พักกาย พักใจ เที่ยวตราดได้ แบบไม่ต้องข้ามเกาะที่ De Veranio Resort
  1. พักกาย พักใจ เที่ยวตราดได้ แบบไม่ต้องข้ามเกาะที่ De Veranio Resort

พักกาย พักใจ เที่ยวตราดได้ แบบไม่ต้องข้ามเกาะที่ De Veranio Resort

มาทะเล ไม่หนีร้อน ก็หนีรัก.. วันนี้เราจะพาทุกคนมาพัก ชาร์จพลังหลังจากที่เหนื่อยล้ามาทั้งปีแบบส่วนตั๊ว ส่วนตัว มาเที่ยวตราดกันได้ทั้งครอบครัว แบบไม่ต้องข้ามเกาะ
writerProfile
29 พ.ย. 2019 · โดย
Ad ·
สนับสนุนโดย De Veranio Resort
(รายละเอียดเพิ่มเติม)

ถ้านึกถึงจังหวัดตราด หลายคนคงนึกถึงที่เที่ยวเกาะ ทั้งเกาะช้าง เกาะกูด ใช่ไหมล่ะคะ แต่สำหรับบ้านที่มีลูกน้อย หรือไม่สะดวกจะข้ามไปเที่ยวเกาะ บอกเลยว่าวันนี้หลาย ๆ คนคงต้องเปลี่ยนใจใหม่ เพราะที่ De Veranio Resort เขามีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ทั้งฟิตเนสสำหรับคุณพ่อสายเฮลตี้ สระน้ำอินฟินิตี้สุดหรูสำหรับลูกสาวสายแชะ และบรรยากาศชายทะเลสุดชิลริมหาดบานชื่น ที่จะทำให้คุณได้ใช้เวลาในวันหยุดไปกับการพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ กับรีสอร์ทระดับ 4 ดาว สุดชิล ริมหาดบานชื่น ถ้าอยากรู้ว่าที่นี่มีดียังไง ก็เก็บกระเป๋าตามมาเที่ยวตราดด้วยกันได้เลยค่ะ ระยะทางจากกรุงเทพฯ มาถึงที่ De Veranio Resort ก็ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง 30 นาที ระยะทางประมาณ 379 กิโลเมตร ขับตรงมาเรื่อย ๆ เดินทางมาไม่ยากเลยค่า ^^

Map เที่ยวตราด

สำหรับบ้านไหนที่อยากหาที่เที่ยวทะเลชิล ๆ มานอนฟังเสียงทะเลที่จังหวัดเงียบ ๆ อย่างจังหวัดตราด แต่ไม่อยากจะข้ามเรือไปเที่ยวเกาะเพราะกลัวว่าจะเดินทางลำบาก เสียเวลาเพิ่มขึ้นแล้วล่ะก็ บอกเลยว่าโรงแรมตราดอย่าง De Veranio Resort ตอบโจทย์แพลนเที่ยวตราดทริปนี้ของคุณแน่นอนค่ะ เพราะแค่เราเดินทางมาถึงที่นี่ก็สัมผัสได้ถึงธรรมชาติที่ยังคงบริสุทธิ์อยู่ แต่เลิศกว่านั้นคือที่นี่มีห้องพักให้เลือกหลายแบบมาก เรียกได้ว่ามาได้ทุกเพศ ทุกวัย จะเป็นคู่รักมาฮันนีมูน ก็เลือกพักที่ห้อง Deluxe Seaview with Balcony Tub ได้ เพราะว่ามีอ่างอาบน้ำบริเวณ Balcony เหมาะสำหรับมาสวีทกับแฟนแบบ 2 ต่อ 2 หรือจะเป็นครอบครัวที่พาเจ้าตัวน้อยมาเที่ยวทะเล ก็สามารถเลือกพักที่ห้อง Pool Villa Beach Front ที่นอกจากจะเห็นทะเลแบบเต็ม ๆ แล้ว ยังสามารถลงไปเล่นสระว่ายน้ำส่วนตัวหน้าห้องได้อีก หรือใครที่มาเที่ยวกับเพื่อนก็เลือกห้องแบบ Villa Beach Front มานั่งชิล ๆ กันหน้าห้องตอนเย็น ก็ชิลไปอีกแบบ นอกจากนี้ยังมีห้องพักอีกหลากหลายแบบให้เลือก ไม่ว่าจะเป็น Deluxe Room และ Villa Garden View 

ตราด
สวยงามตั้งแต่หน้าโรงแรมเลยค่าาา
ที่เที่ยวตราด

วันนี้เราเลยพาสาวสวยสุดชิคอย่าง “พี่การ์ตูน” มาเที่ยวตราดด้วย เลือกพักที่ห้อง “Pool Villa Beach Front” ที่บอกเลยว่าเลิศมาก เพราะสามารถมองเห็นวิวทะเลได้อินฟินิตี้ และที่สำคัญคือมีสระว่ายน้ำส่วนตัว ให้ใส่บิกีนี ถ่ายรูปปัง ๆ ลงโซเชียลได้อีก เข้ามาภายในห้อง Pool Villa Beach Front ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันค่ะคุณ ไม่ต้องกลัวว่าจะขาดตกบกพร่อง ทั้งมุมนั่งเล่น ตู้เย็น ทีวี หรือเซฟตี้บ็อกซ์ก็มา อุปกรณ์อาบน้ำก็มีครบตั้งแต่แชมพู สบู่ ไดร์เป่าผม ที่โกนหนวด รองเท้าแตะ ชุดคลุมอาบน้ำ ไหนจะมินิบาร์ในห้องพักที่สามารถทานได้ฟรี OMG!! เลิศไม่หยุด ครบเครื่องสุด ๆ ไปเลยค่ะคุณขาาา นี่บอกเลยว่าแทบไม่ต้องแพ็คอะไรมาเยอะให้หนักกระเป๋าเลยค่ะ แค่เสื้อผ้าสวย ๆ ไว้ถ่ายรูปก็เพียงพอ ฮ่า ๆ ๆ แม้กระทั่งสายโซเชียลที่อยากจะอัปเดตรูปล่ะก็ ไม่ต้องห่วง เพราะ Wi-Fi เขาแรงมาก อัปรูปได้ 10 รูปก็ยังไม่ติดขัด! 

ตราด
ธรรมดาซะที่ไหน
ที่เที่ยวตราด
มุมนี้ก็เลิศ
ที่เที่ยวตราด
ชิลสุด ๆ ไปเลยค่าาา

หลังจากที่ชวนพี่การ์ตูนถ่ายรูปจนเมมเกือบเต็ม เราก็ชวนพี่การ์ตูนออกมากินข้าวกลางวันกันที่ห้องอาหาร “Siesta” ห้องอาหารเขาก็ไม่ธรรมดานะคะคุณ ที่ห้องอาหารเซียสต้า เป็นห้องอาหารติดทะเล คือเรียกได้ว่ากินข้าวไป มองดูวิวทะเลไปได้ด้วย เลิศไม่หยุดจริง ๆ มื้อกลางวันที่ห้องอาหารเราก็สั่งมาเยอะมาก ๆ

โรงแรมตราด
วิวดีงามมากกก~

เริ่มต้นมื้อนี้ที่ เย็นตาโฟหม้อไฟซีฟู้ด (ราคา 350 บาท) ที่เสิร์ฟเครื่องมาแน่นมากกก แทบล้นหม้อ มีทั้งเนื้อกั้ง กุ้ง ปลาหมึก อัดกันมาแน่น ๆ ตามมาด้วย “ไข่หงส์คลุกฝุ่น (ราคา 220 บาท) ตามมาติด ๆ กับ “ห่อหมกซีฟู้ดในลูกมะพร้าวอ่อน(ราคา 259 บาท) ที่ใส่เครื่องแบบไม่หวง จนรสชาติแซ่บถึงเครื่อง แล้วยังมี “เมี่ยงคำปลากะพง(ราคา 259 บาท) จัดเมี่ยงคำมาแบบพอดีคำ กินพร้อมกันแล้วลงตัวอย่าบอกใคร แต่ไฮไลต์ที่เราไม่อยากให้พลาดถ้ามาถึงห้องอาหารเซียสต้า ก็คงหนีไม่พ้นเมนูอาหารพื้นบ้านที่มาถึงตราดแล้วต้องลอง “หมูชะมวง(ราคา 150 บาท) รสชาติละมุนลิ้น กินกับข้าวเปล่าคือฟินหนักมาก ต่อด้วยเมนู “ข้าวเกรียบน้ำจิ้ม (ราคา 120 บาท) แล้วปิดท้ายกันด้วยขนมหวานขึ้นชื่อของเมืองตราดอย่าง “ขนมบันดุ๊ก(ราคา 60 บาท) ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นุ่มกำลังดี ราดด้วยน้ำเชื่อมกับน้ำกะทิ เป็นอาหารพื้นบ้านที่ถือเป็นการปิดท้ายมื้อที่ดีงามสุด ๆ ไปเลยค่ะ

โรงแรมตราด
เมนูน่ากินเต็มโต๊ะเลยค่าาา
โรงแรมตราด
เย็นตาโฟหม้อไฟซีฟู้ด (ราคา 350 บาท)
โรงแรมตราด
หมูชะมวง” (ราคา 150 บาท)

หลังจากที่กินอิ่มแล้ว ก็ชวนกันออกมาเดินเล่นริมทะเล บอกเลยว่านี่ละค่ะ คือไฮไลต์ของเราในทริปนี้ บรรยากาศริมทะเลตราดของที่นี่คือเงียบสงบ ด้วยความที่เป็นหาดส่วนตัว เลยแทบไม่เห็นใครมาเดินพลุกพล่าน ทำให้เราได้สูดอากาศได้แบบเต็มที่ ใครที่บอกว่าตราดมีแค่ที่เที่ยวเกาะ ทางเราขอเถียงขาดใจค่ะ เพราะระหว่างที่เดินเล่นไปริมหาดบานชื่นเนี่ย ก็ยิ่งตกหลุมรักที่นี่ได้ไม่ยากเลย ใครจะเชื่อล่ะคะ ว่าที่ที่เงียบสงบขนาดนี้ จะไม่ได้อยู่ไกลจากตัวจังหวัดตราดมากนัก แถมหาดบานชื่นเนี่ยถือเป็นหาดทรายที่ละเอียดที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย แค่เดินเล่นริมหาดก็เพลินจนลืมเวลาแล้วค่ะ ใครที่กำลังหาที่สงบ ๆ ที่เหมาะกับการพักผ่อนที่แท้จริง เราว่าที่ De Veranio Resort ตอบโจทย์มาก ๆ เลยค่ะ แค่มาเดินเล่นริมทะเลที่นี่ ก็เหมือนได้เติมพลัง ชาร์จพลังงานกลับไปบ้านได้แบบเต็มที่ ดีต่อใจจริง ๆ 

T
โพสต์สวย ๆ ริมหาดบานชื่น
ตราด
บรรยากาศดีงาม

สูดอากาศบริสุทธิ์กันเต็มที่แล้ว ถึงเวลาออกไปหาที่เที่ยวตราดเที่ยวกัน! ถ้าใครมาพักที่นี่ เรามีที่เที่ยวที่อยู่ไม่ไกลแนะนำค่ะ “ชุมชนบ้านไม้รูด” อยู่ไม่ไกลจากรีสอร์ท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที ก็ถึงที่ ชุมชนบ้านไม้รูด เป็นที่ท่องเที่ยวแบบชุมชน ซึ่งเป็นชุมชนชาวประมงที่ยังคงวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมไว้อยู่ นอกจากนี้ ชุมชนแห่งนี้พยายามที่จะอนุรักษ์ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติเอาไว้ ให้คงความสมบูรณ์มากที่สุด มาค่ะ ตามมาที่เที่ยวตราดสไตล์ Local กัน~

ชุมชนบ้านไม้รูด

ชุมชนบ้านไม้รูด
บรรยากาศดีมาก ๆ ค่ะ > <

อาชีพหลัก ๆ ของคนที่ชุมชนนี้ก็คืออาชีพประมง หาสัตว์ทะเลมาขาย แต่ก็ยังมีกลุ่มที่อยากจะเผยแพร่ความเป็นเอกลักษณ์ จึงสร้างกลุ่มท่องเที่ยวเชิงนิเวศบ้านไม้รูด เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสวิถีชีวิตของคนใน "ชุมชนบ้านไม้รูด" เที่ยวชุมชนตราดแบบใกล้ชิด สำหรับกิจกรรมที่ชุมชนบ้านไม้รูด ก็มีตั้งแต่เดินชมวิถีชีวิตชาวบ้าน ความเป็นอยู่ บ้านเรือนที่ยังคงแบบดั้งเดิมไว้ ไปจนถึงสามารถอุดหนุนผลิตภัณฑ์ของชาวบ้านติดไม้ติดมือเป็นของฝากได้ แต่วันนี้เราขอเลือกกิจกรรมที่ตื่นเต้นขึ้นมาอีกนิด ด้วยการนั่งเรือชมธรรมชาติป่าชายเลน มีค่าใช้จ่ายต่อครั้งแค่ครั้งละ 500 บาทเท่านั้นเองค่ะ รอไม่นานก็มีคุณลุงมารับเราที่ริมน้ำ พร้อมแล้วก็ออกเดินทางไปชมป่าชายเลนกันได้เลย

นั่งเรือชมป่าชายเลน
นั่งเรือชมป่าชายเลน

ระหว่างเดินทางคุณลุงก็น่ารักมาก คอยอธิบายให้ข้อมูลตลอดการเดินทาง บอกเลยว่าบรรยากาศสองฝั่งน้ำเนี่ยดีสุด ๆ ไปเลยค่ะ เราได้เห็นวิถีชีวิตของคนในชุมชน จากมุมมองที่เราไม่เคยเห็น แล้วยังได้มาเยี่ยมชมป่าชายเลน ที่ยังมีความอุดมสมบูรณ์อยู่มาก ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง คุณลุงก็พาเรากลับมาส่งที่ท่า โบกมือลาคุณลุง ตรงท่าที่เราขึ้นมาตอนแรก การลงเรือเที่ยวครั้งนี้ประทับใจมาก ๆ เพราะนอกจากเราจะได้ซึมซับกับธรรมชาติแล้ว ยังได้เห็นรอยยิ้มที่เป็นมิตรและจริงใจของคนในชุมชน ใครที่หาที่เที่ยวตราดแบบเราก็แวะเวียนมาเที่ยวกันได้ แค่แวะมาเดินเที่ยวชุมชนตราด ถ่ายรูป ก็คุ้มแล้ว บอกเลยยย

ชุมชนบ้านไม้รูด
คุณลุงน่าร้ากกก

หลังจากที่ฟินจากการเที่ยวที่เที่ยวชุมชนบ้านไม้รูด และโบกมือลาคุณลุง ก็เริ่มหิวขึ้นมาอีกรอบ เลยกลับมาหาข้าวเย็นกินกัน แต่ไม่ต้องไปที่ไหนไกลค่ะคุณ.. กลับมาที่รีสอร์ทก็มีของกินรอต้อนรับเราอยู่เพียบ! ซึ่งมื้อเย็นที่รอเราอยู่ก็คือออ “บาร์บีคิวซีฟู้ด” มาทะเลทั้งทีต้องกินอาหารทะเลแบบจุก ๆ ที่เลิศสุดอะไรสุดก็เพราะว่าที่นี่อยู่ติดกับทะเล เลยทำให้มีอาหารทะเลสด ๆ ราคาไม่แพงให้เรากินแบบจัดหนัก จัดเต็ม ทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา (และอื่น ๆ อีกมากมายนับไม่หมดดด) เรียงรายมาเสิร์ฟเราแบบไม่ขาดสาย นอกจากนั้นเรายังสั่งเมนูอื่นเพิ่มอีก ทั้ง ต้มยำกุ้ง, ฟิชแอนด์ชิพ, ข้าวผัดปู, ทอดมันกุ้ง เรียกได้ว่าชุดใหญ่ไฟกระพริบ!! ไม่อิ่ม ไม่กลับไปนอน

pic
อาหารน่ากินทั้งนั้นเลยค่าาาา~

เมนูแน่นโต๊ะขนาดนี้ พี่การ์ตูนก็ไม่ทำให้เราผิดหวัง ชิมครบทุกเมนู แอบกระซิบมาว่าดีงามมมทุกเมนู เป็นมื้อเย็นที่อิ่มหนำสำราญจริง ๆ ใครที่มากินช่วงก่อนพระอาทิตย์ตกนี่บรรยากาศหลักล้านกว่านี้อีกค่ะ แต่แค่นี้ก็อิ่มฟิน กินกันจนแน่ท้องแล้ว ฮ่า ๆ ๆ สำหรับใครที่อยากกินบาร์บีคิวซีฟู้ดแบบพวกเรา ก็สามารถโทรบอกทางโรงแรม ไว้ก่อนล่วงหน้าได้เลยค่ะ โรงแรมจะได้มีเวลาจัดเตรียมซีฟู้ดสด ๆ ให้เราได้กิน หรือใครอยากจะหาอาหารทะเลสด ๆ มาเอง แล้วให้ทางโรงแรมจัดการให้ ก็สามารถบอกล่วงหน้าไว้ได้เลยค่ะ สำหรับคืนนี้ หนังท้องตึงหนังตาก็เริ่มหย่อน ทางเราก็ขอตัวไปนอนพักผ่อน แล้วพรุ่งนี้เช้าจะได้มีแรงมาเดินเล่นชิล ๆ ตอนเช้ากันต่อ 

pic
กุ้งตัวโต ๆ จ้าพี่จ๋า
pic
ต้มยำกุ้งน้ำข้น รสแซ่บ

ตื่นเช้ามาด้วยความสดชื่นเพราะนอนเต็มอิ่มกันทั้งคืน ทางเราก็รีบพุ่งไปที่ริมทะเล ไปเช็กอินเก็บบรรยากาศริมหาดตอนเช้า ขอบอกเลยว่าดีงามสุด ๆ มาช่วงเวลาที่ต่างกันก็ให้ความรู้สึกฟินไปคนละแบบ ช่วงเช้าน้ำทะเลก็ลด ทำให้ชายหาดกว้างจนเราสามารถลงไปเดินบนชายหาดได้แบบสบาย ๆ ดูวิวพระอาทิตย์ที่เพิ่งขึ้น บอกเลยว่า ถ่ายรูปกันเมมแทบเต็ม!! 

ตราด
โรงแรมตราด

เดินเล่นถ่ายรูปกันจนจุใจ ก็เดินมาที่ห้องอาหารเซียสต้า หาของกินเติมพลังกันต่อ อาหารเช้าที่นี่ก็จะเสิร์ฟแบบนานาชาติเลยค่ะ มีทั้งอเมริกันเบรกฟาสต์ แล้วก็ยังมีแบบอิงลิชเบรกฟาสต์ ทั้ง ไข่ดาว เบคอน ไส้กรอก มันบดทอด ให้เลือกกิน หรือจะกินข้าวต้มร้อน ๆ เพิ่มความเฟรชในตอนเช้าก็ดีงามไม่แพ้กัน นอกจากนี้ยังมีหมูย่าง ข้าวเหนียว สำหรับคนที่อยากกินหนัก ๆ หรือสาว ๆ สายเฮลตี้ที่ลดหุ่นอยู่ก็กินสลัดกันได้ นอกจากนี้ยังมีขนมปัง โยเกิร์ต คอนเฟล็ก ชา กาแฟ ให้บริการเพิ่มเลือกกันได้ตามใจ ขอบอกว่าอาหารเช้าเขาหลากหลายละลานตาสุด ๆ ไปเลยค่ะ

โรงแรมตราด
งั่มม กินไป ชมวิวไป ฟินมากก
โรงแรมตราด
ดื่มน้ำส้มสวย ๆ ค่ะ

หลังจากที่เราได้พักผ่อนแบบเต็มที่ ชาร์จพลังกันที่ De Veranio Resort แบบเต็มอิ่มกันตลอด 2 วัน 1 คืน บอกเลยว่ามาที่นี่เหมือนได้มาพักผ่อนจริง ๆ ค่ะ เพราะที่นี่สงบมาก ไม่มีแสงสีเสียงมากวนใจ ถ้าถามว่าใครเหมาะที่จะมาพักที่นี่ ก็ขอตอบเลยว่า “ทุกคน” ควรมาพักที่นี่ค่ะ เพราะเราว่าที่ ที่พักตราดอย่าง De Veranio Resort เหมาะมาก ๆ กับการมาใช้เวลากับคนที่คุณรัก ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน คนรัก และครอบครัว เพราะคุณจะได้ใช้เวลากับพวกเขาได้แบบเต็มที่ ใครที่ไม่อยากเดินทางข้ามเกาะให้ลำบาก หรือเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แนะนำให้มาพักที่ De Veranio Resort ที่พักตราดในดวงใจของเรา จะมีอะไรดีไปกว่าการได้ใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ใช้เวลากับคนที่คุณรักริมทะเล รับรองว่าใครมาต้องตกหลุมรักที่นี่เหมือนเราแน่นอน

แต่ขอบอกว่านอกจากใครที่อยากมาพักผ่อน ที่นี่ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างห้องสัมมนา ที่มีตั้งแต่ห้องเล็ก ๆ จุได้ประมาณ 30-50 คน ไปจนถึงขนาดใหญ่ที่จุได้กว่า 300-500 คน ถือว่ามีสิ่งอำนวยสะดวกให้กับแขกทุกคนจริง ๆ ค่ะ ^^

เที่ยวตราด

เต็มอิ่มกันใช่ไหมล่ะคะกับทริป พักกาย พักใจ เที่ยวตราดได้ แบบไม่ต้องข้ามเกาะที่ ที่พักตราด De Veranio Resort ที่บอกเลยว่ามาแค่ 2 วัน 1 คืน ยังสดชื่นได้ขนาดนี้ ทั้งเดินเล่นริมหาดส่วนตัว นอนชมวิวทะเลจากห้องพัก กินอาหารทะเลสด ๆ ราคากันเอง แล้วยังได้มาพักกาย พักใจ จากความเหนื่อยล้าตลอดทั้งปี ใครที่อยากหาทริปเที่ยวตราดเพิ่มก็ไปอ่านกันต่อได้ที่ ที่เที่ยวชุมชนแหลมมะขาม และ 10 ร้านเด็ดในตราด เอาไว้ใช้ตอนมาเที่ยวกัน สำหรับวันนี้คงต้องโบกมือลา ทุกคนแล้วล่ะค่า ใครอยากเที่ยวตามก็มากันได้เลย บอกเลยว่า 10 10 10 แล้วก็อย่าลืมกดติดตามเพจ Wongnai Travel กันไว้ รับรองว่าทริปไหน ๆ ก็ไม่มีพลาด แล้วเจอกันใหม่ทริปหน้าค่า บ้ายบ้ายย

คู่มือเที่ยวเกาะกูด กิน-เที่ยว-พักที่ไหน? อ่านจบ ครบที่เดียว!

แผนที่

การติดต่อ