ของสวยงามกับสาว ๆ มักเป็นคู่แท้ต่อกันเสมอ เพื่อน ๆ คิดอย่างนั้นไหมคะ ยกตัวอย่างจากวาฬนี่แหละค่ะ ที่ชอบมอง ชอบใช้สิ่งสวยงาม ซึ่งน้ำหอมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ก็แหม กลิ่นหอมขนาดนี้จะไม่ใช้ชื่นชอบได้ยังไงล่ะ แต่ถ้าจะให้ควักเงินซื้อน้ำหอมกลิ่นที่ชอบรัว ๆ ก็เกรงว่าจะไส้แห้งตาย เลยอยากจะทำน้ำหอมใช้เองซะเลย จึงลองเสิร์ชหาเวิร์กช็อปทำน้ำหอมแล้วก็มาเจอที่ Bangkok Soap Opera สตูดิโอผู้ผลิตเครื่องประทินผิวและสบู่จากธรรมชาติที่ Steps With Theera คาเฟ่ในเอกมัยซอย 10 และสเปซสำหรับการเรียนรู้สนุก ๆ ของเด็กพิเศษค่า

จุดเด่นคลาส Natural Perfume Workshop (1,700 บาท) ของ Bangkok Soap Opera ที่ถูกใจวาฬสุด ๆ ก็ตรงเป็นการเรียนทำน้ำหอมจากน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติหลากหลายกลิ่น โดย Ms. Maria Kalita ชาวยูเครนผู้ก่อตั้ง Bangkok Soap Opera ตั้งใจแชร์ความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการทำสบู่ น้ำหอม และผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่าง ๆ โดยเป็นสูตรใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติมากที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงสารเคมี และเพื่อเป็นการรักษาสุขภาพของโลกใบนี้ให้ยังคงงดงามอยู่เสมอ


คลาส Natural Perfume Workshop ก็เป็นหนึ่งในหลักสูตรฮอตฮิตของที่นี่เลย เพราะนอกจากจะออกแบบน้ำหอมกลิ่นพิเศษของตัวเองแล้ว ยังได้เรียนรู้ทฤษฎีการปรุงน้ำหอมเบื้องต้นอีกด้วย เริ่มแรกคุณมาเรียให้ลองแยกกลิ่น Essential Oil ออกเป็นแต่ละประเภท เช่น ดอกไม้ ซีตรัส เครื่องเทศ และกฎข้อแรกของการทำน้ำหอมคือ เลือกว่าประโยชน์ของกลิ่นหอมนั้นว่าช่วยในเรื่องใด เช่น กลิ่นหอมของลาเวนเดอร์ ช่วยผ่อนคลาย เมื่อเลือกได้แล้ว ให้ลองหา Essential Oil ที่มีประโยชน์ตามต้องการ จากนั้นให้จัดแยกเป็นกลุ่มกลิ่นหอมต่าง ๆ อีกครั้งตาม 7 ประเภท ข้างต้น


แล้วเราก็จะมาจับคู่กลุ่มน้ำหอมว่ากลุ่มใด เข้าได้ดีกับกลุ่มใด ตรงนี้เพื่อน ๆ ในคลาสสงสัยกันใหญ่เลยค่ะ ว่าถ้าเราไม่ชอบกลิ่นนี้ ไม่เอาได้ไหม เอาออกได้ไหม หรือชอบกลิ่นนี้ เอามาใส่เพิ่มได้เองรึเปล่า ตรงนี้มาเรียบอกว่า หากเราคัดแต่สิ่งที่เราชอบทั้งหมด เราก็จะไม่ได้ประโยชน์อะไรจากกกลิ่นหอมนี้ เพราะของที่ดีต้องหอมและมีประโยชน์ด้วย


ในที่สุดก็ถึงเวลาเลือกว่ากลิ่นไหนจะเป็น Top Note กลิ่นที่เมื่อเปิดหรือฉีดจะได้กลิ่นมากที่สุดเป็นกลิ่นแรก Middle Note กลิ่นที่คงอยู่นานที่สุดของทั้งหมด และ Base Note กลิ่นที่หลงเหลือสุดท้ายจากทุกกลิ่น ซึ่งวาฬชอบกลิ่นซินนานามอนจึงเลือกเป็น Base Note และกลิ่นที่คิดว่าเข้ากันได้ดีก็ต้องเป็นกลิ่นสดชื่นอย่างเกรปฟรุต เป็น Top Note แต่ก็อยากได้ Middle Note หอมหวานแบบวานิลลา แต่เอ...มีแค่สามกลิ่นเหมือนมันขาดอะไรบางอย่าง มาเรียจึงแนะนำว่าให้ลองเอากลิ่นหอมกลุ่มอื่นมาเบลนด์กันได้ ตรงนี้นี่แหละค่ะ เพื่อน ๆ ในคลาสยิ่งสนุกกันใหญ่ เพราะได้ลองกลิ่นที่ชอบมาผสมกันให้พิเศษยิ่งขึ้น ลงบนกระดาษทดลองก่อนผสมจริง

วาฬจึงเลือกลาเวนเดอร์กับกลิ่นดอกพิกุลเข้ามาเสริม ผลปรากฎว่าปลื้มมากมาย จากนั้นจึงหยด Essential Oil ตามสูตรน้ำหอม แล้วเท Cocoa Butter เหลวลงตลับ นำไปแช่เย็นชั่วครู่ อดใจรอสักนิด Solid Perfume ก็ออกมาถึงมือ เพียงแค่ได้เปิดตลับมาเท่านั้นแหละค่ะ กลิ่นหอมนำของซินนามอนที่เข้าโอบกอดความสดชื่นของเกรปฟรุตได้อย่างลงตัว ผสมผสานเข้ากับความอ่อนหวานของลาเวนเดอร์ พิกุลและวานิลลาได้อย่างพอดิบพอดี เหมือนว่าได้นั่งเล่นในห้องครัวที่กำลังอบขนมท่ามกลางทุ่งดอกไม้ที่ส่งกลิ่นหอมโชยมาตามสายลม...ช่างเป็นกลิ่นที่ลงตัวสำหรับวาฬมาก ๆ ส่วนเพื่อน ๆ ในคลาสต่างผสมน้ำหอมออกมาได้เป็นเอกลัษณ์เฉพาะตัว ทั้งกลิ่นดอกไม้ที่อบอวนอย่างอ่อนละมุน กลิ่นแนวป่าสุขุมนุ่มลึก แต่ละคนปรุงน้ำหอมออกมาไม่มีใครเหมือนใครเลย

แทบไม่น่าเชื่อว่าการเรียนทำน้ำหอม Natural Perfume Workshop ที่ Bangkok Soap Opera จะมีอะไรให้เรียนรู้มากขนาดนี้ ตั้งแต่การแยกประเภทกลิ่น ประโยชน์ต่าง ๆ รวมไปถึงการจับคู่กลิ่นที่ลงตัว และการได้ดมกลิ่นหอมแปลก ๆ ที่ไม่นึกว่าจะนำมาเป็นน้ำหอมได้ อย่างกลิ่นผักชี ดอกบัว เครื่องเทศและสมนุไพร แต่ที่ปลื้มมากมายคือ การได้ลองปรุงน้ำหอมเป็นกลิ่นของตัวเองที่ชอบมากที่สุดบนโลกนี้ค่ะ :)

การเดินทาง
Bangkok Soap Opera เปิดคลาสสอนทำสบู่ เวิร์กช็อปน้ำหอม ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เช่น เซรั่มบำรุง ลิปบาล์ม สครับ ที่ Step with Theera ในซอยเอกมัย 10 เหมาะสำหรับคนทุกกลุ่มที่ชื่นชอบงานแฮนด์เมดแบบธรรมชาติที่สามารถทำได้เอง และนำไปใช้ได้จริงแบบหอม ๆ >o<


