ทำทุกอย่างให้ละเอียด ด้วยความตั้งใจ | บอส นฤเบศ
  1. ทำทุกอย่างให้ละเอียด ด้วยความตั้งใจ | บอส นฤเบศ

ทำทุกอย่างให้ละเอียด ด้วยความตั้งใจ | บอส นฤเบศ

อินกันทั่วบ้านทั่วเมือง กับหมอเป้ง ทานตะวัน ฉลาม บะหมี่ จากซีรีส์รักฉุดใจนายฉุกเฉิน แต่ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังความสำเร็จนั้นเกิดจากความตั้งใจล้วน ๆ
20 ต.ค. 2019 · โดย

ถ้าพูดถึงซีรีส์ที่มาแรงที่สุดในตอนนี้ ต้องพูดถึง "รักฉุดใจนายฉุกเฉิน" ซีรีส์ที่โด่งดังตั้งแต่เพลงประกอบละครไปจนถึงเนื้อเรื่องที่ใหม่ ฉีกกฎละครไทยแบบเดิม ๆ การันตีความดัง เน้นย้ำทุกครั้งที่ปล่อยซีรีส์ออกมาแต่ละตอน ทุกกระแสโซเชียลที่ฮิตติดอันดับต้น ๆ ตอกย้ำความตั้งใจและความทุ่มเทเต็มที่ของทีมผู้ผลิตและนักแสดงที่สะท้อนออกมาผ่านซีรีส์เรื่องนี้

วันนี้เราเลยเชิญผู้กำกับคุณภาพ Passion ล้น ๆ อย่าง "คุณบอส-นฤเบศ กูโน" ผู้กำกับซีรีส์เรื่อง My Ambulance รักฉุดใจนายฉุกเฉิน ทีมเขียนบทและผู้กำกับร่วมของซีรีส์วัยรุ่น Hormones Season 3, อยู่ที่เรา และ I HATE YOU I LOVE YOU รวมถึงยังเป็นผู้กำกับ Side by Side พี่น้องลูกขนไก่ ที่รับเกียรติมาเป็นแขกรับเชิญคนแรกของ Wongnai Exclusive Podcast พอดแคสต์ที่จะมาให้กำลังใจ เติมไฟให้สาว ๆ พร้อมทั้งเปิดอกคุยทุกเรื่องราวในมุมมองผู้หญิงยุคใหม่ Connect People to Good Stuff!

ความตั้งใจ, รักติดไซเรน, Passion, บอส นฤเบศ

ก่อนอื่นเลยเราได้บุกไปที่ นาดาว บางกอก เพื่อสัมภาษณ์และให้คุณบอสเล่าให้เราฟังถึงมุมมองการทำงาน แรงบันดาลใจ ปัญหาและอุปสรรคในการทำงานที่ช่วยสร้างตัวตนของผู้กำกับมากความสามารถคนนี้ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น และที่สำคัญมาฟังจากปากคุณบอสเลยดีกว่าว่าทำไมต้องเป็นซีรีส์เรื่อง "รักฉุดใจนายฉุกเฉิน" 

ฟังเต็ม ๆ ได้แล้วที่ https://soundcloud.com/wongnaipodcast

ความตั้งใจ, รักติดไซเรน, Passion, บอส นฤเบศ

Q : เล่าเรื่องชีวิตบอสสมัยเรียนก่อนจะมาเป็นผู้กำกับให้ฟังหน่อย ?

A : จริง ๆ โตมากับหนัง กับละคร เพราะที่บ้านทำร้านเช่าวิดีโอที่หาดใหญ่ พอเห็นลูกค้าหยิบหนังออกมา เราก็จะไปหยิบเอามาเล่นละครเองบ้าง พอโตมาอีกหน่อยก็รู้สึกว่าไม่ชอบเรียน เล่นกีฬาก็ไม่ถนัด ชอบวาดรูป วาดได้ทั้งวัน และก็นั่งดูทีวี ดูละคร พอตอน ม.3 ก็รู้ตัวแล้วว่าไม่ชอบอยู่เบื้องหน้า อยากเป็นผู้กำกับ อยากให้ใครหลายคนทำตามเรามากกว่า เอาแต่ใจนิดนึง และก็ชัดเจนกับตัวเองมากว่าจะเข้านิเทศ จุฬา แต่ตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าคนเขียนบทคืออะไร รู้แค่ว่าชอบคิดเรื่อง 

Q : ตอนที่ไปทำ Research ก่อนการเขียนบทสักเรื่อง เราทำการบ้านอย่างไรบ้าง ?

A : ตอนเราเรียนจบมา ความคิดแรกของเราก็คือต้องสร้างเรื่องให้สนุก แต่พอมาทำงานกับนาดาวและทีม ต้องหาตัวละคร ค้นคว้าหาข้อมูลทุกอย่าง คือเหมือนเป็นห้องเรียนเราจริง ๆ ตอนนั้นก็คือนั่งสัมภาษณ์ไปเรื่อย ๆ เพื่อที่จะได้รู้จักชีวิตเขา ได้ข้อมูลที่จริง เพราะเราเชื่อว่าการเป็นสื่อต้องทำสิ่งที่ถูกต้องให้กับคนดู พอรู้จักนักแสดงมากขึ้นแล้ว ถึงจะหาบทให้เหมาะสม หาเสน่ห์ในตัวเขาดึงมาเขียนบทให้ได้ ทีนี้มันก็จะได้บทที่เหมาะกับเขาจริง ๆ แล้วกว่าจะได้มาเป็นบทแบบนี้ต้องนั่ง Improvise กันเลยนะ ต้องสวมวิธีคิดเป็นตัวละครตัวนั้น ซึ่งถ้าทัศนคติถูก วิธีคิดถูก ไม่ต้องเล่นละครก็ได้ พูดไปตามที่เราคิด ก็เลยทำให้ทุกเรื่องมีดีเทล มีข้อมูลที่ถูกต้อง อย่างบท โจ ที่สกายเล่นเป็นคนขายบริการ ก็ไปซื้อมาจริง ๆ Dialogue ที่พูดในซีรีส์ก็เอามาจากเขาเลย ซึ่งมันก็เป็นวิธีที่ดี เพราะตอนแรกเรานั่งคิดกันทั้งคืนแล้วคิดยังไงก็คิดไม่ออก แต่ไปนั่งคุยกับเขา 2 ชม. ให้เขาเล่าประสบการณ์แล้วได้ข้อมูลที่ถูกต้องอะ อย่างเช่นอะไร Drive ให้เขาทำสิ่งนั้น

Q : เทียบกับเรื่องก่อนที่ไปศึกษาคนเป็นโรคออทิสติก ?

A : ตอนแรกมโนขึ้นมาเองว่าเด็กออทิสติกเล่นแบดมินตัน จนไปเสิร์ชในเฟซบุ๊กว่ามีจริง ๆ ก็เลยไปนั่งดูเขา ไปดูครูเขาสอนเลย อย่างเทคนิคที่เขาใช้สอนเวลาเสิร์ฟก็คือ ต้องทำเหมือนกินน้ำ เด็กก็จะจำว่ายกมือขึ้นแบบนี้คือเสิร์ฟนะ ก็จด Dialogue มา พาต่อ (ต่อ ธนภพ) ไปด้วย ซึมซับกันอยู่ 2-3 เดือนเลย

ความตั้งใจ, รักติดไซเรน, Passion, บอส นฤเบศ

Q : แล้วอย่างเรื่องรักฉุดใจนายฉุกเฉินล่ะ ?

A : อันนี้แบ่งเป็น 2 พาร์ท พาร์ทแรกคือพาร์ทความรัก ยากมาก สัมภาษณ์ประมาณ 20 คู่ โดยเริ่มคิดจากคำว่า "เจ็ดปีอาถรรพ์" เราก็เลยหาใครที่คบกันมา 7 ปีบ้าง บางคู่ก็ให้ข้อมูลดีมาก แต่เอามาทำซีนยาก ดูแล้วยังไม่อิน จนไปเจอคู่นึงที่คบกันมานานแล้วแฟนไม่มีเวลาให้ ก็เลยเชิญผู้ชายมาเล่าให้ฟัง เขาก็บอกว่าเขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมผู้หญิงถึงงี่เง่าได้ขนาดนั้น อีกวันนึงเราเลยแอบเชิญแฟนเขามา ถึงได้รู้ว่าจริง ๆ เขาไม่ได้งี่เง่าแต่เขามีวิธีคิดแบบนี้ จริง ๆ เรื่องความรักละเอียดอ่อนมาก ๆ 

ส่วนพาร์ท อาชีพ เรื่องการแพทย์ เราก็พยายามจะ Concern ให้ได้มากที่สุด ให้มันดี ให้มันถูกต้อง ไปอยู่ใน รพ.จริง อันนี้ยากมาก ยากจริง ๆ จากที่วางไว้ 6 เดือนใช้เวลาเขียนจริงปีนึงเลย อย่างเช่น ตอนแรกภาพในรถ Ambulance เราก็จำเป็นบล็อกนี้ไว้ พอกลางซีนต้องมีสลับที่เพื่อส่งอุปกรณ์กัน แล้วไม่รู้มาก่อน สำหรับเรามันยากเพราะมันต้องเปลี่ยนมุมกล้อง เรื่องการเซตอัพหลาย ๆ อย่าง และก็ต้องขอบคุณ รพ.รามาธิบดีเลยที่ส่งคุณหมอมาอยู่ด้วย บางคิวถ่ายถึงตีสามก็มาอยู่ด้วยกัน แถมให้คำปรึกษาดีมาก อย่างเคสที่เราให้เงื่อนไขไปว่า เราอยากถ่ายทอดความตั้งใจและความทุ่มเท และมุมความผิดพลาดของการเป็นหมอว่าผ่านมาได้ยังไง แล้วก็ขอเคสที่ผิดพลาดจริง Extern เป็นคนทำ และสามารถเสียชีวิตตรงนั้นได้ คุณหมอก็ไปหามาให้ จนไปเจอ เคสเจาะปอดพลาด ซึ่งเราก็ต้องรีเสิร์ชต่ออีกว่ามันคืออะไร ตอนรีเสิร์ชก็เจอคนวิ่งเข้าวิ่งออก Ambulance เยอะมาก คุณหมอทำงานกันหนักมาก เคยมีแบบรีเสิร์ชกันอยู่พี่ซันก็ต้องขึ้นรถ Ambulance ไปเลย ทำให้เรารู้ว่าอุบัติเหตุต่าง ๆ มันเกิดขึ้นตลอดเวลาจริง ๆ 

Q : เล่าเรื่องการทำงานให้ฟังหน่อยว่า คีย์หลักจริง ๆ คืออะไร สิ่งที่ทำถึงออกมาดี

A : การทำงานของเราและทีมนาดาว จะต้อง Base On ความชอบของตัวเองเป็นหลัก ซึ่งเป็นวิธีที่น่าสนใจมาก ๆ ต้องถามตัวเองว่าอะไรที่เราอิน เราสามารถอยู่กับมันเป็นปี ๆ ได้ไหม ซึ่งที่มันไม่ได้สักทีก็เพราะเรายังไม่ชอบมัน ตอนแรกบทเรื่องนี้จะเกี่ยวกับการหยุดเวลา ย้อนเวลา ซึ่งเอาไปเสนอแล้วทุกคนก็ชอบหมด แต่เราทำไปแล้วมันไม่อิน สุดท้ายก็เลยเหมือนเราติดกับดักตัวเอง ก็เลยเปลี่ยนมาทำสิ่งที่เราอินมากขึ้น เพราะถ้าเราอินอย่างน้อย ๆ ก็จะมีเราหนึ่งคนแล้วที่ชอบคอนเทนต์นี้ มันก็จะต้องมีบางคนที่ชอบเหมือนเราบ้างแหละ ถ้าเราไม่อินกับมันเวลาจะไปบอกใครเขาว่ามันดีก็พูดได้ไม่เต็มปาก

Q : นอกจากเขียนบทแล้ว ตอนที่กำกับเองเคยกำกับไม่ได้ไหม ?

A : เรื่องนี้ (รักฉุดใจนายฉุกเฉิน) มีนักแสดงทั้งหมด 13 คน 16 ตอน 500 ฉาก และไม่เรียงกันด้วย เราต้องเป็นคนเรียงอินเนอร์ แล้วต้องแม่นกับมันมาก ๆ หลายครั้งที่เราประสบการณ์ไม่มากพอ เราไม่แม่นมันพอ พอไปถ่ายมาแล้วหน้างานก็คิดว่าดีนะ แต่พอเอามาตัด เอามาเรียงแล้วอินเนอร์ไม่ต่อกันเลย แล้วอีกอย่างเรื่องนี้ก็มีนักแสดงหน้าใหม่เยอะ ตอนแรกก็มีบ้างที่เล่นไม่ได้ จับจุดไม่ได้ แต่หลัง ๆ ก็ทำได้ ลงล็อก มันเหมือนต้องค่อย ๆ เรียนรู้ไปพร้อม ๆ กับนักแสดง

Q : เวลาที่ทำงานกับคนเก่ง ๆ หรือต้องกำกับคนที่อายุมากกว่า หรือมีประสบการณ์เยอะ ๆ ทำยังไงให้คนเชื่อว่าเราทำได้

A : มีสิ่งหนึ่งที่ยึดไว้เสมอ ไม่ว่าจะทำงานกับใคร คือเราต้องเป็นคนที่แม่นที่สุด รู้ทุกอย่างและแม่นจริง ๆ เสื้อผ้าเขาไปหาอะไรมา ซีนนี้ทำไมต้องเสื้อผ้าแบบนี้ ฉากนี้ทำไมถึงเป็นมุมกล้องแบบนี้ อินเนอร์เป็นยังไง เราต้องทำการบ้านมาให้เป๊ะที่สุด พอเวลาใครถามเรา เราก็แค่คิดว่าเราตอบในสิ่งที่เราอยากได้ มันทำให้เราลดความเกร็งลงได้ เช่น เราอยากได้แบบนี้ แบบนี้ เพราะคิดมาแล้ว เขาก็จะเชื่อมั่นเราในฐานะผู้กำกับเรามองภาพแบบนี้นะ และมันก็มีหลายครั้งมากที่เรามองภาพไม่ชัด แล้วพอนั่งประชุมกันเขาถามแล้วเราแบบ เอ่อ อ่า ครั้งต่อไปเขาก็ไม่เชื่อเราแล้วอะ ยิ่งเราเป็นเด็กด้วย เราก็จะควบคุมอะไรหลาย ๆ อย่างยากขึ้น เพราะฉะนั้นก็จะเตือนสติตลอดเลยว่า ทุกครั้งที่เราออกไปอะ เราต้องแม่นกับมันมาก ๆ จริง ๆ

ความตั้งใจ, รักติดไซเรน, Passion, บอส นฤเบศ

Q : คิดยังไงกับแนวโน้มซีรีส์ไทยตอนนี้ คิดว่ามันจะสามารถหลุดไปจากกรอบเดิม ๆ ได้ไหม ?

A : เรามองเป็น Positive มากเวลาเรามองคอนเทนต์ ซึ่งต่อให้มีคอนเทนต์เดิม ๆ ที่เราไม่ชอบ แต่มันก็ยังเสิร์ฟกับคนดูอยู่ อย่างเช่น รุ่นพ่อแม่เรา และเราก็คิดว่าคอนเทนต์สมัยนี้พัฒนาไปเยอะมาก อย่างน้อยปีนึงก็มีสักเรื่องที่ดี มันก็เป็นนิมิตหมายอันดีมาก ๆ วงการซีรีส์หรือวงการละครมันจะพัฒนาไปเรื่อย ๆ คือมันไม่มีทางถอยหลัง มันพร้อมโตไปกับคนดู ยิ่งคนดูที่ดูมาเยอะ เสพสื่อเยอะขึ้น เขายิ่งฉลาดในการเลือกดูมากขึ้น เราว่าคนทำอะ มันรู้ตัวนะว่าคนดูฉลาด ก็ต้องพัฒนาคอนเทนต์ตัวเองให้ดีขึ้น เราว่าทุกคนก็พยายามจะ Concern สิ่งนั้น แต่ด้วยปัจจัยหลาย ๆ อย่าง เช่น เงินไม่ถึง นักแสดงไม่พอ มันก็ต้องค่อย ๆ พัฒนากันไป แต่ตอนนี้เราว่ามันมาไกลกว่าเดิมเยอะมากและในอนาคตมันก็จะมีคอนเทนต์ดี ๆ ให้เราได้ดูเยอะขึ้นอีก

Q : พอได้ทำเรื่องนี้เสร็จแล้ว แล้วมีมุมมองเกี่ยวกับชีวิตเปลี่ยนไปไหม ?

A : เปลี่ยนเยอะมาก อย่างเรื่องความรัก ปกติพอเรารักใคร เราจะให้เขาเป็น Priority อันดับ 1 อินเนอร์แบบทานตะวันเลย มันก็ไม่ได้ผิดหรอกที่เราจะคิดถึงเขาตลอดเวลา พอทำเรื่องนี้ก็เข้าใจอินเนอร์นี้เยอะมาก จริง ๆ มันก็ต้องหาตรงกลางให้เจอนะ เพราะตัวละครสุดโต่ง เราก็เป็นคนสุดโต่งในเรื่องความรัก ในบางพาร์ท มันก็ทำให้เราเรียนรู้ว่าเราต้องผ่อน ค่อย ๆ เข้าใจเขา อย่าปล่อยในสิ่งที่เราเชื่อ ปรับกันคนละครึ่งทาง เหมือนเราโตขึ้นไปกับมัน ส่วนด้านชีวิต เมื่อก่อนเวลาเห็นรถ Ambulance เวลารถติด เราได้ยินเสียงไซเรนก็ไม่ได้รู้สึกอะไร หลัง ๆ จะเริ่มมองว่าในรถเขาเกิดอะไรขึ้น เขาจะรอดไหมนะ รถ Ambulance มันสำคัญมากขึ้นในชีวิตเรา หรือการหลีกทางให้รถฉุกเฉินได้ไปก่อน ให้คุณหมอได้ไปทำหน้าที่ เราก็จะอินมากขึ้น เข้าใจเขามากขึ้นว่าเป็นอาชีพที่ต้องทุ่มเทมาก ผิดพลาดไม่ได้ และต้องเจอเรื่องหนักมาก เข้าใจเขามากขึ้นจริง ๆ 

Q : ฝากอะไรให้สาววงใน ? 

A : ความรักเวลามีปัญหาเพราะใช้อารมณ์ เป็นที่ตั้ง ต้องอย่าลืมคำนึงว่า ต้องตั้งสติและคุยกันที่ปัญหาจริง ๆ เพราะถ้าเราใช้อารมณ์เราจะขุดเรื่องอื่นมาพูด แล้วมันก็สร้างรอยร้าว สร้างบาดแผลกันไปเรื่อย ๆ จนที่หลาย ๆ คู่เลิกกันไปก็เพราะอึดอัดนี่แหละ มันไม่ได้คุยในเรื่องดี ๆกันอะ ก็อยากให้นึกถึงความรู้สึกของอีกคนให้มาก ๆ ไม่ว่าเราจะเสียใจ ให้เราเชื่อว่าอีกฝ่ายนึงก็เสียใจเหมือนกัน ฉะนั้นสิ่งที่ดีที่สุดที่อยากจะแนะนำผู้หญิงวงในทุกคน ก็คือ รู้สึกอะไรก็แชร์ ถ้าหงุดหงิดหรือโกรธก็ให้ไปตั้งสติก่อนแล้วค่อยกลับมาคุยกันดี ๆ

วันนี้เราก็ต้องขอบคุณแง่มุมดี ๆ จาก คุณบอส-นฤเบศ กูโนมาก ๆ ทำให้เราได้เห็นแง่มุมดี ๆ เยอะมาก ทั้งในแง่มุมการทำงาน กว่าจะมาเป็นซีรีส์เรื่องนึงให้เราได้ดูนั้นต้องอาศัยทั้งความตั้งใจ ความละเอียดอ่อน และความทุ่มเทในการทำงานมาก ๆ สิ่งนึงที่เราสัมผัสได้จากการคุยแบบ Exclusive ในครั้งนี้คือ Passion ล้น ๆ และความรักในสิ่งที่ทำที่ส่งผ่านมาตลอด รวมทั้งมุมมองความรักดี ๆ ที่ทำให้เรารู้สึกอินตามจนอบอุ่นหัวใจไปด้วยเลย! ครั้งหน้านะคะ ก็ฝากติดตามว่าเราจะไปคลุกวงในตั้งไมค์สัมภาษณ์ใครอีกกับ Wongnai Exclusive Podcast ค่ะ

บทความแนะนำดี ๆ 

บอส นฤเบศ กูโน
OWNER'S MESSAGE
บอส นฤเบศ กูโน
" มีสิ่งหนึ่งที่ยึดไว้เสมอ ไม่ว่าจะทำงานกับใคร คือเราต้องเป็นคนที่แม่นที่สุด รู้ทุกอย่างและแม่นจริง ๆ ... เราต้องทำการบ้านมาให้เป๊ะที่สุด พอเวลาใครถามเรา เราก็แค่คิดว่าเราตอบในสิ่งที่เราอยากได้ "