หากจะพูดถึงร้านเกาเหลาเนื้อในตำนานย่านหัวลำโพงหรือวงเวียน 22 คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า ร้านเอี่ยมโภชนา คือเบอร์ใหญ่ในย่านนี้ ที่จำเป็นต้องไปโดนให้ได้สักครั้ง โดยมีเมนูชื่อดังขึ้นหิ้งที่ทุกคนต้องสั่งก็คือ เกาเหลาเนื้อนุ่ม ชุ่มลิ้น รสชาติฟินแบบขึ้นสวรรค์ ซึ่งได้รับการการันตีจากนักชิมทั่วทุกสารทิศว่าเป็นเกาเหลาเนื้อสูตรดั้งเดิมที่ไม่ต้องแต่งเติมอะไรมาก และเปิดให้บริการมายาวนานกว่า 80 ปี จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เราต้องมาลงพื้นที่พิสูจน์ความจริงกัน

เมื่อสองเท้าก้าวเหยียบลงตรงหน้า ร้านเอี่ยมโภชนา ซึ่งเป็นห้องแถว 3 คูหาในตรอกเล็ก ๆ บนถนนไมตรีจิต ก็ไม่ทำให้เรารู้สึกวิจิตรพิสดารอะไรมากนัก ผิดกับที่เราคิดไว้ว่าน่าจะเป็นร้านใหญ่ ติดแอร์อย่างดี มีดนตรีคลอเบา ๆ แต่ภาพที่เราเห็นนั้นค่อนข้างสวนทางกับจินตนาการพอสมควร เพราะบริเวณหน้าร้านนั้นเปิดโล่งเป็นโซน Open Air มีลูกค้าหลากรุ่น หลายวัย ที่ตั้งใจมารอร้านเปิดตอน 5 โมงเย็น เพื่อต้องการบรรลุภารกิจเช็กอินเป็นคนแรกของร้าน หรือพูดกันตามภาษาบ้าน ๆ ก็คือมาเปิดร้านนั่นเอง

เราไม่รอช้ารีบจับจองโต๊ะว่างบริเวณด้านในเพื่อรอเป็นบอสใหญ่คนสำคัญของร้านนี้ที่ชื่อว่า “เจ๊กิม” คุณสุธิกาญจน์ แสวงมณีเสถียร ซึ่งถือว่าเป็นทายาทรุ่นที่ 3 ของ ร้านเอี่ยมโภชนา ผู้ซึ่งสามารถพาร้านใหญ่ในตรอกเล็ก ๆ แห่งนี้ ผ่านวิกฤติมาได้ครั้งแล้วครั้งเล่า จนเราต้องยกนิ้วให้ในความสตรองเลยทีเดียว

“เจ๊กิม” เริ่มเล่าที่มาที่ไปของร้านให้เราฟังว่า “ตอนแรก ร้านเอี่ยมโภชนา ไม่ได้เป็นร้านใหญ่แบบที่เห็นทุกวันนี้นะ เราเริ่มต้นจากการขายแบบหาบเร่ แผงลอยมาก่อน เพราะบริเวณนี้เมื่อก่อนเป็นร้านขายยางรถยนต์ ก็จะมีลูกค้าหลักเป็นกรรมกร คนขับรถโดยสาร คนขับรถสามล้อ และคนขับรถบรรทุก ส่วนใหญ่จะเป็นคนอีสาน ซึ่งเขาชอบกินเนื้อเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เขาก็เลยบอกปากต่อปากไปเรื่อย ๆ จนเริ่มมีคนต่างถิ่นแวะมากินมากขึ้น พอปี พ.ศ.2519 เป็นจังหวะดี เราก็เลยเข้ามาตั้งร้านตรงนี้จนถึงปัจจุบัน”


จนกระทั่งปี 2535 ก็เกิดวิกฤติกับร้านเอี่ยมโภชนา เนื่องจากการระบาดของโรคแอนแทรกซ์ ซึ่งมีสาเหตุมาจากเนื้อวัว ส่งผลให้จำนวนลูกค้าลดลงไปมากจนร้านอาหารประสบปัญหาขาดทุน จนทำให้ตัว "เจ๊กิม" เองรู้สึกว่าต้องทำอะไรสักอย่าง จึงทำการพลิกโฉมร้านครั้งใหญ่ ด้วยการบรรจุเมนูหมูลงไปเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ แต่ใครจะคาดคิดว่าทุกวันนี้ กลุ่มลูกค้าจะจดจำภาพลักษณ์ของร้านเอี่ยมโภชนาว่าเป็นร้านอาหารที่ขายหมูกระทะ มาพร้อมน้ำจิ้มสูตรเด็ด รสชาติไม่เหมือนใคร หากินที่ไหนไม่ได้ มากกว่าการเป็นร้านเนื้อในตำนานเหมือนวันวานที่ผ่านมาเสียแล้ว

“เจ๊กิม” เล่าเสริมประสบการณ์ที่เธอนำร้านผ่านวิกฤติมาครั้งแล้วครั้งเล่าว่า “ร้านอาหารกับวิกฤติมันเป็นของคู่กัน อยู่ที่เราจะอดทนกับมันได้ไหม ร้านเราก็เปลี่ยนแปลงมาตลอด อย่างตอนที่ขายเนื้อไม่ได้เราก็มาขายหมู หรืออย่างตอนโควิดที่ผ่านมาเขาห้ามนั่งกินที่ร้าน เราก็ต้องปรับมาขายอาหารตามสั่งแล้วให้คนซื้อกลับบ้านแทน ขายอาหารต้องใจเย็น ๆ กว่าคนจะติดไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกอย่างมันต้องใช้เวลา ที่สำคัญการขายอาหารต้องเน้นคุณภาพ ของต้องสด ใหม่ ไม่ทิ้งไว้ค้างคืน เราต้องซื่อสัตย์กับลูกค้า เขาถึงมากินตลอด”


มาถึงตอนนี้เราจะเห็นว่า ร้านเอี่ยมโภชนา มีวิวัฒนาการทางอาหารและรสชาติที่ดีมาโดยตลอด ตั้งแต่ยุคแรกที่เริ่มขายเนื้อก็โด่งดังมากในย่านพระนคร พอเปลี่ยนมาขายหมูกระทะก็ปังอีก จนถึงตอนนี้แม้แต่เมนูอาหารตามสั่งอย่าง สุกี้ ผัดหมี่กระเฉด หรือจะเป็นหอยแครงลวกเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด ก็ล้วนแล้วแต่เป็นเมนูยอดฮิตติดชาร์ตด้วยกันทั้งนั้น แต่พอเราได้มาเห็นเจ๊กิมลงไปพูดคุยกับลูกค้าแล้วแทบไม่แปลกใจเลยว่าทำไมขายอะไรก็ดี เพราะเจ๊กิมจะมีวลีติดปากยอดฮิตอยู่อย่างหนึ่งก็คือ “อาหารรสชาติเป็นยังไง ห้ามชมนะ ให้ติมา” มันแสดงออกถึงความใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ และพร้อมจะนำความคิดเห็นของลูกค้าไปปรับปรุงให้ได้สิ่งที่ดีที่สุดนั่นเอง


พูดถึงเรื่องร้านกันมามากแล้ว เรามาดูเมนูยอดฮิตของที่ ร้านเอี่ยมโภชนา กันบ้างว่าจะอร่อยจริงเหมือนที่ใคร ๆ บอกไหม เริ่มต้นกันที่ "เมนูหม้อไฟเนื้อ" เสิร์ฟพร้อมน้ำซุปรสเด็ดที่เคี่ยวจากกระดูกและมันวัวอย่างดี ทำให้มีกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วโต๊ะ เมื่อกินคู่กับเนื้อวัวหมักสูตรพิเศษที่หนานุ่ม ไม่เหนียว เคี้ยวง่าย ต้องบอกว่าเต็มสิบไม่หักเลยดีกว่า ใครอยากมาลองเมนูนี้ก็มี 2 ราคาให้เลือกคือ ชุดใหญ่สำหรับ 3-4 คน ราคา 300 บาท หรือชุดเล็กสำหรับ 2 คน ราคา 250 บาท


หากมา ร้านเอี่ยมโภชนา ตอนนี้ถ้าไม่ได้กิน "เมนูหมูกระทะ" กับน้ำจิ้มรสเด็ดของที่นี่ถือว่าพลาด จนอาจต้องกลับไปลงทะเบียนเรียนซ้ำอีกครั้ง เพราะอย่างที่บอกไว้ตั้งแต่ตอนต้นแล้วว่า น้ำจิ้มหมูกระทะที่มีครบทุกรสชาติ จะบอกว่าเป็นน้ำจิ้มสุกี้ก็ไม่ใช่ หรือจะเป็นน้ำจิ้มซีฟู้ดก็ไม่เชิง แต่ที่แน่ ๆ คือ สั่งกันแทบทุกโต๊ะ บางคนถึงกับขนาดขอมากินเปล่า ๆ หรือราดข้าวสวยก็มี หากอยากลองเมนูนี้มีค่าเสียหายเริ่มต้นเพียง 220 บาทเท่านั้นเอง


ปิดท้ายกับเมนูที่เราชอบมาก ขอยกให้เป็นเมนู The Best of The Best ที่นอกเหนือจากสองเมนูแรกก็คือ "หมี่ผัดกระเฉด" ราคาจานละ 70 บาท เพราะความรู้สึกแรกที่ได้กินเมนูนี้มันดีมาก ๆ จนต้องขออนุญาต "เจ๊กิม" เข้าไปดูวิธีทำถึงในครัว เพราะนอกจากรสชาติที่กลมกล่อมถึงเครื่อง มีกลิ่นผักกระเฉดหอมกรุ่นกำลังดี อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราประทับใจก็คือการผัดโดยใช้ไฟแรงที่ทำให้รู้สึกได้ถึงกลิ่นกระทะโบราณที่สาบสูญไปจากความทรงจำอันนานแสนนาน ถือเป็นอีกหนึ่งเมนูบ้าน ๆ ที่ได้รสชาติโบราณแบบสุด ๆ แทบจะเรียกได้ว่ากินไปขนลุกไปเลยทีเดียว



สุดท้ายนี้เมนูต่าง ๆ ที่เราได้แนะนำไปเป็นเพียงส่วนหนึ่งในความประทับใจที่อยากแชร์ให้ทุกคนได้รับรู้เท่านั้น จริง ๆ แล้วที่ ร้านเอี่ยมโภชนา ยังมีเมนูที่น่าค้นหาอีกมากมาย หากใครอยากสัมผัสกับบรรยากาศร้านอาหารบ้าน ๆ รสชาติถูกใจ มากับใครก็ดี สามารถมากินที่ร้านได้ โดยร้านเอี่ยมโภชนาเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 17.00-03.00 น. ของทุกวัน หรือหากใครไม่สะดวกก็สามารถใช้บริการผ่าน LINE MAN ได้ ที่นี่ เลย
การเดินทาง
สามารถเดินทางมาได้โดยรถยนต์ส่วนตัวมุ่งหน้ามาวงเวียน 22 กรกฎาคม จากนั้นวิ่งเข้าสู่ถนนไมตรีจิตประมาณ 100 เมตร ร้านจะอยู่ในซอยขวามือ จุดสังเกตคือหน้าปากซอยจะมีป้ายบอกทางและร้านขายยางรถยนต์อยู่
หากใครเดินทางด้วยรถไฟใต้ดินสามารถมาลงที่สถานีหัวลำโพง แล้วออกประตูที่ 1 หรือ 2 ก็ได้ จากนั้นเดินข้ามถนนพระรามที่ 4 มุ่งหน้าไปวงเวียน 22 กรกฎาคม ประมาณ 800 เมตร และเปลี่ยนเส้นทางเข้าสู่ถนนไมตรีจิตอีกประมาณ 100 เมตร ร้านจะอยู่ขวามือในซอย หน้าปากซอยจะมีร้านขายยางและป้ายบอกทางเข้าร้านตั้งอยู่

![[รีวิว] เอี่ยมโภชนา ร้านอาหารดีที่ไม่ได้มีแค่เนื้อ คุ้มค่าจนต้องท้าลอง](https://img.wongnai.com/p/400x0/2020/11/25/85c78c8917034e42b9eab207a331c941.jpg 400w)


