#วงในบอกมา
- Shinsen Fish Market ได้ร่วมมือกับ Partner ที่ญี่ปุ่นซึ่งมีความเชี่ยวชาญกว่า 35 ปีในการคัดสรรคุณภาพสดใหม่ของอาหารทะเลหลากชนิดจากท่าเรือประมงถึง 8 แห่ง!
- เพื่อให้คนไทยได้ลิ้มลองรสชาติความสดใหม่ของวัตถุดิบเหมือนอยู่ตลาดปลาญี่ปุ่น ทางร้านจึงนำเข้าสินค้ากว่า 30 ชนิดใน 4 ครั้งต่อสัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเล เนื้อ ผักและผลไม้
- อย่าพลาด! เทศกาล Japan Fish Market พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษกับวัตถุดิบหายาก ได้แก่ Kuro Awabi, Iwagaki, Uni, Kinmedia, Ise Ebi และ Aji ตั้งแต่วันนี้ - 15 สิงหาคม 2562

เมื่อร้านอาหารญี่ปุ่นไม่เพียงแค่ปรุงและเสิร์ฟอาหารเพื่อให้เราลิ้มลองรสชาติเพียงเท่านั้น แต่เรายังสามารถมีส่วนร่วมตั้งแต่การเลือกชอป และเลือก (วิธี) กินกับวัตถุดิบมีคุณภาพ สดใหม่ที่ส่งตรงจากญี่ปุ่น แถมเมนูนั้น ๆ ยังได้รับการสร้างสรรค์รสชาติด้วยเชฟชาวญี่ปุ่นที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปี และร้านที่เราพูดถึงอยู่นี้ก็คือ “Shinsen Fish Market” ร้านอาหารที่ส่งตรงความสดจากตลาดปลาญี่ปุ่นมาสู่ใจกลางกรุงเทพฯ กับเทศกาล Japan Fish Market ตั้งแต่วันนี้ - 15 สิงหาคม 2562



แรกเริ่มจากการร่วมมือกันระหว่าง “Shinsen Fish Market” และบริษัทพาร์ทเนอร์ที่ประเทศญี่ปุ่นซึ่งมีความเชี่ยวชาญกว่า 35 ปี (ตั้งแต่สมัยตลาดปลาสึกิจิจนปัจจุบันคือ ตลาดปลาโทโยสุ) ในการคัดสรรคุณภาพสดใหม่ของอาหารทะเลชนิดต่าง ๆ จากท่าเรือประมงในเครือถึง 8 แห่ง โดยเชื่อมต่อไล่เรียงตั้งแต่ฮอกไกโดตอนเหนือจนถึงทางใต้ของคาโกชิมะ จึงไม่แปลกใจที่บริษัทแห่งนี้จะได้รับการยอมรับทั้งจากเชฟญี่ปุ่นของร้านอาหารชื่อดัง และโรงแรมระดับ Hi-End ในญี่ปุ่นอย่างกว้างขวาง


และสำหรับ “Shinsen Fish Market” การร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อมอบสุดยอดประสบการณ์กินอาหารญี่ปุ่นที่มีที่เดียวในไทย โดยมีไฮไลต์คือ ความสดใหม่ของวัตถุดิบที่เราจะได้สัมผัสกันทุกขั้นตอน
Step 1 เลือกวัตถุดิบ > Step 2 เลือก (วิธี) กิน > Step 3 ลิ้มลองรสชาติ
Step 1 เลือกวัตถุดิบ
“Shinsen Fish Market” ได้นำเข้าวัตถุดิบสดใหม่กว่า 30 ชนิดทั้งอาหารทะเล เนื้อ ผัก และผลไม้ต่าง ๆ จากญี่ปุ่นใน 4 ครั้งต่อสัปดาห์ เพราะอยากให้คนไทยได้ลิ้มลองวัตถุดิบมีคุณภาพ สดใหม่ เหมือนกำลังกินอยู่ที่ตลาดปลาญี่ปุ่น อย่างเช่นวันนี้เราได้เลือก “Iwagaki” หอยนางรมขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือที่มีน้ำหนักมากกว่าหอยนางรมทั่วไปถึง 10 เท่า “Nodoguro” ตระกูลเดียวกับปลากะพงแดง เป็นพันธุ์หายากเพราะอยู่ในทะเลน้ำลึก “Uni” วัตถุดิบรสเลิศที่คัดสรรมาหลากหลายสายพันธุ์ “Hokkigai” หอยปีกนกขนาดใหญ่ เนื้อแน่น เป็นสายพันธุ์ที่คนญี่ปุ่นนิยมกินกัน



Step 2 เลือก (วิธี) กิน
เพราะเชื่อว่าวัตถุดิบแต่ละชนิดมีเอกลักษณ์ที่เหมาะสมต่อการปรุงอาหารต่างกันไป ทางร้านจึงให้เราเลือกการปรุงแบบที่ชอบ ภายใต้การให้คำแนะนำการปรุงแบบที่ใช่ ซึ่งทุกเมนูที่ปรุงได้รับการสร้างสรรค์รสชาติโดยเชฟริกิ Exclusive เชฟญี่ปุ่นประจำตลาดปลา เพื่อให้ทุกคนได้ลิ้มลองรสชาติตามแบบฉบับของคนญี่ปุ่นเป๊ะ!


Step 3 ลิ้มลองรสชาติ

เมนูแรกกับ “Iwagaki” (เริ่มต้น 500 บาท จากปกติ 750 บาท) หอยนางรมชิ้นโตที่พร้อมเสิร์ฟสด ๆ ให้เราได้ลิ้มลอง บีบเลมอนนิด จิ้มน้ำจิ้มพอนซึหน่อย ความสดอบอวลในปาก ชัดเจนด้วยรสชาติจากน้ำทะเล


ต่อด้วย “Nodoguro” (เริ่มต้น 537 บาท) ถูกสร้างสรรค์เป็นซาชิมิที่แบ่งสรรทั้งการนำไปลวกเพียงเล็กน้อย และนำไปเบิร์น ซึ่งทั้งสองสไตล์ยังคงความสดของเนื้อปลาได้เป็นอย่างดี

อีกเมนูคือ “Uni” (ราคาพิเศษ 1,300 บาท จากปกติ 1,850 บาท) ของโปรดของใครหลายคน แต่พิเศษคือที่นี่เขามีกิมมิกด้วยการเสิร์ฟพร้อมแผ่นสาหร่าย (30 บาท) และข้าวญี่ปุ่น (40 บาท) ให้เราได้ DIY การกินกัน เริ่มจากตักข้าวญี่ปุ่นลงบนแผ่นสาหร่าย จากนั้นก็คีบอูนิโปะลงบนข้าว แค่เพียงคำเดียวก็ได้รสสัมผัสที่หลากหลาย และนอกจากนี้ก็ยังมีอุนิให้เลือกหลากหลายราคาอีกด้วย



และสุดท้ายกับ “Hokkigai” (เริ่มต้น 229 บาท) หอยปีกนกที่มีรสหวาน เนื้อแน่น เคี้ยวหนึบเคี้ยวเพลินแบบชิ้นเดียวไม่พอ


ความพิเศษยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เพราะเทศกาล Japan Fish Market ที่จัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ - 15 สิงหาคม ทางร้านได้จัดโปรโมชั่นราคาพิเศษให้กับวัตถุดิบคุณภาพหลากหลายชนิด ได้แก่
"Kuro Awabi" ขนาด M น้ำหนักประมาณ 300 – 400 กรัม ราคากิโลกรัมละ 8,900 บาท (จากปกติ 12,800 บาท) และขนาด L น้ำหนัก 400 – 500 กรัม ราคากิโลกรัมละ 9,900 บาท (จากปกติ 14,000 บาท)
"Uni" ขนาดกำลังกิน 100 กรัมในราคาพิเศษเพียง 1,300 บาท (จากปกติ 1,850 บาท)
"Kinmedia" มี 2 ขนาด "Kinmedia" (น้ำหนัก 500 กรัมขึ้นไป) กิโลกรัมละ 2,600 บาท (จากปกติ 3,800 บาท) และ "Abura Kinmedia" (ขนาดน้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัมขึ้นไป) ราคากิโลกรัมละ 5,300 บาท (จากปกติ 7,500 บาท)
"Aji" ราคาเพียงกรัมละ 2.6 บาท หรือกิโลกรัมละ 2,600 บาท (จากปกติกรัมละ 3.8 บาท หรือกิโลกรัมละ 3,800 บาท)
"Iwagaki" ราคาเพียงตัวละ 500 บาท (จากปกติ 750 บาท)
"Ise Ebi" ราคาเพียงกิโลกรัมละ 5,900 บาท จากปกติกิโลกรัมละ 8,900 บาท นอกจากการทานแบบซาซิมิแล้วยังสามารถลิ้มลองพร้อมกับหัวกุ้งต้มซุปมิโซะฟรี ๆ‼️
แถมนอกจากปลา และอาหารทะเล ทาง “Shinsen Fish Market” ยังนำเข้าผักและผลไม้สด ๆ รวมทั้งเนื้อจาก 2 ภูมิประเทศที่สำคัญมาให้ได้ลิ้มลองกันอีกด้วย
การเดินทาง
ใครอยากสัมผัสประสบการณ์กินอาหารญี่ปุ่นที่ไม่เหมือนใคร พร้อมทั้งลิ้มลองความสดใหม่ของวัตถุดิบเหมือนกินที่ตลาดญี่ปุ่น สามารถมาได้เลยที่ตลาดปลาในไทย “Shinsen Fish Market” ร้านอาหารญี่ปุ่นสุขุมวิทใน ซ.สุขุมวิท 39 สามารถเข้าได้ทั้งซ.สุขุมวิท 39 (รถไฟฟ้า BTS สถานีพร้อมพงษ์ ทางออก 5) หรือ ซ.เพชรบุรี 38/1 (รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ทางออก 1)




ด้วยความตั้งใจให้คนไทยได้ลิ้มรสความสด อร่อย และวัตถุดิบที่หลากหลายเหมือนคนญี่ปุ่น จึงร่วมมือกับคู่ค้าจากประเทศญี่ปุ่นที่มีความเชี่ยวชาญในการคัดสรรความสดมายาวนานกว่า 35 ปีในการสร้างประสบการณ์ตามแบบฉบับ FISH MARKET ที่หาที่ไหนในไทยไม่ได้ เพราะเรายกตลาดปลามาไว้ ณ ใจกลางกรุงเทพฯ ให้คนไทยได้เลือกสรรความสด อร่อยของปลา และวัตถุดิบขึ้นชื่อมากมายในราคาที่จับต้องได้ พร้อมความอร่อยที่สร้างสรรค์โดยเชฟญี่ปุ่นที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปี
