เริ่มต้นปีใหม่ ไม่มีอะไรเหมาะไปกว่าการเดินทางแสวงบุญ รับพลังบวกให้กับชีวิต ททท. x Wongnai Travel ขอชวนไปเที่ยวม่วนซื่นกันที่ จังหวัดอุดรธานี ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย สัมผัสเสน่ห์เมืองมนต์ขลัง ที่มีความเป็นมาอย่างยาวนาน สะท้อนวัฒนธรรมผ่านความเชื่อและอาหารหลากหลาย พร้อมแล้วใส่หน้ากากอนามัย พกเจลแอลกอฮอล์ เที่ยววิถีใหม่สไตล์ New Normal ไปด้วยกันเลย

1ข้าวเปียกอุดร
เริ่มต้นทริปด้วยการไปกินอาหารร้านดัง ร้านดั้งเดิมของอ.เมืองอุดรธานี ชื่อร้าน ข้าวเปียกอุดร เปิดให้บริการมานานกว่า 40 ปี ที่นี่มีอาหารเช้าให้เลือกหลากหลาย ห้ามพลาดเมนู “กวยจั๊บญวน” หรือ “ข้าวเปียกเส้น” เมนูท้องถิ่นสไตล์เวียดนาม ที่มีเอกลักษณ์คือเส้นข้าวเปียกนุ่มเด้ง กินพร้อมกับน้ำซุปร้อน ๆ ที่สามารถปรุงรสชาติเพิ่มความเผ็ด เปรี้ยว หวานได้แบบก๋วยเตี๋ยว ซึ่งความพิเศษของที่ร้านคือมีท็อปปิงให้เลือกเพิ่มความอร่อยได้ถึง 15 อย่าง ทั้งหมู ปลา ไก่ ไข่ รังสรรค์เมนูข้าวเปียกเส้นที่โดนใจได้เลย แนะนำให้สั่งมาจับคู่ฟินกับ "ขนมปังเวียดนาม" หรือที่เรียกว่า "แบ๋งหมี่" ลักษณะเป็นขนมปังเนื้อนุ่ม ชิ้นยาวใหญ่ สอดไส้ด้วยกุนเชียงและหมูยออบร้อน ๆ เป็นคู่หูมื้อเช้าที่ลงตัวมาก ๆ

2พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี
ไหน ๆ ก็อยู่ในอำเภอเมืองอุดรธานีแล้ว จากร้านข้าวเปียกอุดรเดินทางด้วยรถยนต์แค่ 8 นาทีเท่านั้น ก็ถึง พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี อาคาร 2 ชั้น รูปทรงแบบตะวันตก สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 สวยงามโดดเด่นควรค่าแก่การแวะมาชมและถ่ายภาพเป็นที่ระลึก โดยที่นี่ได้รับการบูรณะเป็นแหล่งเรียนรู้แห่งใหม่ของจังหวัด ภายในแบ่งโซนจัดแสดงประวัติความเป็นมาของจังหวัดอุดรธานี ทั้งประวัติศาสตร์ โบราณคดี ธรรมชาติวิทยา ธรณีวิทยา ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และศิลปวัฒนธรรม มีการจำลองห้องเรียน จำลองสถานีรถไฟในสมัยเหตุการณ์ ร.ศ.112 ร้านกาแฟ ร้านถ่ายภาพ และร้านตัดผมโบราณ พาเราย้อนยุคไปทำความรู้จักอุดรธานีได้ครบทุกมุมเลยจริง ๆ



3Us cafe
เดินเล่นชมพิพิธภัณฑ์จนเพลิดเพลิน รู้ตัวอีกทีก็ได้เวลามื้อเที่ยง เราขอพาออกนอกใจกลางอ.เมืองอุดรธานีมาหน่อย ใช้เวลาราว 20 นาทีก็ถึง อัส คาเฟ่ คาเฟ่ที่อยู่ในโรงแรมนาข่าบุรี ที่มาของคำว่า “Us” หรือคำว่าเรา คืออยากให้ทั้งลูกค้าและสัตว์เลี้ยง ได้เข้ามาพักผ่อนหย่อนใจที่คาเฟ่เสมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน เป็นบ้านหลังที่สอง โดยคาเฟ่นั้นมีขนาดใหญ่ กว้างขวาง ออกแบบสไตล์กึ่งลอฟต์ มีความเท่ด้วยการโชว์โครงสร้างอาคารสีดำ แต่ก็ยังมีความอบอุ่นจากการเลือกใช้โทนสีน้ำตาลของเฟอร์นิเจอร์และผนังอิฐ อาคารเน้นใช้กระจกเพื่อรับแสงธรรมชาติ ทำให้รู้สึกปลอดโปร่ง ซึ่งเหมาะกับคอนเซปต์ร้านที่สามารถพาน้องหมา น้องแมวมานั่งเล่นด้วยได้ มีพื้นที่นั่งเล่นที่ทำให้สัตว์เลี้ยงผ่อนคลายแน่นอน และไม่ต้องกังวลว่าสัตว์เลี้ยงจะทะเลาะกัน เพราะร้านแบ่งโซนน้องหมา น้องแมว และโซนไพรเวตสำหรับคนที่ต้องการความเงียบสงบ

นอกจากความดีงามเรื่องบรรยากาศร้านที่ชิลมาก ๆ แล้ว คาเฟ่แห่งนี้ยังมีอาหาร เครื่องดื่ม เบเกอรีให้เลือกอย่างครบครัน เมนูอาหารเน้นความเป็นไทย-อีสาน แต่ก็ยังเพิ่มลูกเล่นเข้าไปให้กลายเป็นซิกเนเจอร์ของตัวเอง เช่น "โทสต์แซนด์วิชหมูย่างแจ่ว" เมนูสไตล์อีสานผสานความเป็นตะวันตก แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร "ยำปาท่องโก๋" รสชาติเปรี้ยวหวานเผ็ดจับคู่แป้งปาท่องโก๋กรอบ ๆ เรียกน้ำย่อยได้ดีมาก "ต้มแซ่บเนื้อเส้นอุด้ง" รสชาติเข้มข้นจัดจ้านด้วยสมุนไพรสไตล์อีสาน แต่มีความนุ่มละมุนของเส้นอุด้งสไตล์ญี่ปุ่น

4อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท
จากคาเฟ่เดินทางกันต่ออีก 1.30 ชม. ไปที่ อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท อ.บ้านผือ อุทยานแห่งนี้ตั้งอยู่บนภูเขาที่ชื่อว่าภูพระบาท เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาภูพาน โดยคำว่า "ภูพระบาท” มีที่มาจากรอยพระพุทธบาทที่ประดิษฐานอยู่บนเทือกเขาแห่งนี้ ภายในเขตอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทยังมีเสาหินและเพิงหินขนาดใหญ่กระจายตัวอยู่ทั่วไป มีอายุอยู่ราว 130 ล้านปี เมื่อผ่านกาลเวลาและถูกธรรมชาติกัดเซาะทำให้หินมีรูปร่างแปลกตาอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

ไม่เพียงเท่านั้นในความแปลกตาของหินต่าง ๆ จากหลักฐานทางโบราณคดียังพบร่องรอยกิจกรรมของมนุษย์ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ อายุราว 2,500-3,000 ปี เพราะมีภาพเขียนกว่า 54 ภาพบนภูเขาแห่งนี้ นอกจากนี้ยังมีการดัดแปลงหินให้กลายเป็นศาสนสถานในวัฒนธรรมทวารวดี วัฒนธรรมเขมร วัฒนธรรมล้านช้างและรัตนโกสินทร์อีกด้วย


ยกตัวอย่างเช่น “หอนางอุสา” หนึ่งในจุดท่องเที่ยวสัญลักษณ์ของอุทยานแห่งนี้ ลักษณะเป็นเพิงหินธรรมชาติสูง 10 เมตร รูปร่างคล้ายดอกเห็ด ตั้งอยู่กลางลานหินโล่งกว้าง สันนิษฐานว่ามีอายุเก่าแก่ถึงสมัยทวารวดี ถูกดัดแปลงเพื่อใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีทางพุทธศาสนา อีกแห่งคือ “ถ้ำพระ” เพิงหินเตี้ยที่ถูกดัดแปลงให้เป็นศาสนสถานของศาสนาพุทธเช่นกัน หลักฐานคือผนังใต้เพิงหินมีการสลักรูปพระพุทธรูปอยู่รอบด้าน ซึ่งเป็นศิลปกรรมผสมผสานระหว่างศิลปะสมัยทวารวดีและศิลปะเขมร จึงคาดว่าสร้างในช่วงสมัยปลายทวารวดี-สมัยลพบุรี นักท่องเที่ยวชมเรื่องราวประวัติศาสตร์จากที่นี่ได้เพลินทีเดียว และยิ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแบบนี้อย่าลืมเรื่อง Responsible Tourism ปฏิบัติตามกฎและไม่ทำลายธรรมชาติ รวมถึงการทิ้งขยะให้ถูกที่กันด้วยนะคะ
5Amman Unique Hotel
ชมประวัติศาสตร์เก่าย้อนยุคไปหลายสมัย เดินทางกันต่อ 1.30 ชม. จากอุทยานประวัติศาสตร์ฯ กลับเข้า อ.เมือง แวะเข้าไปเช็กอินที่ อัมมาน ยูนีค โฮเทล ที่พักสไตล์ตะวันออกกลางแบบผสมผสานระหว่างโมร็อกโก-ตุรกี แห่งแรกในภาคอีสาน ภายนอกว่าดูเหมือนอยู่ตะวันออกกลางแล้ว เข้าไปภายในยิ่งพบความสวยงามประณีตจากกระเบื้องโมเสก งานฉลุ และของตกแต่งที่นำเข้ามาจากตุรกี ถูกใจสายถ่ายรูปแน่ ๆ เพราะที่นี่มีส่าหรีสำหรับเช่าถ่ายกับมุมต่าง ๆ ในโรงแรมอีกด้วย

โดยห้องพักที่นี่มีทั้งหมด 55 ห้อง ห้องพักแบ่งออกเป็น 6 ประเภท คือ Deluxe Room, Deluxe Plus Room, Triple Room, Family Suite, Junior Suite ไปจนถึงห้องไฮไลต์ที่สุดของที่นี่คือ Sultan Suite ซึ่งมีเพียงห้องเดียวเท่านั้น ส่วนห้องอาหารบริการทั้งอาหารไทยฮาลาล อาหารอีสาน อาหารนานาชาติ โดยมีเครื่องดื่มที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ คือเซตน้ำชายามบ่ายที่ใช้วัตถุดิบเกรดพรีเมียม ให้ความรู้สึกของการไปนั่งจิบชาที่ตุรกีวิวอุดรธานีที่เก๋ไก๋มาก ๆ

6สวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม
จากโรงแรมเดินทางแค่ 5 นาที ก็สามารถไปถ่ายรูปกับแลนด์มาร์กอุดรธานีได้ที่ สวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม หนองน้ำขนาดใหญ่ ที่มีมาตั้งแต่ก่อนตั้งเมืองอุดรธานี ตอนนี้มีครอบครัวเป็ดเหลืองยักษ์หน้าตาน่ารัก สูงประมาณ 8 เมตร ลอยอยู่กลางน้ำ ให้นักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปคู่ได้ นอกจากนี้ยังมีเกาะกลางน้ำที่ปลูกไม้ดอกไม้ประดับหลายชนิด ทำสะพานเชื่อมระหว่างเกาะ มีน้ำพุ หอนาฬิกา และสวนเด็กเล่น มานั่งชิล ปิกนิก หรือออกกำลังกายก็เป็นกิจกรรมยอดนิยมสำหรับคนในพื้นที่



7ทะเลบัวแดง
เช้าวันที่ 2 ตื่นนอนกันตั้งแต่รุ่งสาง ออกเดินทางจากที่พักไปที่ อ.กุมภวาปี ใช้เวลาเดินทาง 1 ชม. ก็ถึง ทะเลบัวแดงหนองหาน แหล่งน้ำธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ประกอบไปด้วยพันธุ์ปลา นก และพืชน้ำจำนวนมาก ความพิเศษคือในช่วงเดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์ของทุกปี ดอกบัวแดงในหนองหานจะออกดอกตูมและบาน โดยสวยงามที่สุดในเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ นักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือชมทะเลบัวแดงได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00-11.00 น. ณ ท่าเรือบ้านเดียม มีทั้งเรือเล็กและเรือใหญ่ให้เลือก ค่าบริการก็ต่างกันไป โดยใช้เวลาล่องเรือไม่เกิน 1.30 ชม.


8Ma Der Bua
ลงจากท่าเรือบ้านเดียม เดินเพียง 2 นาที แวะรับประทานอาหารเช้าที่ มาเดอบัว ร้านอาหารและคาเฟ่ที่ทำเลดีมาก ๆ เพราะตั้งอยู่ติดกับทะเลบัวแดงเลย ที่นี่ให้บริการทั้งอาหารและเครื่องดื่ม โดยมีจุดเด่นที่เมนูต่าง ๆ ใช้ส่วนประกอบของบัวมาทำ เช่น นมสดปั่นรากบัว ชาบัวแดงมะนาว แกงส้มไหลบัวกุ้ง กะเพราไหลบัวกุ้ง กินจัดหนักรับมื้อเช้าอิ่มยาวไปจนถึงเที่ยงเลย แต่ใครจะเลือกอิ่มเบา ๆ ขนมปังเวียดนาม โจ๊ก ข้าวต้มที่ร้านก็มีให้เลือก และสำหรับใครที่ไม่อยากตื่นนั่งรถมาดูทะเลบัวแดงไกล ๆ จากอ. เมือง สามารถเลือกพักที่มาเดอบัวก็ได้เหมือนกัน เขามีรีสอร์ทไว้บริการ ตื่นปุ๊บ เดินทางแป๊บเดียวขึ้นเรือชมพระอาทิตย์ขึ้นกลางทะเลบัวแดงได้เลย



9คำชะโนด
มาถึงอุดรธานีจะพลาดคำชะโนดไม่ได้ ใช้เวลาเดินทางจาก อ.กุมภวาปี 1.40 ชม. ก็ถึง วังนาคินทร์คำชะโนด อ.บ้านดุง ที่นี่มีลักษณะเป็นเกาะกลางน้ำ เต็มไปด้วยต้นชะโนดซึ่งพบที่นี่ที่เดียว ภายในมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์เรียกว่าบ่อคำชะโนด เป็นน้ำใต้ดินใสแจ๋ว ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือ และทางจังหวัดอุดรธานีได้นำน้ำที่นี่ไปร่วมพิธีสำคัญ ๆ เสมอ



เมื่อเข้ามาที่นี่สัมผัสได้ถึงความเงียบสงบและแรงศรัทธาของชาวอีสานและชาวลาวที่มีความเชื่อว่าที่นี่เป็นปากเมืองบาดาล รวมถึงเป็นที่สิงสถิตของพญานาคปู่ศรีสุทโธ ย่าศรีประทุมมา เป็นหนึ่งในสถานที่ที่สะท้อนวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างมีเสน่ห์เป็นเอกลักษณ์มาก ๆ ใครที่มีโอกาสไปเที่ยวอุดรธานีต้องแวะไปกราบสักการะขอพรที่นี่ดูสักครั้ง
10ร้านอาหารแม่หยา

เดินทางกลับเข้า อ. เมือง ใช้เวลา 1.35 ชม. กินมื้อเย็นทิ้งท้ายก่อนกลับบ้านที่ ร้านอาหารแม่หยา ร้านอาหารที่อยู่คู่จังหวัดอุดรธานีมานานกว่า 40 ปี ร้านตั้งอยู่ติดริมถนน อาคารโดดเด่นคลาสสิกสไตล์โคโลเนียล ภายในร้านมีมากกว่า 60 โต๊ะ บรรยากาศร้านโปร่งโล่งสบายตา มีอาหารให้เลือกกินหลากหลายกว่า 300 เมนู ทั้งไทย จีน ฝรั่ง เหมาะมาก ๆ สำหรับใครที่เดินทางกันเป็นกรุ๊ปใหญ่เลือกแชร์ความอร่อยได้เยอะ แต่ใครมาเดี่ยว ๆ อาหารจานเดียวที่ร้านก็มีให้เลือกเหมือนกัน


จบทริปอุดรธานี 2 วัน 1 คืน แบบรับพลังชีวิตเต็มอิ่ม อิ่มท้องไปกับของอร่อยสไตล์ท้องถิ่น เสพวิวสวย ๆ เต็มตา แล้วยังได้รับพลังบุญเต็มเปี่ยม เริ่มต้นปีได้ดีขนาดนี้ ตลอดปีนี้เราจะพาทุกคนเที่ยวให้สนุก อะเมซิงยิ่งกว่าเดิมแน่นอน สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลท่องเที่ยวได้ที่ TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง โทร.1672 และ Wongnai.com