5  ตัวช่วยบำรุงตับ ที่นักดื่มต้องรู้!
  1. 5 ตัวช่วยบำรุงตับ ที่นักดื่มต้องรู้!

5 ตัวช่วยบำรุงตับ ที่นักดื่มต้องรู้!

5 ตัวช่วยแนะนำนักเที่ยวคอทองแดงที่ดื่มแอลกอฮอลล์เป็นประจำ หรือนักกินแหลกสายโหดที่โหยหาเมนูบุฟเฟ่ต์ตลอดเวลา ก่อนจะเสี่ยงโรคตับแข็ง หรือโรคตับอักเสบ
writerProfile
18 ธ.ค. 2015 · โดย

นักเที่ยวคอทองแดงที่ดื่มแอลกอฮอลล์เป็นประจำ หรือนักกินแหลกสายโหดที่โหยหาเมนูบุฟเฟ่ต์ตลอดเวลา ถ้ากำลังกังวลกับสุขภาพที่ทรุดโทรม แล้วมองหาตัวช่วย ไม่ให้ดิ่งลงไปมากกว่านี้ วันนี้เรามี “ตัวช่วย” มาแนะนำกัน ก่อนที่จะตกอยู่ในสภาวะเสี่ยงต่อโรคตับ เราควรบำรุงดูแลตับให้แข็งแรง ไม่ต้องรอให้เสี่ยงโรคตับแข็ง หรือโรคตับอักเสบ ด้วยตัวช่วยต่อไปนี้กัน!

เมนูแครอท

เมนูแครอท

ได้แก่ เค้กแครอท, สลัดแครอท, ยำแครอท, ซุปแครอท ฯลฯ

คุณประโยชน์ของแครอท : สามารถล้างสารพิษที่สะสมอยู่ในตับ ทำความสะอาดตับจากน้ำดีและขจัดไขมันส่วนเกินออกจากตับ

เมนูถั่วเขียว

เมนูถั่วเขียว

ได้แก่ ถั่วเขียวนมสด, ถัวเขียวน้ำต้มขิง, ถัวเขียวต้มน้ำตาล, น้ำถั่วเขียว ฯลฯ

คุณประโยชน์ของถั่วเขียว : เหมาะสำหรับบำรุงตับ ช่วยให้ตับขับสารพิษออกจากร่างกาย

เมนูมันฝรั่ง

เมนูมันฝรั่ง

ได้แก่ มันฝรั่งต้มหรือนึ่ง

คุณประโยชน์ของมันฝรั่ง : ช่วยในการบำรุงตับได้เป็นอย่างดี ถือเป็นอาหารบำรุงตับ รับประทานคู่กับเมนูเห็ดยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพในการบำรุงตับ

เมนูแอปเปิ้ล

เมนูแอปเปิ้ล

ได้แก่ แอปเปิ้ลพาย, แยมแอปเปิ้ล, สลัดแอปเปิ้ล, ยำผลไม้รวม (เน้นแอปเปิ้ล), น้ำแอปเปิ้ล

คุณประโยชน์ของแอปเปิ้ล : สามารถขจัดสารพิษตกค้างทั้งที่ตับและที่ไต

สารอาหารบำรุงตับชนิดแคปซูล

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ให้ฟอสโฟไลปิดชนิดฟอสฟาติดิลโคลีนพร้อมด้วยโครเมียมและซิงค์

  1. ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
  2. ผู้ที่ทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต หรือแป้งในปริมาณสูง เนื่องจากถ้าทานคาร์โบไฮเดรต หรือแป้งมากเกินไปร่างกายจะเปลี่ยนเป็นไขมันไตรกลีเซอไรด์ แล้วสะสมอยู่ที่เซลล์ตับ
  3. ผู้ที่ชอบทานอาหารที่มีไขมันสูงจะมีความเสี่ยงในการได้รับไขมันไตรกลีเซอไรด์มากเกินจำเป็น
  4. ผู้มีโรคเกี่ยวกับระบบการเผาผลาญไม่ดี เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน
  5. ผู้ที่ไม่ชอบการออกกำลังกาย

ใครที่ควรทาน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ช่วยดูแลตับ

เป็นอาหารเสริม ที่มีส่วนผสมของสารอาหาร 3 ชนิด ที่ช่วยเสริมและบำรุงสุขภาพตับ คือฟอสโฟไลปิดชนิดฟอสฟาติดิวโคลีน ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของเยื่อหุ้มเซลล์ในร่างกายรวมถึงในเซลล์ตับด้วย มีโครเมียมที่ช่วยร่วมกับอินซูลินในการนำกลูโคสเข้าเซลล์ มีซิงค์ที่ช่วยในการทำงานของเอนไซม์ต่างๆในร่างกาย ทานง่ายไม่ยุ่งยาก

- ให้สารสำคัญฟอสฟาติดิลโคลีน 300 มิลลิกรัมต่อแคปซูล- โครเมียมร่วมกับอินซูลินในการนำกลูโคสเข้าเซลล์ - มีซิงค์ที่ช่วยในการทำงานของเอนไซม์ต่างๆในร่างกาย เพียงวันละ 2 แคปซูลทุกวัน ประโยชน์ของ ฟอสโฟไลปิดชนิดฟอสฟาติดิลโคลีน - ช่วยทำให้เยื่อหุ้มเซลล์ต่างๆมีความแข็งแรง (รวมถึงในเซลล์ตับด้วย)- ช่วยให้การทำงานของตับมีประสิทธิภาพมากขึ้น - ลดการอุดตันของนิ่วในถุงน้ำดี (Gall Stones)

ประโยชน์ของ Zinc (สังกะสี)

- ช่วยในการทำงานของเอนไซม์ในกลไกการกำจัดแอลกอฮอล์ ซึ่งถือเป็นสารพิษในตับและมีส่วนช่วยในการทำงานของสารต้านปฏิกิริยาอ๊อกซิเดชั่น (Potent Anti-oxidants) ที่มีอยู่ในร่างกาย

ประโยชน์ของ โครเมียม

- ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและโรคเบาหวาน

5 สัญญาณบ่งชี้ว่าตับคุณอาจมีปัญหา!

1) มีอาการเครียด ขี้หงุดหงิด อารมณ์ฉุนเฉียวและตกใจง่าย

2) มีอาการปวดแน่นชายโครงเป็นบางครั้ง และมีอาการตึงเกร็งที่กล้ามเนื้อช่องท้องหรือปวดท้องน้อยบ่อย และรู้สึกร้อนวูบวาบที่ช่องอก

3) มักจะนอนหลับยาก มักจะง่วงนอนตอนกลางวัน และมีอาการอ่อนเพลียไม่มีเรี่ยวแรง

4) จะรู้สึกว่ามีอะไรจุกอยู่ในคอหอย กลืนก็ไม่ลงหรือจะคายก็ไม่ออก และทำให้เบื่ออาหาร มีอาการท้องอืดท้องเฟ้อคล้ายอาหารไม่ย่อย เรอบ่อย

5) มีผิวหน้าซีดเหลือง จะไม่มีเลือดฝาดและมีฝ้าบนใบหน้า

6) บริเวณมุมปากและริมฝีปากจะหมองคล้ำ ส่วนลิ้นจะออกสีม่วงคล้ำ และขอบลิ้นจะมีรอยกดทับของฟัน

7) มีอาการเจ็บหรือคัดเต้านม โดยจะเป็นหนักขึ้นช่วงก่อนจะมีประจำเดือนสำหรับผู้หญิง และสำหรับผู้ชายจะปวดหน่วงอัณฑะ

8) จะรู้สึกหายใจไม่เต็มท้อง จึงต้องถอนหายใจบ่อยๆ

9) มีอาการท้องร่วงหรืออุจจาระหยาบและไม่จับตัวเป็นก้อน

สาเหตุของการเกิดโรคตับมีหลายประการและที่พบบ่อย คือ

1) การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในปริมาณที่มากเกินไป ติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะการที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาก ๆ จะทำให้เกิดความผิดปกติในการใช้โปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรตในตับ จึงทำให้เกิดภาวะตับอักเสบและเรื้อรังได้จนกลายเป็นโรคตับแข็ง และผู้หญิงจะเป็นโรคตับแข็งได้มากกว่าผู้ชาย

2) การเป็นโรคตับอักเสบเรื้อรัง เป็นการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรือไวรัสตับอักเสบซี จนทำให้ตับอักเสบเป็นเวลานานหลายปี ก่อนที่จะกลายเป็นโรคตับแข็งในที่สุด ไวรัสตับอักเสบบีและซีเป็นเชื้อไวรัสที่สามารถติดต่อกันทางเลือดและการมีเพศสัมพันธ์ การติดเชื้อเป็นพาหะนั้นมักเกิดโดยไม่รู้ตัว

3) เกิดภาวะไขมันสะสมในตับ ซึ่งจะพบได้ในผู้ป่วยโรคเบาหวานหรือโรคอ้วนหรือไขมันในเลือดสูง

4) จากการรับประทานยาบางชนิด และทำให้เกิดภาวะตับอักเสบเป็นระยะเวลานาน ๆ เช่น ยาแก้ปวด ยาลดไข้พาราเซตามอล ยาปฏิชีวนะเตตราไซคลีน ยารักษาวัณโรคบางชนิด

5) โรคทางพันธุกรรมบางโรคที่ทำให้เกิดตับแข็ง เช่น โรคทาลัสซีเมีย

6) ภาวะหัวใจวายเรื้อรัง จะทำให้เส้นเลือดคั่งที่ตับ และเลือดไหลเวียนในตับน้อยลง จึงทำให้เนื้อตับขาดภาวะออกซิเจนจนตายลง

7) พยาธิบางชนิด เช่น พยาธิใบไม้ในเลือดอาจจะทำให้เกิดตับแข็ง

ผู้ป่วยโรคตับแข็งมักจะปรากฏอาการเริ่มแรกนั้นในช่วงอายุระหว่าง 40 - 60 ปี แต่ถ้าพบในคนอายุน้อยก็ มักจะมีสาเหตุจากตับอักเสบจากเชื้อไวรัส และมีอาการค่อนข้างรุนแรง

การป้องกันไม่ให้เกิดโรคตับ

1) หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก ถ้าหากตรวจพบว่าเป็นพาหะของเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรือซี ห้ามดื่มโดยเด็ดขาด

2) ให้ฉีดวัคซีนป้องกันตับอักเสบจากไวรัสบี ซึ่งนิยมฉีดกันตั้งแต่แรกเกิด

3) ต้องระมัดระวังการใช้ยาที่มีพิษต่อตับ

ดังนั้น ถ้าเราสังเกตตัวเองว่ามีสัญญาณเตือนความผิดปกติดังกล่าว อาจบ่งว่าสุขภาพตับเริ่มจะไม่แข็งแรง มีโรคภัยซ้อนเร้นอยู่ จึงควรไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจเพิ่มเติมว่า สมรรถภาพการทำงานของตับและสาเหตุของความผิดปกตินั้นเกิดจากอะไร

แต่สิ่งสำคัญที่สุดเพื่อให้ห่างไกลจากโรคที่ทำให้ “ปวดตับ” เราควรจะดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยรับประทานอาหารที่สะอาดและมีคุณค่าทางโภชนาการในปริมาณที่เหมาะสม ร่วมกับออกกำลังกาย เพื่อควบคุมน้ำหนักและลดพุง

เรื่องตับเป็นเรื่องอันตราย ไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้ากว่าจะรู้ก็สายเกินแก้ ปกป้องตับของคุณให้มีสุขภาพที่ดีกันนะ

ขอบคุณข้อมูลดูแลตับจาก //www.blackmores.co.th