"ผมมักจะแนะนำให้ลูกค้าใช้มือกินเลย ฟีลลิ่งมันได้อะ"
เชฟแบงค์ เชฟลูกครึ่งหนุ่มไทย-มาเลเซีย กล่าวขณะเท “บีร์ยานี” หรือข้าวหมกร้อน ๆ ลงบนใบตองผืนใหญ่บนโต๊ะ ตามมาด้วยสลัดสลอว์สไตล์เอเชีย มันฝรั่ง กระเทียมเผา พริกแคชเมียร์ และอีกหลายอย่างที่ล้วนเป็นองค์ประกอบยิบย่อยแต่ก็สำคัญ ไฮไลท์อยู่ที่ขาหมูทั้งขาที่ใช้เวลาทำอย่างต่ำ 30 ชั่วโมง ซี่โครงแพะชิ้นโต ปีกไก่ศรีราชา และอาหารทะเล 2-3 อย่าง วางแน่น ๆ อยู่บนข้าวหมก จบเสิร์ฟด้วยการโรยกากหมูเจียวกรุบ ๆ ทำเอาเราอ้าปากค้างว่าจะอะไรมันจะเยอะแยะเต็มโต๊ะขนาดนั้น!

นี่คือประสบการณ์ส่วนหนึ่งที่ลูกค้าจะได้สัมผัสจาก “อารมณ์ควัน” ร้านอาหารน้องใหม่สไตล์ Private dining จนเกือบ ๆ จะเป็น Chef’s table ขาดก็แต่ครัวไม่ได้อยู่หน้าโต๊ะกินข้าว แต่เมนูและการเสิร์ฟของที่นี่ โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนความเป็นตัวตนของ “เชฟแบงค์ วิชชณุ เปรมภักตร์” ที่เติบโตมาในครอบครัวฝั่งคุณพ่อเชื้อสายอินเดียน-มาเลย์ และฝั่งคุณแม่เชื้อสายไทย-จีน เชฟจึงได้กินอาหารแนวแขก ๆ ฝีมือคุณย่า และโตมากับร้านก๋วยเตี๋ยวของคุณยาย บวกกับเชฟแบงค์ทำงานร้านอาหารตั้งแต่ยังเด็กและมักถูกจับไปอยู่สเตชั่นย่าง ๆ เผา ๆ ประจำอยู่หน้าเตาตลอดหลายปี จนปลดล็อคสกิลด้านการใช้ “ควัน” ประกอบอาหาร


ก่อนจะมาตั้งเป็นร้าน Private Dining แบบนี้ เส้นทางของ “อารมณ์ควัน” เริ่มต้นขึ้นที่ท้ายกระบะคันเล็ก ที่ถูกดัดแปลงเป็นร้านบาร์บีคิวเคลื่อนที่ โดยเชฟแบงค์จับมือกับหวานใจคนไทย “คุณปอ ทิพย์อาภา บุญช่วย” ใช้เวลาหลังเลิกงานประจำ ออกตระเวนเปิดท้ายขาย “ของย่าง” ในโซนสุขุมวิท พร้อมพงษ์ อโศก เริ่มออกตั้งแต่ 4-5 ทุ่มยาวไปจนถึงตี 3 จนมีลูกค้าติดใจรสมือของเชฟจำนวนไม่น้อย แต่ดันมาเจอกับสถานการณ์ Covid-19 ระบาดเมื่อปีที่แล้ว มาตรการล็อคดาวน์ทำให้ทั้งคู่จำต้องเลิกขายแบบเปิดท้าย เน้นออกอีเวนต์แนว Food truck และ Delivery แทน แต่แฟนคลับก็ยังคงคิดถึงและถามหาอยู่เรื่อย ๆ เมื่อต้นปีที่ผ่านมานี้ พวกเขาจึงตัดสินใจปรับพื้นที่ในบ้านพักให้กลายเป็นร้านอาหารที่มีโต๊ะเดียว “อารมณ์ควัน” จึงเป็นร้านอาหารน้องใหม่ที่เปิดได้เดือนกว่า ๆ แต่กลับมีคิวจองยาวไปถึงเกือบกลางปี ส่วนสำคัญเกิดจากความประทับใจทั้งรสชาติอาหารที่โดดเด่น และบรรยากาศที่อัดแน่นไปด้วยความสนุก จากรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ตั้งแต่ลายผ้าบาติกบนกำแพง เสียงเพลงมาเลย์เซียเก่า ๆ ลีลาการเสิร์ฟและเรื่องเล่าจากเชฟแบงค์ ก็ล้วนสร้างประสบการณ์อันแปลกใหม่ จนลูกค้าคนไทยและต่างชาติบอกต่อกันว่าควรไปลองสักครั้ง


ถ้าถามว่า “อารมณ์ควัน” เสิร์ฟอาหารแนวไหน ทางร้านให้นิยามว่าเป็น “Asian Smokery” ก็แล้วกัน เพราะที่นี่จริงจังกับการใช้ควันประกอบอาหารในแบบเอเชีย โดยลงรายละเอียดตั้งแต่การรมควันวัตถุดิบด้วยกาบมะพร้าวและเดินเตาเผากันแบบมาราธอน อย่างเมนูซิกเนเจอร์ของที่นี่ มีชื่อว่า “30HRS Smoked Pork Knuckle Biryani” เป็นข้าวหมกขาหมูสไตล์เปอรานากัน ขาหมูอ้วน ๆ ผ่านขั้นตอนการหมัก เผา และแกง รวมกัน 30 ชั่วโมง ซึ่งขั้นตอนการรมควันนั้น ใช้เวลา 9 - 12 ชั่วโมงเลยทีเดียว ตัวขาหมูมีความหยุ่นของชั้นไขมันและความนุ่มของเนื้อ แถมรสแกงก็จัดจ้านดีมาก นอกจากขาหมูรมควันที่เป็นตัวชูโรงของร้านแล้ว ยังมี “Smoked Goat Ribs Curry” ที่ตีคู่สูสีในรสชาติ ซี่โครงแพงเนื้อนุ่มไร้กลิ่นคาว ผ่านการรมควันกว่า 5 ชั่วโมงและเครื่องแกงที่เคี่ยวนานจนเข้าถึงเนื้อ พอมาเจอกับข้าวบาสมาติของบีร์ยานีแล้วจึงกลายเป็นความแปลกใหม่ แต่ทุกอย่างกลับเข้ากันได้อย่างลงตัว เวลาที่ใช้มือหยิบข้าวแต่ละคำเข้าปาก จะเจอกับวัตถุดิบแต่ละตัวโผล่มาทักทาย เพื่อสร้างความสนุกแบบไม่ซ้ำกัน ทั้งกากหมูกรุบ ๆ มันฝรั่งนุ่ม ๆ พริกสดเผ็ด ๆ และมีผักสลัดเอเชียนสลอว์กับโยเกิร์ตโฮมเมดหรือ “House curd” มาเบรกไม่ให้เลี่ยน ซึ่งวัตถุดิบที่สร้างความเซอร์ไพร์สให้มากที่สุดนั้น ต้องยกให้กระเทียมเผาสูตรพิเศษที่ทางร้านเรียกว่า “Evil Garlic” ถือว่าร้ายกาจและเด็ดดวงสมชื่อ


ใครที่อ่านรีวิวนี้จบแล้วอยากเก็บไว้เป็นเช็กลิสต์ แนะนำให้ยกหูถามคิวกับทางร้านไว้ตั้งแต่วันนี้ เพราะที่นี่รับแค่วันละ 2 โต๊ะเท่านั้น คือรอบ Lunch 1 โต๊ะ รับกลุ่มเล็ก 2 - 5 ท่าน และรอบ Dinner 1 โต๊ะ รับกลุ่มใหญ่ 6 - 10 ท่าน ราคาอยู่ที่ท่านละ 1,850 บาท ในคอร์สจะมี Starter สุดพิเศษ ของหวานที่ยังไม่หลุดธีมรมควัน และเครื่องดื่มลับของเชฟแบงค์ แม้ว่าช่วงนี้ จะมีมาตการงดนั่งรับประทานอาหารในร้านจากสถานการณ์โรคระบาด อีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่ไม่อยากรอจนกว่าทุกอย่างจะกลับมาเปิดเป็นปกติ ทางร้านก็ให้บริการ Delivery เช่นกัน ทั้งสะดวก ปลอดภัย และไม่ต้องรอต่อคิวนาน ๆ ด้วย


สำหรับเมนู Delivery ทางร้านทำเป็น “Biryani series” เป็นเบสข้าวหมกบีร์ยานีจับคู่กับเนื้อสัตว์หรือเห็ด มีให้เลือกทั้งหมด 4 เมนู ได้แก่ “30HRS Smoked Pork Knuckle” ขาหมูรมควัน, “Smoked Goat Ribs” ซี่โครงแพะรมควัน, “Smoked Baby Chicken” ไก่รมควัน และ“Smoked Portobello” เห็ดพอร์โตเบลโล่รมควัน ตัวเลือกสำหรับมังสวิรัติ โดยแต่ละเมนูจะจัดใส่หม้อดินเผาสุโขทัยขนาดใหญ่ กินได้ 5-6 คน ที่สำคัญเชฟแบงค์และคุณปอยังแอบลงรายละเอียด โดยการสั่งทำลายบาติกลงบนหม้อ พร้อมยกให้ลูกค้าเก็บไว้เป็นที่ระลึกหลังกินเสร็จ แต่สำหรับลูกค้าที่อยากกินคนเดียวแบบจบในตัว ก็สามารถสั่งแบบ Single serve ได้ แต่ทางร้านจะจัดใส่ใบบัวและห่อผ้ามาให้แบบน่ารัก ๆ ไม่ทิ้งความเป็น Authentic Asian แม้ลูกค้าจะนั่งกินที่บ้านนั่นเอง


นอกจากตัวบีร์ยานีที่เสิร์ฟคู่กับเนื้อสัตว์แล้ว เรายังได้ลิ้มรสเมนูบาร์บีคิวเจ๋ง ๆ อีก 2 อย่าง ในเมนู “Bbq series” นั่นคือ “Sriracha Wings” ปีกไก่ไซส์จัมโบ้ หมักซอสศรีราชาเข้มข้น และใช้เวลารมควันนานถึง 4 ชั่วโมง ทำให้เมนูที่ดูธรรมดา มีรสชาติที่ไม่ธรรมดาขึ้นมาได้ อีกตัวคือ “Bbq Baby Bok Choy” บาร์บีคิวบ็อกชอยย่างกรุบ ๆ แต่เผ็ดซี้ดด้วยพริกแคชเมียร์ ซึ่งทั้ง 2 จานนี้ ก็เข้ากับข้าวบีร์ยานีที่เป็นจานหลักได้ดี หรือจะกินเป็นเมนู starter ก่อนจะเริ่มจานหลักก็ได้ ส่วนราคาของอาหาร Delivery เริ่มต้นที่ 200 บาท และค่อย ๆ ไต่ไปตามวัตถุดิบและปริมาณ ซึ่งราคาสูงสุดไม่เกิน 1,350 บาท และเนื่องจากอาหารของที่ร้านค่อนข้างใช้เวลาในการเตรียมหลายขั้นตอน จึงต้องมีการจองคิวล่วงหน้าก่อน ซึ่งสามารถติดต่อกับทางร้านโดยตรงที่เบอร์ 0656895899 และ 0884958213
การเดินทาง
297/2 ร้านตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 49 (บ้านประตูสีน้ำตาล ตั้งอยู่ระหว่างปากซอยสุขุมวิท 49/17 และ 49/19) แขวง คลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร

![[รีวิว] อารมณ์ควัน ASIAN SMOKERY](https://img.wongnai.com/p/400x0/2021/05/12/8bf268e6deb24fb8839ca4b4ec2736e8.jpg 400w)


