การเมาท์มอยนินทาพบเห็นได้ทั่วไปในสังคม ซึ่งทุกคนก็คงรู้กันอยู่แล้วว่าเป็นการกระทำที่เรียกว่า ‘ไม่ดี’ เอาเสียเลย แต่มีการวิจัยเผยออกมาชี้ให้เห็นว่าจริง ๆ แล้ว การนินทาก็มี ‘ด้านดี’ เช่นกัน แต่เห็นแบบนี้แล้วไม่ใช่ว่าเป็นการกระทำที่สมควรทำนะคะ ถือว่ามาแบ่งปันเรื่องราวน่ารู้ให้อ่านกัน ไปดูพร้อม ๆ กันเลยดีกว่าว่าข้อดีของมันคืออะไรกันนะ?
นักวิจัยจาก Dartmouth College ได้มาแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับ ‘การนินทา’ ว่า การนินทาไม่ใช่เพียงแค่การส่งต่อข่าวลือที่ไม่ดีเกี่ยวกับผู้อื่น ในจากรายงานการวิจัยของเขาพบว่าการนินทายังทำหน้าที่สร้างการเชื่อมต่อทางสังคม ไปจนถึงสร้างการเรียนรู้ใหม่ ๆ แก่ผู้รับฟัง เป็นการแบ่งปันประสบการณ์ให้กับผู้คนใหม่ ๆ ให้ไปยังโลกที่พวกเขาไม่อาจสัมผัสได้ด้วยตัวเอง และจากรายงานการวิจัยยังเสริมอีกว่า ในปัจจุบันการพูดคุยกันไม่ว่าจะผ่านแชตหรือคุยแบบตัวต่อตัว ประมาณร้อยละ 14% หัวข้อที่คนพูดคุยกันคือ ‘การซุบซิบนินทาเรื่องคนอื่น’ !!

โดยการทดสอบบังคับให้มนุษย์พูดถึงเรื่องของคนอื่นจากสื่อสังคมออนไลน์ไปจนถึงของใช้ทั่วไปในออฟฟิศ พบว่า มนุษย์ไม่สามารถหยุดพูดเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเองและเรื่องของคนอื่นได้ และนั่นทำให้ Eshin Jolly นักวิจัยปริญญาเอก และ Luke Chang นักวิทยาศาสตร์ด้านสมอง เริ่มศึกษาว่าการนินทากันในสังคมมีเพื่ออะไร
โดยทีมวิจัยได้สร้างเกมออนไลน์ขึ้นเพื่อศึกษาว่าการซุบซิบนินทามีการพัฒนาอย่างไร ผู้เข้าร่วมจะได้จับกลุ่ม 6 คน เล่นเกมด้วยกัน 10 รอบ ในแต่ละรอบผู้เล่นจะได้รับเงิน 10 ดอลลาร์ ซึ่งเงินนี้สามารถเลือกได้ว่าจะเก็บไว้ หรือจะลงทุนเท่าไรก็ได้ในกองทุนกลุ่ม ซึ่งหากลงทุนในกองทุนกลุ่ม เงินจะถูกนำไปคูณ 1.5 แล้วหารออกมาแบ่งให้คนละเท่า ๆ กัน ระหว่างการเล่นผู้วิจัยได้กล่าวว่าเกมนี้สร้างความตึงเครียดอย่างมาก จะสังเกตเห็นได้ว่าจะมีคนอยู่ 2 ประเภท คือ ผู้เล่นที่เห้นแก่ตัว และผู้เล่นที่เน้นความเป็นทีม ในเกมจะมีแชตส่วนตัวเอาไว้คุยกัน สิ่งนี้ทำให้เรารู้ได้ว่าผู้เล่นนินทาผู้เข้าร่วมคนอื่นอย่างไร มองว่าใครเห็นคนเห็นแก่ตัว ใครเป็นคนให้ความร่วมมือที่ดี และหลังจากจบเกมจะให้ผู้เล่นประกาศว่ามีความเต็มใจที่จะเล่นเกมกับผู้เล่นคนไหนอีกครั้ง มากน้อยเพียงไร
ผู้วิจัยยังให้คำตอบอีกว่าทำไมคนเราจึงชอบนินทากัน? การวิจัยของเขาแสดงให้เห็นว่า การนินทาเป็นการสื่อสารที่อุดมสมบูรณ์และมีหลากหลายแง่มุม ในระหว่างการเล่นเกม การนินทาจะเริ่มดุเดือดขึ้นหลังจากผู้คนได้รู้จักกันมากขึ้น ชี้ให้เห็นว่าบทสนทนาประเภทนี้จะเกิดขึ้นเองหากเราเริ่มคุ้นชินกับสภาพแวดล้อมตรงนั้น
เมื่อผู้เล่น A ไม่เห็นว่าผู้เล่น B ทำอะไรกับเงิน ผู้เล่น A ก็จะได้ข้อมูลจากผู้เล่น C อีกที นักวิจัยกล่าวว่า สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่าการนินทายังสามารถช่วยให้เราเรียนรู้ประสบการณ์จากบุคคลอื่นได้ด้วย และนอกจากนี้ผู้เล่นที่เม้ามอยกันจะสนิทกันมากขึ้นไปอีกหลังจบเกม
“การซุบซิบนินทาเป็นการสร้างความสัมพันธ์โดยการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับคนอื่น ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงการไว้ใจและส่งเสริมให้ความผูกพันกันทางสังคมมีความแข็งแกร่งขึ้นเมื่อมีการสื่อสารครั้งต่อไป” Luke Chang กล่าว
“การนินทามีประโยชน์ เพราะมันช่วยให้ผู้คนสามารถเรียนรู้ประสบการณ์ของกันและกัน และขณะเดียวกันมันทำให้พวกเขาสนิทกันมากขึ้น” Jolly กล่าวเสริม
ผู้เขียนวิจัยยังพบว่าการซุบซิบข่าวลือที่ไม่มีมูลความจริง ไม่ใช่จุดประสงค์หลักของการนินทา เพราะมันยังสามารถตีแผ่ความเป็นจริงร่วมกันได้อีกด้วย เพื่อให้เพื่อนและเพื่อนร่วมงานสร้างความผูกพันทางสังคม แลกเปลี่ยนข้อมูลและเห็นพ้องต้องกันว่าพฤติกรรมไหนเป้นพฤติกรรมที่ยอมรับได้และไม่ได้บ้าง
แต่อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ได้เป็นการสนับสนุนให้หันมานินทากันนะคะ เพียงแค่บอกเล่างานวิจัยที่มีอยู่จริง เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่าการนินทาลับหลัง คนพูดอาจจะสนุกปาก แต่มันทำให้คนที่ถูกพูดถึงนั้นเสียหาย โดยที่เขาไม่มีโอกาสได้แก้ตัวเรื่องราวเหล่านั้นเลย หากอยากเข้าสังคม จริง ๆ แล้วมีเรื่องมากมายบนโลกให้เราได้สนทนากัน คงดีกว่าการพูดถึงคนอื่นในเรื่องเสีย ๆ หาย ๆ แน่นอนค่ะ~
References :
บทความแนะนำที่เกี่ยวข้อง


