เชื่อว่าสาว ๆ คงเคยได้ยินกันมาบ้าง สำหรับแคมเปญบริจาคเส้นผมเพื่อนำไปทำวิกผมให้กับผู้ป่วยโรคมะเร็ง สำหรับใครที่กำลังสนใจการบริจาคเส้นผม หรือตัดผมคราวนี้อยากจะลองบริจาคเส้นผมดูบ้าง วันนี้ Wongnai Beauty พาไปไขข้อข้องใจกันค่ะว่าเราควรทำอย่างไร เพื่อให้เราสามารถบริจาคผมแล้วนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้สูงสุด ไปดูกันเลย
ทำไมเราถึงควรบริจาคผม?

แน่นอนว่าการจะตัดผมไปบริจาคครั้งนึงย่อมมีประโยชน์อย่างมากเลย แถมดีต่อใจเราและดีต่อผู้ป่วยด้วยค่ะ ไปดูข้อดีของการตัดผมเพื่อบริจาคกันค่ะ
- วิกผมธรรมชาติ 100% มีราคาสูงมาก ประมาณ 6,000-10,000 บาท ดังนั้นหากเราสามารถบริจาคเส้นผมได้ จะเป็นการลดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ป่วยไปได้มากทีเดียวค่ะ
- เป็นการดูแลเส้นผมให้สุขภาพดี เพราะใครที่มีแพลนว่าจะบริจาคผม จะต้องดูแลผมให้ไม่เสีย และงดทำเคมีก่อนบริจาคเส้นผมประมาณ 3 เดือนเลยค่ะ
- ส่งต่อรอยยิ้มให้ผู้ป่วยโรคมะเร็ง แน่นอนว่าเราสามารถส่งต่อรอยยิ้มให้กับผู้ป่วยโรคมะเร็ง ซึ่งเป็นโรคที่มีกำลังใจเป็นภูมิคุ้มกันที่สำคัญค่ะ
- การบริจาคผมเป็นการเปลี่ยนลุคสาว ๆ เป็นสาวผมสั้นชิค ๆ แบบมีประโยชน์ ไม่ต้องทิ้งผมไปเปล่า ๆ ค่ะ
เส้นผมแบบไหนที่บริจาคได้?

ไม่ใช่ว่าเส้นผมทุกชนิดจะสามารถบริจาคได้นะคะ ในการบริจาคผมนั้น เส้นผมของเราจะต้องมีคุณสมบัติตรงตามความต้องการของสถานรับบริจาค ตั้งแต่ความยาวและสุขภาพผม เพื่อให้เหมาะแก่การนำไปทอเป็นวิกผมค่ะ มาเช็กกันไว้เพื่อวางแผนการบริจาคผมได้เลยยยย
- ความยาว 7 นิ้วขึ้นไป โดยเลี้ยงผมมานานประมาณ 1 ปีค่ะ (บางที่รับเส้นผมความยาว 10 นิ้วขึ้นไปนะคะ)
- เส้นผมตรง ผมหยิก ผมหงอก ผมดัด ผมทำสี ผมยืด ที่ยังสุขภาพดี ไม่เสีย ไม่แตกปลาย
- เส้นผมที่ไม่มีเหา ไม่มีเดดร็อค
- เส้นผมที่เว้นจากการทำเคมีมานาน 3 เดือนขึ้นไป
บริจาคผมที่ไหนดี?

ปัจจุบันมีสถานที่รับบริจาคในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลอยู่เยอะพอสมควรเลยค่ะ บางที่เป็นแบบรับฝากทางไปรษณีย์ บางที่รับนัดหมายล่วงหน้าและเข้าไปตัดผมเพื่อบริจาคที่ร้านได้เลย สะดวกแบบไหนก็ไปดูกันเลยยยย
- มูลนิธิจากนางฟ้าถึงคุณวันใหม่ โทร 066-085-6715
-บริจาคผม พร้อมสมทบค่าทอวิก ลงทะเบียนได้ >> ที่นี่
-ซื้อของที่ระลึก พร้อมบริจาคค่าทอวิก ลงทะเบียนได้ >> ที่นี่รอบนี้ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันนี้ - 27 มิ.ย. 63
และส่งเส้นผมมาบริจาคตั้งแต่วันนี้ - 30 มิ.ย. 63 - สถาบันมะเร็งแห่งชาติ โทร 02-202-6800
- ร้านแฮร์ อิน เทรนด์ ดอทคอม อ่อนนุช 46 (รับเฉพาะบริจาคด้วยตนเอง) โทร 02-320-2020
ขั้นตอนการบริจาคผม

เมื่อสำรวจตัวเองกันแล้วว่าเส้นผมของเรานั้นตรงตามคุณสมบัติการรับบริจาคผม ก็เตรียมตัวสำหรับการบริจาคผมกันเลยค่ะ โดยเงื่อนไขการรับบริจาคของแต่ละสถาบันและมูลนิธิที่รับบริจาคอาจต่างกันออกไปเล็กน้อย เราขอรวบรวมขั้นตอนโดยทั่วไปมาให้ตามนี้เลยค่ะ
- เลือกมูลนิธิหรือสถานที่รับบริจาคที่สะดวก เพื่อทำตามขั้นตอนการบริจาค โดยหากต้องการบริจาคด้วยตนเองให้โทรไปนัดหมาย ส่วนถ้าต้องการบริจาคทางไปรษณีย์ ให้เข้าไปที่เฟซบุ๊กเพจเพื่ออ่านรายละเอียดและกรอกฟอร์มบริจาคต่อไปค่ะ
- โอนเงินสำหรับค่าทอวิก ตั้งแต่ 300-1,500 บาท ขึ้นอยู่กับมูลนิธิที่รับบริจาคผมค่ะ ที่ต้องมีการรับบริจาคด้วยก็เพราะกว่าจะได้วิกแต่ละชิ้นต้องผ่านการทอที่มีต้นทุนสูงถึงหัวละ 2,000 บาทเลยค่ะ
- ลงทะเบียนบริจาคเส้นผม โดยเข้าไปที่เฟซบุ๊คของทางมูลนิธิที่รับบริจาค ลงทะเบียนพร้อมแจ้งโอนเงินบริจาคค่าทอวิกผมเลยค่ะ
- มูลนิธิจะส่งอุปกรณ์ตัดผมและถุงใส่ผมมาให้ สำหรับใช้บรรจุผมที่จะบริจาคและส่งกลับค่ะ
- เล็มปลายผมเสียออกก่อน เพื่อให้เหลือแต่ผมสุขภาพดี
- สระผมให้สะอาด ถ้าต้องการตัดผมแบบแห้ง ให้เป่าแห้งและทิ้งไว้ 3 ชั่วโมง
- มัดผมหางม้าแล้วตัดในตอนที่เปียกหรือแห้งก็ได้ แล้วแต่ความถนัดของช่าง
- ตากผมให้แห้งสนิท 2-3 วันแล้วบรรจุใส่ถุง ปิดให้สนิท
- ส่งไปรษณีย์ไปบริจาค โดยส่งไปตามที่อยู่ของมูลนิธิที่เราได้ลงทะเบียนบริจาคผมไว้นั่นเองค่ะ
อย่างที่บอกไปว่าสถานที่รับบริจาคบางแห่งจะไม่ได้รับบริจาคเส้นผมทางไปรษณีย์ เช่น ร้านแฮร์ อิน เทรนด์ ดอทคอม จะเป็นการนัดหมายล่วงหน้าแล้วเข้าไปตัดผมที่ร้านพร้อมกับบริจาคเงินเลย สะดวกกว่าและมั่นใจได้ว่าเส้นผมจะไม่ขึ้นราจากกระบวนการตัดและเก็บเส้นผมก่อนบริจาคค่ะ
นอกจากการบริจาคเส้นผมแล้ว ใครที่อยากบริจาคเงินเพื่อสมทบทุนในการทอวิกก็สามารถบริจาคได้เช่นกันโดยไม่ต้องรอให้ผมยาวเลยค่ะ นั่นก็เพราะว่าบางครั้งมูลนิธิได้รับเส้นผมจำนวนเพียงพอแล้ว แต่ยังขาดต้นทุนในการนำไปทอวิกต่อไปค่ะ ใครที่สะดวกบริจาคแบบไหนก็ลองไปศึกษากันดูก่อนได้นะ
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่


