[รีวิว]​ Himalaya Restaurant ยกทั้งเขาหิมาลัย มาไว้กลางกรุงเทพฯ
  1. [รีวิว]​ Himalaya Restaurant ยกทั้งเขาหิมาลัย มาไว้กลางกรุงเทพฯ

[รีวิว]​ Himalaya Restaurant ยกทั้งเขาหิมาลัย มาไว้กลางกรุงเทพฯ

Himalaya Restaurant ไม่ได้เสิร์ฟแค่อาหารเนปาล แต่ยังมีภูฏาน ทิเบต อินเดียเหนือ ตั้งใจยกทั้งหิมาลัยมาไว้ที่กรุงเทพฯ
writerProfile
28 ธ.ค. 2020 · โดย

เทรนด์อาหารเอเชียใต้กำลังมาแรงสุด ๆ ไม่ใช่แค่อาหารอินเดียที่มีอยู่ทั่วทุกย่านในกรุงเทพฯ เดี๋ยวนี้ สายอาหารแขกเริ่มเสาะหาร้านที่ขยับออกจากอินเดียอีกนิด ไม่ว่าจะเป็นปากีสถาน เนปาล ทิเบต เพราะอยากลิ้มลองรสชาติความแปลกใหม่มากขึ้น สำหรับใครที่อยากลองมันเสียทุกประเทศเลย แต่จะให้ตระเวนชิมไปทีละร้านก็คงไม่ไหว ต้องขอผายมือให้กับ “Himalaya Restaurant” เพราะที่นี่ไม่ได้เสิร์ฟแค่อาหารเนปาลตามเชื้อชาติของเจ้าของร้าน คุณอัสสชิตะ อวาเล หรือที่คนไทยเรียกกันว่าคุณธันวา แต่ทางร้านยังนำเอาอาหารภูฏาน ทิเบต อินเดียแถบภาคเหนือ ทั้งหมดเกือบ 200 เมนู ซึ่งล้วนเป็นอาหารจากกลุ่มประเทศแถบเทือกเขาหิมาลัย มาเสิร์ฟไว้ในที่เดียว เหมือนตั้งใจยกทั้งเทือกเขาหิมาลัยมาไว้กลางกรุงเทพมหานครนั่นเอง

ร้าน “Himalaya Restaurant” ไม่ได้มีแต่ลูกค้าหน้าใหม่ที่มาเปิดประสบการณ์เท่านั้น แต่ยังเป็นลูกค้าหน้าเก่าที่อยากมาลองเมนูใหม่ ๆ ด้วย ส่วนมากก็จะสั่งเมนูเดิม ๆ ที่ถูกใจ แล้วเพิ่มเมนูจานใหม่ที่ไม่เคยลอง ถึงจะมากันกลุ่มเล็ก ๆ แต่ก็สั่งเต็มโต๊ะทุกครั้ง นี่คือความสนุกที่หาไม่ได้จากร้านอื่น ฉะนั้น เราจึงลองสั่งเมนูที่ลูกค้าประจำสั่งบ่อย ไปดูกันเลยว่ามีเมนูห้ามพลาดอะไรบ้าง

หน้าร้าน Himalaya Restaurant
ร้านเล็กก็จริง แต่ติดกระจกใสและกระจกเงา ทำให้ห้องดูกว้าง ไม่อึดอัด
เจ้าของร้าน Himalaya Restaurant
คุณธันวา เจ้าของร้านผู้มีเรื่องเล่าสนุก ๆให้กับลูกค้าเสมอ 

“เราเปิดร้านมา 12-13 ปีแล้ว เรียกได้ว่า เราเป็นเจ้าแรก ๆ ที่ทำให้คนไทยได้รู้จัก โมโม่”

“โมโม่” ชื่ออาหารฟังดูน่ารัก หน้าตาดูไม่ต่างจากเสี่ยวหลงเปา หรือเกี๊ยวแบบจีนเท่าไร เพราะเนปาลได้รับอิทธิพลมาจากจีนและทิเบต โดยแรกเริ่มทิเบตจะใช้เนื้อจามรีเป็นไส้ข้างในผัดกับเครื่องเทศ แต่เมื่อเมนูนี้ถูกนำมาส่งต่อในเนปาลมีการปรับเปลี่ยนมาใช้เนื้อควาย เพราะคนเนปาลนิยมกินเนื้อควายมากกว่า

คุณธันวาเริ่มขายโมโม่เนื้อควายในช่วงแรก แต่ดูเหมือนว่าคนไทยเราจะแอบไม่ปลื้มกัน บวกกับเนื้อควายที่หายาก ปัจจุบันที่ร้านจึงปรับมาเป็น 3 ตัวเลือกคือ โมโม่ไส้ไก่ โมโม่ไส้แพะ และโมโม่ไส้ผัก วันนี้เราได้ลองโมโม่ไส้ไก่ เนื้อแป้งข้างนอกคล้ายเสี่ยวหลงเปาจริง ๆ ด้วย แต่หนากว่านิดหน่อย ส่วนไส้ข้างในมีเครื่องเทศอ่อน ๆ ไม่รุนแรงแบบอินเดีย ทีเด็ดอยู่ตรงน้ำจิ้มสีเหลืองทำจากขมิ้นและขิง ไม่ค่อยเพิ่มรสมากนัก แต่เพิ่มกลิ่นให้กับโมโม่มากกว่า

อาหารของร้าน Himalaya Restautant
ละลานตา น่ากินทุกจาน
เมนูโมโม่ไส้ไก่ ของ ร้าน Himalaya Restaurant
"โมโม่ไส้ไก่ " (ราคา 95 บาท)

“คาจาเซต” แปลว่าอาหารกลางวัน ซึ่งคนเนปาลรับประทานกันเป็นอาหารมื้อเบา ๆ และยังเป็นอาหารท้องถิ่นของกาฐมาณฑุ หากินที่ร้านอื่นไม่ได้ เมนูนี้เสิร์ฟเป็นถาดกลมแล้วมีอาหารหลายอย่างให้กินผสมกับข้าวเม่า มี “ยำไก่” คล้าย ๆ ไก่แซ่บแบบไทย และ “ยำมันฝรั่ง” รสชาติดี จัดจ้าน ถูกปากคนไทยแน่นอน และยังได้สัมผัสใหม่เมื่อกินกับข้าวเม่ากรอบ ๆ ตรงกลางจะมีผักดองเพิ่มรสชาติ

เมนูคาจาเซต ของร้าน Himalaya Restaurant
“คาจาเซต” ชุดข้าวเม่ายำไก่และยำมันฝรั่ง (ราคา 175 บาท)

อาหารเซตอีกอย่างที่คนสั่งบ่อยคือ “ชุดทาลีกาฐมาณฑุ ชุดแกงไก่” มีข้าวสวยตรงกลางกินกับแกงไก่รสละมุน ไก่ตัดชิ้นพอดีคำ มีรสเครื่องเทศแบบกำลังดี นอกจากนี้ยังมีแกงดาลถั่ว หอม ๆ ข้น ๆ และมีผักกวางตุ้งผัดพริกแห้งแบบจีนเสิร์ฟข้าง ๆ ซึ่งจริง ๆ แล้วคนเนปาลจะใช้ผักซ้าก (Saag) แต่หาไม่ได้ในเมืองไทย จึงปรับมาเป็นกวางตุ้งซึ่งมีความใกล้เคียงที่สุด

เมนูแกงไก่ทางลี ของร้าน Himalaya Restaurant
“ชุดทาลีกาฐมาณฑุ ชุดแกงไก่” (ราคา 195 บาท)

ถ้าอาหารอินเดียมีแป้งโรตี แป้งนาน ร้าน “Himalaya Restaurant” ก็มีโรตีที่ห้ามพลาดคือ “บารา” ซึ่งส่วนผสมหลักเป็นถั่วบดผสมกับผัก ทอดในน้ำมันร้อน ๆ เอาไว้กินกับแกงได้หลายอย่าง ซึ่งคนที่เคยมากินก่อนหน้านี้แนะนำให้ลองแกงภูฏานที่ชื่อว่า “อีมาดาชิ” แกงชีส เนย แต่ใส่พริก ตัวแกงเนยมีความข้นมาก เยิ้มหนืดเพราะชีสและเนย สีออกเป็นสีส้มจัดเพราะเครื่องเทศและพริกที่เข้ามาตัดเลี่ยน เมนูนี้ถูกใจเด็กอ้วนอย่างชาวเราแน่นอน

เมนูอีมาดาชิ ของร้าน Himalaya Restaurant
“อีมาดาชิ” (ราคา 145 บาท) 
เมนูบารา ของร้าน Himalaya Restaurant
 “บารา” (ราคา 75 บาท)
เมนูอีมาดาชิและบารา ของร้าน Himalaya Restaurant
เข้ากันสุด ๆ ชีสและเนยข้น ๆ ตัดเลี่ยนด้วยพริก จิ้มโรตีเลย

หากใครที่มีโอกาสมากินอาหารร้านนี้ล่ะก็ อย่าลืมสั่งชามาซดให้คล่องคอ ชาที่นี่ชื่อ “มาซาล่าจาย” แบบร้านอาหารแขกทั่วไปก็จริง แต่รสชาติละมุนกว่า อ่อนกว่า มีกลิ่นเครื่องเทศนิด ๆ และไม่หวานจี๊ดแสบคอ และที่ขาดไม่ได้ คือการตบท้ายมื้ออาหารด้วยโยเกิร์ต “จุ๊จุ๊เธาว์” โยเกิร์ตรสธรรมชาติที่ทางร้านทำเอง เป็นธรรมเนียมของคนเนปาลที่มักจะกินโยเกิร์ตหลังมื้ออาหาร เพื่อช่วยปรับระบบย่อยอาหารได้ดีขึ้น

เมนู Juju Dhal ของร้าน Himalaya Restaurant
“จุ๊จุ๊เธาว์ โฮมเมดโยเกิร์ต” (ราคา 40 บาท) ตบท้ายมื้ออาหารแบบชาวเนปาล

อาหารหากินยากไม่ใช่สิ่งเดียวที่ “Himalaya Restaurant” มีไว้ต้อนรับลูกค้า แต่นักเล่าเรื่องอย่างคุณธันวายังพร้อมตอบคำถามทุกความสงสัยของพวกเรา ทั้งเรื่องความรู้เกี่ยวกับอาหาร ข้อมูลการท่องเที่ยวเนปาลและแถบหิมาลัย รวมไปถึงข่าวสารอัปเดตต่าง ๆ ด้วย เพราะแท้จริงแล้ว จุดประสงค์แรกเริ่มของคุณธันวา ไม่ใช่การเปิดร้านอาหารเสียทีเดียว แต่เป็นการทำศูนย์ข้อมูลเกี่ยวกับเนปาล ในช่วงที่ตนเองยังเป็นนักหนังสือพิมพ์เมื่อ 20 กว่าปีก่อน ซึ่งในสมัยนั้น คุณธันวาเป็นนักข่าวชาวเนปาลคนเดียวในประเทศไทย แต่ด้วยคนไทยถามหาอาหารกันมาก เลยเปิดร้านมันเสียเลย จนขยับขยายมาเป็นร้านที่มีมากกว่าร้อยเมนู ที่แห่งนี้จึงเป็นที่แวะเวียนของทั้งนักกินตัวยง นักเดินทางสายวัฒนธรรมและ Trekking รวมถึง นักเรียน-นักวิชาการสายเอเชียใต้ให้ได้เข้ามาขอข้อมูล พูดคุยเเลกเปลี่ยนอย่างเป็นกันเอง ในขณะที่เพลิดเพลินกับจานเด็ดแบบหิมาลัยไปด้วย

ร้านเปิดทุกวัน 11.00-21.00 น. สามารถติดต่อเบอร์ 02 060 4778 การเดินทางไปที่ร้านถือว่าสะดวกมาก เพราะร้านตั้งอยู่ในประตูน้ำ หลังโรงแรมอินทรา สามารถนั่งรถประจำทางลงหน้าโรงแรมและเดินมาอีกแค่ 2-3 นาที หรือถ้านำรถยนต์ส่วนตัวมาก็จอดได้ในซอยราชปรารภ 1 แต่หากใครไม่สะดวกเดินทางก็ไม่มีปัญหา เพราะสามารถสั่งไลน์แมนง่าย ๆ ได้เลย ที่นี่

การเดินทาง

พิกัดร้านอยู่ที่ 122, 16 ถนนราชปรารภ แขวง ถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400

รถประจำทาง: 140 (ปอ.), 183 (ปอ.), 204 (ปอ.) , 505 (ปอ.) , 536 (ปอ.) , 54, 60, 79 (ปอ.)

รถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีชิดลม, แอร์พอร์ตลิงค์ สถานีราชปารภ

เมนูห้ามพลาด

โมโม่ ติ่มซำเนปาล, อีมาดาชิ แกงเนยชีสพริก, ชาร้อนฮิมาลายา, คาจาเซต, จุ๊จึ๊เธาว์, แกงไก่เจ้าชายแฮร์รี่, ยำไก่, ยำมันฝรั่ง

แผนที่

enter from Soi 1 Rajprarop road you get to right turn then turn left you see 1st 7-11. We are front soi 7-11