว่าครั้งหนึ่งในชีวิตจะได้ลิ้มลองกับ “ฟัวกราส์” (ราคา 259 บาท) ตับห่านเกรดพรีเมียม กัดเข้าไปไขมันของตับห่านจะแตกแผ่ซ้านเข้าไปในต่อมรับรส กินคู่ซอสราสเบอรีช่วยเสริมรสชาติอย่างลงตัว และ “หอยโฮตาเตะ” (ราคา 290 บาท) หอยเชลล์ญี่ปุ่นตัวโต นำไปย่างจนส่งกลิ่นหอม เนื้อสัมผัสนุ่มละมุนลิ้นอย่างบอกไม่ถูก


นอกจากนี้ใครที่ไม่เอนจอยเนื้อที่ร้านก็มีส่วนของเนื้อหมูให้ได้เอนจอยกับก๊วนเพื่อนด้วยนะ เข้าไปล่าเนื้อหมูกับเนื้อส่วน “สันคอ” (ราคา 75 บาท) ชิ้นแบบจุก ๆ รสชาติเนื้อหมูฉ่ำหวานลงตัว “คุโรบุตะพริกไทยดำ” (ราคา 100 บาท) คุโรบุตะเนื้อแน่น อุดมไปด้วยความฉ่ำที่ควรค่าแก่การสัมผัส “สามชั้น” (ราคา 69 บาท) สามชั้นเนื้อนุ่ม ย่างให้กรอบสักนิดบอกเลยว่าดีงาม “สามชั้นลอกหนัง” (ราคา 75 บาท) สามชั้นที่ให้อารมณ์เหมือนกินปิ้งย่างเกาหลี โดยการลอกหนัง กินคู่กับน้ำจิ้มสูตรเฉพาะของทางร้าน เด็ดดวงสุด ๆ “กุ้งขาว” (ราคา 75 บาท) กุ้งขาวคัดมาสด ๆ เนื้อเด้งหวานกินกับน้ำจิ้มซีฟู้ด พูดเลยว่า สุโก้ย! “ไส้กรอก” (ราคา 80 บาท) ไส้กรอกอาราบิกิ คุณภาพเยี่ยม หนังกรอบกัดเข้าไปแต่ละคำ รสชาติเข้มข้นไม่รู้ลืม

และสำหรับใครชอบกินแบบเบา ๆ นุ่ม ๆ กินง่าย ทางร้านก็มีเมนู “เทนเดอร์ลอยด์สไลซ์” (ราคา 99 บาท) เนื้อริบอายที่มีความนุ่มอยู่แล้ว นำไปสไลซ์ยิ่งนุ่มขึ้นอีก “หนอกสไลซ์” (ราคา 79 บาท) เนื้อส่วนมันแทรกแบบพอดี สัมผัสจะได้ความเข้นข้ม และมันของเนื้อที่นุ่มละมุน “ใบพายสไลซ์” (ราคา 79 บาท) เนื้อที่มีมันแทรกเป็นลายหินอ่อน กินเข้าไปแทบจะละลายด้านในปาก

วันนี้ขอจัดได้ว่าเป็นวันที่คุ้มค่าที่สุดวันหนึ่งของเราแล้ว กับการที่ได้มานั่งกินเนื้อที่ร้านสเต๊กเชียงใหม่ ที่มีหลากหลายวัตถุดิบให้เลือกกิน ถ้าครั้งหน้ามีก๊วนเพื่อนอยากจะมาเอนจอยกับสายเนื้ออย่างเรา ร้าน “Tender Valley” เชียงใหม่ ก็จะเป็นทางเลือกแรกแน่นอน สำหรับสุดท้ายนี้ถ้าใครตามมาแล้วยังไม่จุใจ อยากจะหาร้านอาหารเชียงใหม่ และที่เที่ยวเชียงใหม่ต่อ เราก็แนะนำให้ลองกดติดตามเพจ น้าอ้วนชวนหิว by Wongnai ไว้ มีทั้งร้านอาหารเชียงใหม่ และที่เที่ยวเชียงใหม่อัปเดตกันทุกวัน
การเดินทาง
- ใช้เส้นทางคลองชลประทานมุ่งหน้าไปแยกแม่เหียะ ร้านจะตั้งอยู่ซ้ายมือก่อนถึงสี่แยกแม่เหียะประมาณ 500 เมตร
- เวลาเปิด - ปิด : ทุกวัน 17.30 - 22.30 น.
- เบอร์ติดต่อ : 0951364281




เราอยากจะให้ทุกคนที่มาร้านเรา ได้เอนจอยวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมที่มีหลากหลายให้เลือก ไม่ใช่เพียงแค่เนื้อ ในราคาที่จับสบายกระเป๋า เพราะความสุกของคนเรามีไม่เท่ากัน
