[รีวิว] Flavour Factorโกดังความสุขขุมทรัพย์ทาสรักเนื้อ และหมูกรอบ
  1. [รีวิว] Flavour Factorโกดังความสุขขุมทรัพย์ทาสรักเนื้อ และหมูกรอบ

[รีวิว] Flavour Factorโกดังความสุขขุมทรัพย์ทาสรักเนื้อ และหมูกรอบ

ใครว่าเนื้อกับหมู ไปด้วยกันไม่รอด! วันนี้เราท้าให้คุณพิสูจน์ กับร้าน Flavour Factor โกดังที่เต็มไปด้วยเนื้อ และหมูกรอบสูตรเด็ดที่ทำให้คนน้ำลายสอกันนักต่อนัก!
writerProfile
16 พ.ย. 2020 · โดย
ร้าน Flavour Factor Grill and Bistro
Flavour Factor Grill and Bistro ย่านสุขุมวิท 26 

“เนื้อ บาร์เกลือ และหมูกรอบ” ใครจะคิดว่าสามอย่างที่ดูเข้ากันไม่ได้ จะสามารถรวมตัวกันอย่างกลมกล่อมอยู่ใน Flavour Factor ร้านอาหารสไตล์ Grill and Bistro ย่านสุขุมวิท 26 ที่ได้ชื่อว่าเป็นโกดังแห่งความสุขสำหรับนักล่าอาหารโดยแท้จริง และวันนี้เราในฐานะที่เป็นผู้เกิดมากับอุดมการณ์อันแรงกล้าอย่างการแสวงหาของเด็ดทั่วโลกมาใส่ปากให้ได้มากที่สุดก่อนลงหลุมนั้น ได้รับเกียรติอย่างมากในการเข้าไปไขความลับว่าอะไรคือเบื้องหลังที่ทำให้ทุกเมนูของร้านนั้นเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม และความสุขจากผู้ที่ได้ลิ้มลอง ถ้าอยากรู้คำตอบพวกนั้นแล้วล่ะก็ เตรียมท้องให้ว่าง แล้วตามไปชิมกันเลย! 

บรรยกาศร้าน Flavour Factor
หน้าร้าน Flavour Factor โกดังสีขาวที่ซ่อนขุมทรัพย์เมนูเด็ดไว้มากมาย

บ่ายแก่ ๆ ท่ามกลางความวุ่นวายของมหานครกรุงเทพฯ ใครจะรู้ว่าในซอยสุขุมวิท 26 มีโกดังสีขาวสะอาดขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กตั้งอยู่ พร้อมกับป้ายหน้าร้านที่เขียนว่า “Flavour Factor” ชื่อร้านที่น่าดึงดูดนั้น เหมือนกำลังกวักมือเชิญชวนให้เหล่านักกินผู้หิวโหยมาลิ้มลองรสชาติอาหารที่ไม่เหมือนใครในโกดังแห่งนี้ และเราก็ไม่ลังเลเลยที่จะรับบัตรเชิญ และก้าวเข้าไปด้านในอย่างเต็มใจ

บรรยากาศร้าน Flavour Factor
บรรยากาศยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของโกดังชัดเจน 

บรรยากาศภายในร้านยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ความเป็นโกดังอย่างชัดเจน ทั้งเค้าโครงเหล็ก และหลังคาโปร่งด้านบน “เชฟธี” ธี-ธีรวัฒน์ ชื่นสมบุญ เจ้าของร้านเล่าให้ฟังว่าแต่ก่อน ร้านนี้เคยเป็นโกดังเก็บชิ้นส่วนรถ แต่หลังจากเลิกกิจการไป ก็ได้ให้ทีมสถาปนิกที่รู้จักมารีโนเวทให้ใหม่ ในสไตล์ Industrial Loft ผสมผสานเข้ากับ Interior Scape เน้นความดิบของเหล็ก แต่สอดแทรกความอบอุ่นของโต๊ะไม้ และต้นไม้จริงที่แซมอยู่ทั่วร้าน “เป็นความดิบแต่ไม่กระด้าง” ตามคำบอกเล่าของเชฟนั่นเอง

บรรยากาศร้าน Flavour Factor
ตกแต่งสไตล์ดิบแต่ไม่กระด้าง 

ขณะที่เดินทอดน่องชมบรรยากาศร้านอยู่นั้น เราได้ถามเชฟธี ว่าอะไรคือความแตกต่างระหว่างเนื้อที่นี่กับเนื้อของร้านอื่น และได้รับคำตอบกลับมาว่า “ปกติแล้วร้านทั่ว ๆ ไปจะเลือกใช้เนื้อที่มาจากไพร์มคัต อย่างเช่น เทนเดอร์ลอยน์ ที่หลายคนคุ้นหู แต่ที่นี่เราได้ผสมเนื้อ “Secondary Cut” ที่เป็นเหมือนเนื้อนอกสายตาเพิ่มเข้ามา ไป ๆ มา ๆ ก็เลยกลายเป็นพระเอกของร้านไปซะอย่างนั้น” เชฟยิ้มอย่างภูมิใจ แล้วอธิบายต่อว่า

“เนื้อของเราจะเป็นวากิว ซึ่งเป็นแบบฟูลบัล ทำให้ได้รสชาติของเนื้อที่หนักแน่น แถมยังสามารถทำ Marbling สูง ๆ ในราคาที่จับต้องได้” และนั่นคือคาแรกเตอร์ของร้านที่แตกต่างจากที่อื่น 

ระหว่างนั้นเอง สายตาเราก็ดันไปจ้ะเอ๋เข้ากับชั้นวางแปลกตาที่มีขวดใส่เครื่องปรุงวางเรียงรายอยู่ พร้อมทั้งมีป้ายกำกับว่า “Salt” และนั่นทำให้เรารู้ว่านี่คือ “บาร์เกลือ” อีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่ไม่พูดถึงไม่ได้ของร้านนี้ เชฟธีเล่าให้ฟังถึงคอนเซปต์ของบาร์นี้ว่า

“มีคำบอกที่ว่า เนื้อดีที่ดี กินคู่กับเกลือก็พอแล้ว แต่ในตัวเกลือนั้นมันมีความหลากหลายในตัวมันเอง ทั้งรสชาติเค็มแหลม เค็มนวล บางตัวติดหวานปลาย ๆ ซึ่งเวลากินเนื้อมันมีความสนุกในการกินคู่กับเกลือแต่ละชนิด เราเลยอยากให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ใหม่ ๆ แบบนี้บ้าง”

พอฟังจบทางเราก็ได้แต่อ้าปากค้างไปตาม ๆ กัน บอกเลยว่าตลอด 20 ปีที่ผ่านมา รู้จักแค่เกลือทำอาหาร กับเกลือล้างผัก พอมาเจอสารพัดเกลือจากหลากหลายประเทศแบบนี้ ก็ได้แต่ขอคาราวะให้แก่ความใส่ใจลูกค้าของเชฟธีเค้าจริง ๆ ค่ะ 

บาร์เกลือของร้าน Flavour Factor
ชอบเค็มแบบไหน บาร์เกลือที่นี่มีให้เลือกทุกรสชาติ

เดิน ๆ คุย ๆ กันจนเมื่อยแล้ว ก็ได้เวลาที่เชฟธีจะเข้าครัว จัดแจงนำสารพัดเมนูเด็ดของเชฟมาเสิร์ฟในเราชิม โดยเมนูแรกเชฟเลือกเป็น “Wayu Picanha” (ไซส์ 250 กรัม 1,000 บาท, ไซส์ 350 กรัม 1,400 บาท) เนื้อนอกสายตาชั้นดีจากออสเตรเลีย นำไปย่างให้สุกแบบมีเดียมแรร์ ซึ่งความพิเศษของทางร้านคือ ลูกค้าสามารถระบุอุณหภูมิของเนื้อได้เลยตามชอบ อีกหนึ่งเคล็ดลับที่ทำให้เนื้อนุ่ม ชุ่มน้ำของที่นี่คือ “การหั่น” ที่แตกต่างจากร้านทั่ว ๆ ไป 

เชฟธี ได้กระซิบบอกเราว่า ตัวเขาได้ผ่านการอบรมจาก MLA (Meat And Livestock Austrsalia) ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งทำให้มีเทคนิคการหั่นเฉพาะตัว ทำให้ได้เนื้อที่นุ่มแตกต่างจากที่อื่นนั่นเอง รสชาติของเนื้อที่ได้จะหนักแน่น เมื่อกินคู่กับ Wholegrain Mustard ที่เสิร์ฟมาด้วยกัน บอกเลยว่าเข้ากันสุด! หรือจะไปสายไทย ๆ จิ้มกับน้ำจิ้มแจ่วรสเปรี้ยวเค็มหวาน ก็เลิศไม่ต่างกัน

เมนู Wayu Picanha ของร้าน Flavour Factor
     หั่นด้วยเทคนิคพิเศษ 
เมนู Wayu Picanha ของร้าน Flavour Factor
เสิร์ฟคู่กับ Yellow Mustard

ถัดไปกับเมนูที่ทำให้ลัทธิบูชาหมูกรอบอย่างดิชั้นหัวใจจะวาย นั่นก็คือ “Flavour Factor Crispy Pork Belly” (ไซส์ S 300 บาท, ไซส์ M 500 บาท, ไซส์ L 1,000 บาท) ความพิเศษของหมูกรอบที่นี่คือ ไม่ต้ม ไม่ตาก และไม่ทอด ใช่ค่ะ คุณอ่านไม่ผิด เพราะเชฟธี ทำให้สุกโดยการอบล้วน ๆ นานถึง 3 ชั่วโมงเต็ม ๆ ทำให้ได้หนังที่ฟู เพราะทอดจากน้ำมันของตัวหมูเอง นอกจากนั้นเนื้อด้านในจะยังฉ่ำน้ำ เวลาหั่นแล้วเหมือนเนื้อสเต๊กชั้นดี ยิ่งกินคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรทางร้านที่ใช้เฉพาะพริกแดง ยิ่งเข้ากันอย่างกับปี่กับขลุ่ย หรือจะตัดเลี่ยนด้วยผักดองที่ทางร้านดองเอง ตัวนี้เราขอบอกเลยว่าเด็ดมาก! ตัวผักกรอบ รสชาติเปรี้ยวอมหวานกำลังดี เป็นอีกหนึ่งเครื่องเคียงที่ต้องลองจริง ๆ ค่ะ สุดยอดมาก 

เมนู Flavour Factor Crispy Pork Belly ของร้าน Flavour Factor
คำเตือน : อย่าดูภาพนี้ตอนท้องว่าง เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน 
เมนู Flavour Factor Crispy Pork Belly ของร้าน Flavour Factor
จิ้มคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรเด็ด

ขอวกกลับไปเอาใจสายเนื้อกันอีกครั้งกับเมนู “ข้าวเนื้อวากิวย่างไข่ออนเซ็น” (180 บาท) จานนี้เหมาะสำหรับสายหนักเครื่อง เพราะเค้าให้เนื้อมาแบบเน้น ๆ ไม่มีหวง โดยเนื้อทางร้านใช้วิธีการย่างแบบเฟรมกริลล์ ทำให้ได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเปลวไฟที่เป็นเอกลักษณ์แตกต่างจากร้านอื่น เสิร์ฟบนข้าวผสมควินัวเพื่อสุขภาพ ท็อปด้านบนด้วยไข่ออนเซ็น และกระเทียมทอดหอม ๆ ทานด้วยกันแล้วบอกเลยว่าเด็ดถึงใจ! 

เมนูข้าวเนื้อวากิวย่างไข่ออนเซ็น ของร้าน Flavour Factor
ข้าวหน้าเนื้อ และไข่ออนเซ็นเมนูในดวงใจของใครหลายคน

เต็มอิ่มกับสารพัดเมนูคาวมาแล้ว เชฟธีก็ไม่ลืมที่จะจบท้ายมื้ออาหารด้วยของหวานแบบผู้ดีอย่าง “Skillet Brownie A La Mode” (220 บาท) บราวนีที่เชฟธีภูมิใจนำเสนอ เพราะคิดค้นสูตรเองทุกอย่าง ตั้งแต่เลือกช็อกโกแลต ลักษณะของเนื้อขนม ไปจนถึงเวลาในการเสิร์ฟว่าควรเสิร์ฟในตอนที่เพิ่งอบเสร็จใหม่ ๆ เท่านั้นถึงจะให้รสชาติที่ดีที่สุด ตัวบราวนีเป็นแบบ “ฟัดจ์บราวนี” เนื้อแน่นเต็มคำ กินคู่กับไอศกรีมวานิลลาที่ทำจากฝักวานิลลาแท้ เวลากินจะได้รสสัมผัสของเม็ดวานิลลาจริง ๆ เพิ่มความเปรี้ยวด้วยผลไม้สด ถือว่าเป็นเมนูของหวานที่รสดีไม่ต่างจากของคาวเลยทีเดียว แต่แอบกระซิบนิดนึงว่าตัวนี้ควรสั่งล่วงหน้าไว้ก่อนนะคะ เพราะทางร้านต้องใช้เวลาในการอบบราวนีกันสักหน่อย เชฟธีเค้าอยากให้ได้กินเวลาออกจากเตาร้อน ๆ เท่านั้นค่ะ 

เมนู Skillet Brownie A La Mode ของร้าน Flavour Factor
ปิดท้ายด้วยของหวานอย่างบราวนีอบร้อน

หลังจากเราได้ไปใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงในการฝากท้อง และค้นหาความลับว่าอะไรที่ทำให้ความไม่เข้ากันของ “เนื้อ บาร์เกลือ และหมูกรอบ” ที่ Flavour Factor กลายเป็นความลงตัวที่ทุกคนอยากมาลอง ตอนนี้เราได้รู้แล้วว่าคำตอบนั้นไม่มีอะไรซับซ้อนไปมากกว่า การใส่ใจในทุกจานอาหารที่ทำ พิถีพิถันกับการเลือกทุกวัตถุดิบ ต่อให้เป็นเมนูที่เรียบง่าย หรือไม่เข้ากันแค่ไหน สุดท้าย “ความรักในการทำอาหาร” ของเชฟธี ก็เป็นตัวเชื่อมทุกอย่างให้เข้ากันอยู่ดี สำหรับใครที่อยากลิ้มลองเมนูเด็ดแบบนี้ แต่ไม่สะดวกมาหน้าร้านก็สามารถสั่งผ่าน LINE MAN ได้เลยจ้า เราพร้อมเสิร์ฟให้คุณถึงหน้าบ้าน

การเดินทาง

Flavour Factor อยู่ใน Warehouse 26 อยู่ใกล้ MRT ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เพียง 1 กิโลเมตร

เมนูห้ามพลาด

Wayu Picanha, Flvour Factor Crispy Pork Belly, ข้าวเนื้อวากิวย่างไข่ออนเซ็น

แผนที่

Meet66
static-map

การติดต่อ

restaurantClosed
Steak House/Barbeque
Phone number : 0982095393
Line : @meet66
Instagram : flavourfactor.th/
52, - บางแก้ว บางพลี สมุทรปราการ,บางพลี