ใครชอบกินปูยกมือขึ้น!! ว่าด้วยเรื่องของปู ถึงแม้จะแกะยากแค่ไหน ก็ขอให้ได้กินปูสด ๆ เนื้อหวาน ๆ มันฟินอะไรอย่างงี้ แต่รู้หรือไม่คะว่า ในช่วงปี 53 ได้เกิดวิกฤตขาดแคลนปูอย่างหนัก ชาวประมงไม่มีปูให้จับ ชาวบ้านไม่มีปูให้ขาย ปูหายาก และราคาแพง เกือบไม่มีของอร่อยให้กินกันแล้วนะเนี่ย
วันนี้ทีมงาน Wongnai หาดใหญ่ ขอพาทุกคนมาที่อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา มารู้จักกับร้านลับ ๆ ริมทะเลสาบสงขลา ศูนย์การเรียนรู้เพาะฟักลูกปูบ้านหัวเขาหรือที่เรียกกันว่า ‘ธนาคารปู’ นี่เองค่ะ

เดินทางมาไม่ยากเลยค่ะ จากเกาะยอ ขับรถข้ามสะพานติณฯ ตรงมาเรื่อย ๆ เข้าสู่อำเภอสิงหนคร ตรงไปจนสุดทางจะเจอกับสามแยก ให้เลี้ยวขวาไปทางท่าแพขนานยนตร์ค่ะ แล้วขับตรงทะลุเขาเข้าซอยเล็ก ๆ ซอกแซกเล็กน้อย ประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะเจอร้านอยู่ทางซ้ายมือ เห็นป้ายสีน้ำเงินใหญ่ ๆ แบบนี้เลย

พี่ชำนาญ (วิทยากรผู้เชี่ยวชาญประจำธนาคารปู) เล่าให้พวกเราฟังค่ะว่า จากวิกฤติ พ.ศ. 2553 ปูที่มีอยู่ในทะเลอ่าวไทยตามธรรมชาติเริ่มหมด หาปูทานได้ยากมาก ทำให้ “ลุงนันต์” (ผู้ก่อตั้งธนาคารปู) เริ่มมีคำถามที่ว่า เราจะเเก้ไขปัญหานี้ยังไงดี.. จนวันนึงได้บังเอิญเห็นตัวอย่างการทำธนาคารปูของจังหวัดชุมพร ผ่านทางรายการทีวีค่ะ จึงเกิดเป็นทางออกและตัดสินใจเริ่มทำธนาคารปู

ซึ่งธนาคารปูนั้น เริ่มต้นจากการรวมกลุ่มประมงพื้นบ้าน ป.ทรัพย์อนันต์ ที่อยู่ในจังหวัดสงขลา มีสมาชิกประมาณ 200 คน จากนั้นจึงมีการศึกษาให้ความรู้กับชาวบ้าน ใช้ความรู้เชิงวิชาการควบคู่กันไปกับภูมิปัญญาชาวบ้าน สอนการเขี่ยไข่ปูจากแม่ปู แล้วนำมาฝากเพาะที่ธนาคารปู ทำความเข้าใจไม่ให้ชาวบ้านนำแม่ปูที่มีไข่นอกไปขาย เพราะจะได้นำลูกปูไปปล่อยสู่ธรรมชาติ คืนกำไรสู่การกลับคืนอย่างไม่มีวันหมด

หากใครสนใจเรียนรู้วัฏจักรการพัฒนาการของปู หรืออยากทราบรายละเอียดการเพาะเลี้ยงปู กุ้ง หอย ก็สามารถเข้าไปศึกษาเรียนรู้ได้ค่ะ พี่ชำนาญใจดี บรรยายให้ฟังแบบละเอียดเลย


ปัจจุบันธนาคารปู บ้านหัวเขา จังหวัดสงขลา เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่มี นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เข้ามาศึกษาดูงาน ทำวิจัยมากมายค่ะ กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อทุกคนจริง ๆ ความเสียสละของผู้นำและสมาชิกกลุ่มประมงพื้นบ้าน ป.ทรัพย์อนันต์ และความตั้งใจจริงในการเพาะฟักลูกปู ทำให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จ และสามารถปล่อยปูคืนสู่ธรรมชาติได้มากกว่าปีละ 150 ล้านตัวเลยล่ะคะ

และแน่นอนว่า การทำศูนย์การเรียนรู้ย่อมต้องมีการจัดการต่าง ๆ ที่ยังต้องการงบประมาณเข้ามาดูแลค่ะ ทำให้ป้าต้อย ภรรยาลุงนันต์ คิดทำร้านอาหารขึ้นมาเพื่อรองรับต้นทุนค่าใช้จ่าย และเป็นการดูแลผู้ที่แวะเวียนเข้ามาศึกษาดูงานที่ธนาคารปูด้วย ทำให้ที่นี่เป็นเหมือนการแวะเข้ามาทานอาหารที่บ้านแบบเรียบง่าย ได้ทานปูสด ๆ อาหารทะเลสด ๆ พร้อมความรู้แบบเต็ม ๆ ค่ะ


ไปดูกันว่า วันนี้ป้าต้อย จัดเมนูเด็ด ๆ อะไรมาให้พวกเรากินกันบ้าง
ว้าววว! มาถึงถิ่นปู ไม่กินปูม้านึ่งได้ยังไง จริงไหมคะ “ปูม้านึ่ง” กิโลกรัมละ 450 บาท ปูม้าสด ๆ จากทะเลสงขลา ลุงนันต์ออกเรือไปจับปูสด ๆ เกือบทุกวัน รับรองความสดซิง ๆ เลยค่ะร้านนี้ จะมาทานที่ร้าน หรือโทรมาสั่งซื้อก็ได้นะ ทางร้านบริการนึ่งปูให้ฟรี พร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดสุดแซ่บเลยค่ะ



หากทานที่ร้าน ทางร้านก็แกะกระดอง สับมาให้เป็นชิ้น ๆ ทานง่าย ทุบก้ามให้เรียบร้อย ลูกค้าประจำติดใจ บอกต่อปากต่อปาก มานั่งกินปูกันเป็นกิโล ๆ เลยล่ะค่ะ

และทีเด็ดที่ต้องสั่งทุกโต๊ะเลยค่ะ “ข้าวผัดปู” 300 บาท ข้าวผัดปูทางร้านใช้ข้าวอย่างดี ผัดออกมาเม็ดสวยกลิ่นหอม สูตรพิเศษอยู่ที่การใส่เนยและน้ำมันงาเพื่อให้ข้าวผัดหอมเด้ง โรยด้วยเนื้อปูแกะหวาน ๆ แนะนำเลยจานนี้ แต่ถ้าใครมาน้อยคน ไม่อยากสั่งจานใหญ่ก็สามารถแจ้งทางร้านได้ค่ะ จานเล็กเริ่มต้นที่ 50 บาทเท่านั้น




ชวนเพื่อน ชวนครอบครัวไปทานกันเลย แนะนำว่าให้โทรไปก่อนนะคะ เพราะร้านไม่ใหญ่มากนะ มีที่นั่งริมน้ำ 3-4 โต๊ะ และห้องแอร์ประมาณ 10 โต๊ะค่ะ ป้าต้อยเน้นบริการที่เป็นกันเอง เหมือนรับแขกมาทานอาหารที่บ้านแบบสบาย ๆ ได้กำไรไม่มาก แต่มีความสุขที่ได้ทำค่ะ

ทางศูนย์การเรียนรู้เพาะฟักลูกปูก็ยังมีกิจกรรมดี ๆ เพื่อปลูกจิตสำนึกด้านอนุรักษ์ ให้สามารถเข้าร่วมกิจกรรมปล่อยปู และเยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้เพาะฟักลูกปู เพื่อสร้างความตระหนัก และรู้ถึงวงจรชีวิตและประโยชน์ของการปล่อยลูกปูคืนสู่ธรรมชาติค่ะ
กิจกรรมดี ๆ แบบนี้ สามารถรวมกลุ่มกับเพื่อน ๆ เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมสนุก ๆ ตั้งแต่ 20 คน ขึ้นไปค่ะ จะมีการนำเที่ยว นั่งเรือไปปล่อยลูกปูที่เกาะหนู พร้อมทานอาหารทะเล ในราคาท่านละ 500 บาท นะคะ


สอบถามเพิ่มเติม จองโต๊ะ โทร. 080-711-8265, 081-767-6513
อย่าลืมพกกล้องติดมือไปถ่ายรูปสวย ๆ เอามาฝากกันบ้างน้า แล้วอย่าลืมติดตามบทความดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่เพจ ร้านอร่อยหาดใหญ่ by Wongnai นะคะ เจอกันใหม่ครั้งหน้า จะมีเรื่องราวอะไรน่าสนใจมานำเสนอ รอติดตามน้า




