บอกลาปัญหาแก้มซีดระหว่างวันด้วยไอเทมอย่างครีมบลัชติดทน ที่จะเปลี่ยนนิยามของงานผิวให้ดูสดใสกว่าที่เคย วันนี้เราเลยจะพาทุกคนไปส่องครีมบลัชติทนให้กลืนไปกับผิวราวกับเลือดฝาดตามธรรมชาติ อยากเปลี่ยนหรือเติมเครื่องสำอางสามารถเลือกได้ตามความชอบเลยค่ะ ทุกคนน่าจะพร้อมแล้วตามไปดูกันต่อดีกว่าว่ามีอะไรน่าซื้อตามบ้าง!
วิธีการเลือก "ครีมบลัชติดทน" เลือกยังไงให้น่าใช้บ้าง!
เลือกจากเนื้อสัมผัสที่ตอบโจทย์สภาพผิว หัวใจสำคัญของความติดทนเริ่มจากความเข้ากันของเนื้อผลิตภัณฑ์กับผิวเราค่ะ
- สำหรับผิวมัน : ควรเลือกเนื้อแบบ Cream-to-Powder ที่ตอนทาเป็นเนื้อครีมเกลี่ยง่าย แต่เมื่อเซตตัวแล้วจะกลายเป็นแป้งบางเบา ช่วยลดความมันและเกาะผิวได้ดีเยี่ยม
- สำหรับผิวแห้ง : แนะนำเนื้อ Serum Blush หรือ Dewy Balm ที่มีส่วนผสมของไฮยาลูรอนหรือออยล์บำรุง เพราะจะช่วยให้เม็ดสีเนียนไปกับผิว ไม่ตกร่องหรือเป็นคราบระหว่างวัน
สังเกตระดับความโปร่งแสงและเม็ดสี (Pigmentation) ครีมบลัชที่น่าใช้ควรมีความ Buildability หรือการที่สามารถทาทับได้โดยไม่ดูหนาเตอะ
- ควรเลือกยี่ห้อที่ให้สีดูใส (Translucent) มากกว่าสีที่ดูทึบ เพราะจะช่วยให้แก้มดูมีเลือดฝาดจากภายในจริง ๆ
- หากต้องการความทนขั้นสุด ให้มองหาคำว่า Stain หรือ Tinted ซึ่งจะมีประสิทธิภาพในการฝังสีลงบนชั้นผิวเบา ๆ ทำให้สีแก้มยังคงอยู่แม้ความเงาวาวจะจางไปบ้างแล้ว
ฟินิชลุคที่เข้ากับกาลเวลา เทรนด์ปี 2026 เน้นความสวยแบบ Healthy Glow บลัชออนที่ดีควรมีเอฟเฟกต์การกระจายแสงที่นุ่มนวล (Soft Focus) เพื่อช่วยอำพรางรูขุมขนไปในตัว หลีกเลี่ยงบลัชที่มีชิมเมอร์เม็ดใหญ่เกินไป เพราะนอกจากจะดูไม่เป็นธรรมชาติแล้ว ยังมักจะหลุดลอกได้ง่ายกว่าบลัชเนื้อเนียนละเอียดค่ะ
แพ็กเกจจิ้งที่สะดวกและรักษาคุณภาพ ความน่าใช้ยังรวมไปถึงความสะดวกในการหยิบขึ้นมาเติม
- แบบแท่ง (Stick) : เหมาะสำหรับการพกพาและแต้มลงบนผิวได้โดยตรง ไม่ต้องกลัวเลอะเทอะ
- แบบหลอดบีบ : ช่วยรักษาความสะอาดของเนื้อผลิตภัณฑ์ได้ดีที่สุด และมักจะเป็นสูตรที่เข้มข้น ติดทนนานกว่าแบบกระปุกเปิดฝา
เลือกโทนสีที่ช่วยขับผิว (Undertone) เพื่อให้แก้มดูสวยละมุนตลอดวัน การเลือกสีให้ตรงกับ Undertone คือทางลัดที่ดีที่สุด
- ผิวโทนอุ่น : จะดูสดใสมากในสีส้มพีช โทนอิฐ หรือสีคอรัล
- ผิวโทนเย็น : จะดูอ่อนเยาว์ในสีชมพูนม หรือสีม่วงเบอร์รี่อ่อน ๆ
การเลือกสีที่ "ใช่" จะทำให้บลัชดูนวลเนียนไปกับผิว แม้สีจะดรอปลงระหว่างวันก็ยังดูสวยเป็นธรรมชาติค่ะ
7 ครีมบลัชติดทน ยี่ห้อไหนดี 2026 สวยละมุน แก้มระเรื่อตลอดวัน
Rare Beauty Soft Pinch Liquid Blush

สำหรับ Rare Beauty Soft Pinch Liquid Blush ลิควิดบลัชระดับตำนานที่ยังคงครองใจผู้ใช้ด้วยเม็ดสีที่แน่นชัดเพียงแค่จุดเดียวก็ให้สีที่สวยสดใส มีเฉดสีให้เลือกเยอะมาก ๆ ทั้งโทนสดใส และโทนสุภาพ สาว ๆ ที่กำลังตัดสินใจว่าซื้อแบรนด์ไหนใช้ดีแนะนำว่าเก็บแบรนด์นี้ไปดูก่อนได้ค่ะ
เนื้อสัมผัส : เนื้อลิควิดบางเบา เกลี่ยง่าย ไม่เป็นคราบ ทับแป้งได้ไม่รบกวนเมคอัพชั้นล่าง
เหมาะสำหรับ : คนที่ต้องการความติดทนขั้นสุด (Long-wear) ตั้งแต่เช้าจดเย็น และชอบงานผิวที่ดูมีมิติ
ปริมาณ : 7.5 ml.
ราคา : 1,100 บาท
พิกัด : Sephora ทุกสาขา
Source : 1
La Glace Black Magic Lip & Cheek PH Blush

เชื่อว่าทุกคนน่าจะเคยเห็น หรือว่าได้ยินและรู้จัก La Glace Black Magic Lip & Cheek PH Blush กันอยู่แล้ว สำหรับครีมบลัชติดทนเนื้อเจลสีดำโปร่งแสงที่เปลี่ยนสีตามค่า pH ของผิว ให้เฉดสีชมพูระเรื่อที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะบุคคล ดูสวยเป็นธรรมชาติเหมือนแก้มเด็ก
เนื้อสัมผัส : เนื้อเจลลี่นุ่มลื่น มอบความชุ่มชื้นแต่ไม่เหนียวเหนอะหนะ ให้ฟินิชแบบผิวกระจก (Glass Skin)
เหมาะสำหรับ : ทุกสีผิวที่ต้องการลุคแก้มอมชมพูใสๆ และคนที่ชอบความสะดวกทาได้ทั้งปากและแก้ม
ปริมาณ : 3 g.
ราคา : 289 บาท
พิกัด : ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป
Source : 1
Her Hyness Spotless Serum Blush

ต้องบอกว่าแบรนด์ Her Hyness Spotless Serum Blush ใช้นวัตกรรมครีมบลัชติดทนนาน เนื้อเซรั่มที่เน้นการบำรุงผิวไปในตัว มีส่วนผสมที่ช่วยลดโอกาสการเกิดจุดด่างดำและปกป้องผิวจากมลภาวะ ถ้ารู้ตัวว่าใช้บลัชทั่วไปไม่ได้ อยากให้ใช้แบรนด์นี้เลยค่ะ เหมาะกับคนที่ผิวแพ้ง่ายด้วย
เนื้อสัมผัส : เนื้อเซรั่มน้ำนม ซึมไว กลืนไปกับชั้นผิวได้อย่างแนบเนียน ให้ความรู้สึกเบาสบายผิวเหมือนไม่ได้ทา
เหมาะสำหรับ : ผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย ผิวเป็นสิวง่าย หรือคนที่ชอบลุค "No Makeup" Makeup
ปริมาณ : 3 g.
ราคา : 550 บาท
พิกัด : ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป
Source : 1
Canmake Cream Cheek

Canmake Cream Cheek เป็นอีกครีมบลัชยอดฮิตจากญี่ปุ่นสูตรผสมชิมเมอร์เนื้อละเอียดพิเศษ ช่วยให้แก้มดูมีประกายและมีเลือดฝาดแบบสุขภาพดี มีหลายเฉดสีให้เลือกถ้าอยากได้ครีมบลัชติดทนแบบที่สีสุภาพใช้ได้บ่อย ๆ คิดว่าแบรนด์นี้ค่อนข้างเหมาะเลยค่ะ
เนื้อสัมผัส : เนื้อเจลนุ่มๆ ที่จะเปลี่ยนเป็นเนื้อแป้งทันทีที่สัมผัสผิว (Cream-to-Powder) กันน้ำและกันเหงื่อได้ดีเยี่ยม
เหมาะสำหรับ : คนผิวมันที่กังวลเรื่องบลัชหลุดลอกระหว่างวัน และคนที่ชอบงานผิวดูฉ่ำวาวแต่สัมผัสแห้งสบาย
ปริมาณ : 4 g.
ราคา : 280 บาท
พิกัด : ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป
Source : 1
Rhode Pocket Blush by Hailey Bieber

นี่คือ Rhode Pocket Blush by Hailey Bieber เขาเป็นบลัชเนื้อบาล์มในแพ็กเกจจิ้งสุดชิคที่พกพาส่องแสงความสวยได้ทุกที่ เน้นเฉดสีที่ดูเรียบหรูและทันสมัยตามเทรนด์แฟชั่น
เนื้อสัมผัส : เนื้อครีมบาล์มเข้มข้นแต่เกลี่ยง่าย ให้ฟินิชผิวดูฉ่ำวาวและชุ่มชื้นยาวนาน
เหมาะสำหรับ : คนผิวแห้งที่ต้องการเพิ่มความโกลว์ให้ใบหน้า และคนที่ชอบเติมเมคอัพระหว่างวันได้ง่ายๆ
ปริมาณ : 5.3 ml.
ราคา : ประมาณ 3,200 บาท
พิกัด : สั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ต่างประเทศ
Source : 1
Fenty Beauty Cheeks Out Freestyle Cream Blush

Fenty Beauty Cheeks Out Freestyle Cream Blush ถูกออกแบบครีมบลัชใหติดทน เพราะนี่เป็นสูตรกันน้ำที่ออกแบบมาให้ทนต่อทุกสภาพอากาศ ไม่ว่าจะเป็นความร้อนหรือความชื้น เม็ดสีโปร่งแสงแต่บิลด์ความเข้มได้ตามต้องการ และมีเฉดสีหวานฉ่ำให้เราเลือกด้วยล่ะค่ะ
เนื้อสัมผัส : เนื้อครีมเนียนละเอียด บางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ และไม่ทำให้ดูหน้าเยิ้ม
เหมาะสำหรับ : สายกิจกรรมที่เหงื่อออกง่าย หรือคนที่ต้องการบลัชออนที่ทนต่ออากาศร้อนชื้นได้ดี
ปริมาณ : 3 g.
ราคา : 1,120 บาท
พิกัด : Sephora ทุกสาขา
Source : 1
Hourglass Unreal Liquid Blush

ถ้ามองหาครีมบลัชติดทนที่มาในรูปแบบเนื้อลิควิดต้อง Hourglass Unreal Liquid Blush เลยค่ะ ตัวครีมบลัชออนเขาใช้เทคโนโลยีการกระจายแสงขั้นสูง ช่วยให้ผิวดูเนียนสมูทและเบลอรูขุมขนไปในตัว ให้ลุคที่ดูแพงและละมุน ตัวครีมบลัชติดทนคือดีมากเกลี่ยง่ายและสีสวยด้วย
เนื้อสัมผัส : เนื้อลิควิดเข้มข้นที่เกลี่ยแล้วดูฟุ้งกระจายตัวได้ดี ให้ความรู้สึกหรูหราบนผิว
เหมาะสำหรับ : คนที่กังวลเรื่องรูขุมขนหรือผิวที่ไม่เรียบเนียน และต้องการลุคที่ดูละมุนเป็นพิเศษ
ปริมาณ : 10 ml.
ราคา : 1,650 บาท
พิกัด : ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป
Source : 1
เห็นไหมคะ ว่าเดี๋ยวนี้ตัวครีมบลัชติดทนถูกออกแบบมาให้มีเนื้อสัมผัสที่หลากหลายมาก ๆ แถมยังมีเฉดสีให้เราเลือกเยอะมาก ๆ ด้วย เพราะแก้มที่ดูมีเลือดฝาดคือหัวใจสำคัญของลุคที่ดูอ่อนเยาว์ และสดใส ส่วนเรื่องของสีทุกคนต้องดูเอาเองว่าใช้แบบไหนจะเข้า หรือว่าใช้แล้วมั่นใจ หรือถ้ามีแบรนด์ไหนที่ใช้แล้วชอบก็มาคอมเมนต์บอกต่อกันได้นะคะ
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ


