
#วงในบอกมา
- ในตอนแรกทางร้านได้ไปจ้างร้านทำรอกเพื่อส่งของแต่เนื่องจากเกิดความรุนแรงของเชื้อโรคอย่างรวดเร็ว ทางร้านจึงได้คิดค้นภูมิปัญญาการทำรอกส่งของขึ้นด้วยงบประมานเพียง 200 บาท และใช้เวลาในการทำเพียงคืนเดียว
- ทางร้านยึดหลัก "Social Distancing" ในการเดินหน้าร้านต่อไป ซึ่งในตอนแรกที่ทำรอกนี้ขึ้นหลายต่อหลายคนก็หัวเราะ และมองว่าเป็นเรื่องตลก แต่ร้านเชื่อว่าเราล้วนต้องเริ่มต้น และมองหาทางออกให้กับปัญหาด้วยความสนุก
- แต่หากไม่สะดวกมาที่หน้าร้านก็สามารถสั่งเดลิเวอรีได้ง่าย ๆ เพียงคลิก ที่นี่

“ห่างกันสักพัก แต่ยังรักอยู่นะ” ประโยคน่ารัก ๆ ที่ไม่ได้มาจากคนรัก แต่มาจากคนที่ห่วงใยเราอย่างร้าน “Art of Coffee” ร้านกาแฟ ม. เกษตรศาสตร์ บางเขน ที่ยังคงยืนหยัดจะขายแม้ในวันที่มหาวิทยาลัยสั่งปิด แต่ร้านไม่คิดจะเลิกขาย สู้ด้วยการนำแนวคิด “Social Distancing” สร้างรอกส่งของให้กับลูกค้า อะไรกันนะที่เป็นแนวคิดในการทำรอกแบบนี้ ไปหาคำตอบที่ “คุณอภิรักษ์ ฉ่ำรักษ์สินธุ์” และ “คุณกุลภา สงวนเกียรติ” เจ้าของร้านกัน


“จริง ๆ เราตื่นตัวกับเรื่องนี้มานานแล้ว ช่วงแรก ๆ ที่เริ่มประกาศโรคระบาดนี้เราก็มีการแจกหน้ากากอนามัยให้นักศึกษาฟรี ๆ เริ่มแจกเจลล้างมือให้ลูกค้าใช้ แต่มันมาวิกฤตตรงที่ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมามหา’ลัยสั่งปิดกันหมด เราเลยเริ่มรู้สึกว่ามันหนักมาก เราห่วงทั้งลูกน้องและลูกค้าที่จะมา เราเลยเริ่มทำรอกนี้ขึ้น จะไปจ้างร้านทำก็รอเวลานานไม่ทันใจ เลยทำเองเลย” คุณกุลตอบด้วยความตั้งใจ

ด้วยความที่ร้านตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัย และเมื่อมหาวิทยาลัยสั่งปิด ทำไมเรายังสามารถยืนหยัดที่จะขาย ไม่ปิดร้านแบบร้านอื่น ๆ
“ถึงจะเจอปัญหาแค่ไหน แต่ลูกน้องเรายังต้องอยู่ต้องกิน เราทิ้งเขาไม่ได้ ทุกปัญหามีทางออก และทางออกของเราไม่ใช่การยอมแพ้ แต่เราจะสู้อย่างสนุก เราชอบแนวคิด Social Distancing เราแค่ห่างกันสักพัก เราเลยเอาแนวคิดนี้มาใช้ว่าธุรกิจของเราห่างได้แบบไหนให้สนุก ตอนแรกที่ทำรอกส่งของร้านอื่น ๆ มองว่าเราทำอะไร หัวเราะเราว่าตลก ใครจะไปซื้อ แต่กลายเป็นว่าลูกค้าเราสนุกมากเวลามาซื้อ เขาเหมือนได้เล่นเกม ได้ซื้อวิธีใหม่ ๆ กลายเป็นทั้งปลอดภัย และสบายใจไปในตัว” คุณกุลตอบด้วยรอยยิ้ม

อดนับถือใจคุณกุลไม่ได้ที่ยังมีรอยยิ้มในวันที่ร้านต้องเจอปัญหาอย่างหนักหน่วง ลูกค้าหลักที่เป็นนักศึกษาก็หายไปกับตา แต่เราไม่เห็นถึงท่าทีที่ดูกังวลหรือทุกข์ใจใด ๆ ของคุณกุลเลย
“สิ่งที่น่ากลัวกว่าโรค คือความกลัวที่เราสร้างขึ้นนะ เราอย่าเพิ่งตื่นตระหนก เราแค่ต้องมองปัญหาด้วยสติ แก้ปัญหาไปทีละจุด เราอยากให้หลาย ๆ ร้านค่อย ๆ ช่วยกัน สะกิดกันคนละนิด เพื่อช่วยกันรับผิดชอบต่อสังคม โอเค ลูกค้ากลัวการสัมผัสใช่ไหม ลูกน้องกลัวการเจอลูกค้าใช่ไหม ได้ เราหาช่องทางแก้ปัญหาให้ จริง ๆ การทำธุรกิจเราเจอปัญหาทุกวันอยู่แล้ว ถ้ามัวแต่เครียดธุรกิจเราจะไปไม่ได้ เราต้องเรียนรู้การแก้ปัญหา เราก็ไม่ได้ทุนหนา รอกส่งของที่เราสร้างก็ราคาแค่ 200 บาทเอง สิ่งสำคัญที่พอเจอปัญหาต้องคิดแล้วรีบทำ รีบแก้ไข เน้นว่าต้องรีบ เราไม่มีเวลามานั่งกังวลแค่เรื่องตัวเองหรือกำไร แต่เราควรใส่ใจทุกคน นั่นคือสิ่งสำคัญของการทำธุรกิจ ถ้ามีแนวคิดตรงนี้ ให้เจอกี่ปัญหา ธุรกิจเราก็เดินไปได้” คุณกุลตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น


ไม่นานกาแฟมากมายก็เดินทางผ่านสายพานมาให้เราชิม เมนูที่สร้างความแปลกใจให้เราไม่น้อยคงหนีไม่พ้น “Cloudy Americano” (60 บาท) เป็นกาแฟดำไนโตรที่อัดฟองด้วยกรรมวิธีพิเศษของทางร้าน ฟองนุ่มนวลเหมือนใส่นมแต่ไม่ใส่นม สำหรับคนที่อยากกินกาแฟดำแต่ได้รสนุ่มนวล ให้รสชาติแสนเซอไพรส์ ที่หายไม่ได้ง่าย ๆ ตามมาติด ๆ กับ “ลาเต้ โคคูโตะ” (80 บาท) ลาเต้สูตรพิเศษที่ใช้น้ำตาลโคคูโตะเป็นน้ำตาลที่เพิ่มความหอม ซ้อนไปด้วยน้ำผึ่งเคี่ยว นุ่มหอมเด็ดทั้งกาแฟที่คั่วเองและซีรัปที่เพิ่มเข้าไป

เอาใจสายชาเชียวอย่าง “ชาเขียวใบหม่อน” (60 บาท) อุดมด้วยคุณประโยชน์ คล้ายชาเขียวมัทฉะ แต่ไม่มีคาแฟอีน เพราะใช้ชาที่เป็นผักชนิดที่เสิรมสร้างประโยชน์ต่อร่างกาย ความพิเศษอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญของทางร้านคือชาต่าง ๆ ของท่ีนี่ใช้วิธีการสกัดสด ๆ จากเครื่องชงกาแฟ และชาที่ทางร้านประดิษฐ์ขึ้นมาเอง ทำให้ได้กลิ่นและรสชาติที่เพิ่มมากขึ้น ใครสายชาห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง
หลังจากเจอวิกฤตโควิด-19 ก็ได้อ่านข่าวที่ทำให้กังวลใจมากมาย การมาพบกับคุณกุลทำให้เราพบว่า การยอมแพ้อาจทำให้ปัญหาจบอย่างรวดเร็ว และผลที่ตามมามักจะน่าเจ็บปวด แต่การสู้และตามให้ทันปัญหานั้นยังพอมีทางให้ลุ้นว่าทางรอดจะออกมาทางไหน อย่างคุณกุลที่คิด และเริ่มสร้างรอกส่งของอย่างทันทีเพื่อสู้กับปัญหา กลายเป็นว่าลูกค้าได้สนุกกับช่องทางการซื้อใหม่ ๆ อีกทั้งยังเป็นตัวอย่างให้กับร้านอื่น ๆ ได้เป็นอย่างดี
ติดตามบทความน่าสนใจได้ที่




