หลายคนคงคุ้นชินกับบริการ Drive-Thru ของร้านอาหาร Top-chain ใหญ่ๆ เช่น McDonal’s หรือ Starbucks แต่ในปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้ร้านอาหารอื่นๆ เริ่มใช้วิธีนี้กันมากขึ้น เพราะนอกจากจะเป็นบริการที่ช่วยเพิ่มความสะดวกรวดเร็วให้กับลูกค้าแล้ว ยังช่วยลดการปฏิสัมพันธ์หรือการสัมผัสระหว่างบุคคล ซึ่งเป็นการลดความเสื่ยงของการแพร่เชื่อไวรัสอีกด้วย
สำหรับร้านไหนที่สนใจจะเริ่มทำ Drive-Thru วันนี้ Wongnai for Business ได้สรุปเทคนิคในการเริ่มทำ Drive-Thru มาฝากทุกๆ คน ตามไปดูกันได้เลยครับ
1. มีจุดรับอาหาร Drive-Thru ที่สะดวก สะอาด และสวยงาม
เนื่องจาก Drive-Thru คือบริการที่ลูกค้าสามารถขับรถมารับสินค้าได้โดยไม่ต้องลงจากรถ ดังนั้นทางร้านต้องคำนึงถึงความปลอดภัยในการรับสินค้าเป็นอย่างมาก ต้องมั่นใจว่าร้านมีพื้นที่ที่สะดวกและเหมาะสมไม่เป็นบริเวณที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ

นอกจากนั้น ความสะอาดถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญมากในช่วงเวลานี้ ทางร้านจึงควรออกแบบให้การรับอาหารด้วยบริการ Drive-Thru เกิดสัมผัสระหว่างบุคคลน้อยที่สุด อาจสร้างจุดรับอาหาร ที่ไม่ต้องมีการส่งจากมือพนักงานโดยตรง
อีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม คือ ความสวยงามและความโดดเด่นของจุดรับ ซึ่งยิ่งจุดรับอาหารของร้านอาหารของคุณดูโดดเด่นมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งสร้างความสนใจให้กับลูกค้า และสามารถกลายเป็นจุดเด่นของร้านอาหารของคุณได้อีกด้วย
2. เมนูอาหารที่เหมาะสม

แม้รูปแบบการให้บริการจะเปลี่ยนไป แต่รสชาติของอาหารก็ยังสำคัญเสมอ ที่สำคัญคือทางร้านควรเลือกเมนูที่เหมาะสมในการทำ Drive-Thru เช่น เมนูที่สามารถคงรสชาติได้ แม้ไม่ได้รับประทานทันที เมนูที่พร้อมทาน ไม่มีขั้นตอนที่ยุ่งยาก เป็นต้น
3. ปรับบรรจุภัณฑ์หรือกล่องใส่อาหารให้สะดวกยิ่งขึ้น

แน่นอนว่าในการให้บริการเช่นนี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับการให้บริการแบบเดลิเวอรี เนื่องจากอาหารจะถูกเคลื่อนย้ายออกจากร้านอาหารเช่นกัน ต่างกันที่ Drive-Thru ลูกค้าจะมารับอาหารด้วยตนเอง ต้องยิ่งพึงระวังในการเลือกบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมแก่การเคลื่อนย้าย เพื่อลดความเสี่ยงของปัญหาต่างๆ เช่น อาหารหกระหว่างทาง เป็นต้น
4. สื่อสารอย่างครบถ้วน สม่ำเสมอ
การสื่อสารกับลูกค้าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก หากร้านจะเริ่มทำ Drive-Thru ควรโปรโมทให้กับลูกค้าได้ทราบในทุกช่องทางของร้าน เช่น Facebook Fanpage, Instagram หรือ LINE OA (Official) ว่าร้านกำลังมีบริการรูปแบบใหม่ อย่าง Drive-Thru ให้ลูกค้าได้ทดลองใช้ รวมถึงจะต้องสื่อสารให้ชัดว่ามีเมนูอะไรบ้าง

ส่วนทางหน้าร้าน ก็ควรที่จะมีป้ายประกาศ ไม่เพียงแค่บอกให้ลูกค้าทราบว่าทางร้านมีบริการ Drive-Thru เท่านั้น แต่ทางร้านก็ควรมีป้ายบอกทางว่า ลูกค้าควรขับรถวนไปทิศทางใด และจุดรับอาหารอยู่ตรงไหน เพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างความสับสนให้กับลูกค้า
5. ช่องทางการสั่งอาหารที่มีมาตรฐาน
ช่องทางออนไลน์ คือ ช่องทางที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในช่วงสถานการณ์นี้ เนื่องจากทุกคนเริ่มเคยชินกับการค้นหาอาหารบนโลกออนไลน์และสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชัน ดังนั้น การเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมลูกค้า จึงเป็นสิ่งที่เพิ่มโอกาสให้กับร้านอาหารเป็นอย่างมาก

สำหรับ LINE MAN Wongnai เอง มีฟีเจอร์ “รับที่ร้าน” (pickup) ซึ่งสามารถประยุกต์กับบริการ Drive-Thru ได้เป็นอย่างดี โดยลูกค้าสามารถสั่งอาหารผ่านแอปฯ LINE MAN และ Wongnai ไว้ล่วงหน้า แล้วชำระค่าอาหารผ่านระบบ E-payment จากนั้นค่อยเข้ามารับอาหารด้วยตนเองได้ที่ร้าน
เพียงเท่านี้ ร้านอาหารก็สามารถจัดการรูปแบบบริการ Drive-Thru เพื่อเป็นจุดเด่นใหม่เพื่อดึงดูดความสนในช่วงที่ยังมีการแพร่ระบาดของ COVID-19 จากลูกค้าได้แล้ว ได้ทั้งความรู้สึกปลอดภัยยิ่งขึ้น และเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้าได้พร้อมๆ กัน
ร้านค้าที่สนใจใช้ฟีเจอร์ "รับที่ร้าน" (Pick-up) สามารถเข้าร่วมโครงการ LINE MAN GP เพื่อเปิดบริการ "รับที่ร้าน" (Pick-up) ได้ด้วยตัวเอง สมัครได้ที่ : https://bit.ly/333EPE5
*บริการ “รับที่ร้าน” (Pickup) มีค่าบริการระบบอยู่ที่ 5% ของยอดออเดอร์ (ไม่รวม VAT)
ติดตามบทความเกี่ยวกับธุรกิจร้านอาหารเพิ่มเติม
- 9 ข้อปฏิบัติในการใช้บริการ ‘รับที่ร้าน’ (Pickup) อย่างสบายใจ
- ประโยชน์ของ “รับที่ร้าน (Pickup)” ฟีเจอร์ใหม่ที่ร้านอาหารควรใช้
- คำถามที่พบ และการใช้งานฟีเจอร์ “รับที่ร้าน” (Pickup) สำหรับร้านอาหาร
- 5 แนวทาง ปรับตัวสู่บริการ Pick-up ทางรอดร้านอาหารในช่วง COVID-19
- เพิ่มช่องทางการขายด้วยฟีเจอร์ Pickup ผ่าน Wongnai Merchant App (WMA)


