เริ่มต้นสิ่งดี ๆ กับ บทสวดมนต์ข้ามปี 2568 เสริมทัพรับศักราชใหม่!
  1. เริ่มต้นสิ่งดี ๆ กับ บทสวดมนต์ข้ามปี 2568 เสริมทัพรับศักราชใหม่!

เริ่มต้นสิ่งดี ๆ กับ บทสวดมนต์ข้ามปี 2568 เสริมทัพรับศักราชใหม่!

ปีใหม่นี้พี่ต้องเลิศกว่าเก่า! เสริมความมงคลสยบความว้าวุ่น เติมสิ่งดี ๆ ให้ชีวิต ด้วยบทสวดมนต์ข้ามปี 2568 ให้ปีมะเส็งมีแต่โชคฉ่ำเด้งยิ่งกว่าหมูเด้ง!
writerProfile
20 ธ.ค. 2024 · โดย

เปิดปีมะเส็งอย่างมั่นใจ เริ่มต้นสิ่งดี ๆ กับ บทสวดมนต์ข้ามปี 2568 เสริมทัพรับศักราชใหม่! รวบรวมบทสวดมนต์สำหรับสวดตั้งแต่ช่วงวันสิ้นปีจนข้ามปีใหม่เข้าสู่ปี 2568 เติมสติเตรียมรับสตางค์ เสริมความก้าวหน้าที่กำลังจะมาถึง แต่แค่บทสวดอาจจะน้อยไป เราจัดให้พร้อมคำแปลเพื่อเพิ่มความเข้าใจกันด้วยนะ จะเตรียมไว้สวดกับครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตาที่บ้าน หรือตามไปสวดถึงวัดให้ได้บรรยากาศ ก็พกเซตบทสวดนี้ไปใช้ได้เหมือนกัน!

component 1

ก่อนที่เพื่อน ๆ จะเริ่มสวดบทสวดมนต์ข้ามปี 2568 นี้ ก็ขอให้ทำจิตใจให้สงบ นึกถึงแต่สิ่งดีงามทั้งหลาย แล้วเรามาเริ่มกันด้วย “บทสวดบูชาพระรัตนตรัย”

บทสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัย

บทสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัย

อิมินา สักกาเรนะ พุทธัง ปูเชมะ
ข้าพเจ้าทั้งหลายบูชาพระพุทธเจ้าด้วยเครื่องสักการะนี้

อิมินา สักกาเรนะ ธัมมัง ปูเชมะ
ข้าพเจ้าทั้งหลายบูชาพระธรรมด้วยเครื่องสักการะนี้

อิมินา สักกาเรนะ สังฆัง ปูเชมะ
ข้าพเจ้าทั้งหลายบูชาพระสงฆ์ด้วยเครื่องสักการะนี้

อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา
พระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นพระอรหันต์ ดับเพลิงกิเลสเพลิงทุกข์สิ้นเชิง ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง

พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ (กราบ)
ข้าพเจ้าอภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้รู้ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน

สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม
พระธรรม เป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสไว้ดีแล้ว

ธัมมัง นะมัสสามิ (กราบ)
ข้าพเจ้านมัสการพระธรรม

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ปฏิบัติดีแล้ว

สังฆัง นะมามิ (กราบ)
ข้าพเจ้านอบน้อมพระสงฆ์

บทสวดมนต์นมัสการพระพุทธเจ้า

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้น

อะระหะโต
ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส

สัมมาสัมพุทธัสสะ
ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง

(สวดทั้งหมด 3 ครั้ง)

ต่อไปจะเป็นการสวดเพื่อขอเชิญศีล 5 โดยจะมีการสวดมนต์ทั้งหมด 2 บทดังนี้

คำอาราธนาศีล 5 และ บทสวดมนต์สมาทานศีล 5

คำอาราธนาศีล 5

มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ, ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ

ทุติยัมปิ มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ, ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ

ตะติยัมปิ มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ, ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ

***ถ้าสวดคนเดียวให้ขึ้นต้นว่า "อะหัง ภันเต วิสุง วิสุง" และลงท้ายว่า "ยาจามิ"

คำแปล: ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอศีล 5 ข้อ พร้อมทั้งพระรัตนตรัย เพื่อประโยชน์แก่การรักษา

บทสวดมนต์สมาทานศีล 5

ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
ข้าพเจ้าของดเว้น จากการฆ่าสัตว์ และเบียดเบียนสัตว์

อะทินนาทานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
ข้าพเจ้าของดเว้น จากการลักทรัพย์

กาเมสุมิจฉาจารา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
ข้าพเจ้าของดเว้น จากการประพฤติผิดในกาม

มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
ข้าพเจ้าของดเว้น จากการพูดเท็จ พูดยุยงให้เขาแตกกัน พูดคำหยาบ และพูดเพ้อเจ้อ

สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
ข้าพเจ้าของดเว้น จากการดื่มสุรา และของมึนเมาต่างๆ

บทสรรเสริญคุณพระรัตนตรัย

บทสรรเสริญคุณพระรัตนตรัย

บทพระพุทธคุณ

อิติปิโส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ
วิชา จะระณะ สัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู

อนุตตะโร ปุริสะธัมมะสาระถิ สัตถา
เทวมนุสสานัง พุทโธภะคะวาติ (กราบ)

เพราะเหตุอย่างนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้านั้นเป็นผู้ไกลจากกิเลส และตรัสรู้ด้วยพระองค์เองโดยชอบ
เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชาและจรณะเป็นผู้ไปแล้วด้วยดี เป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง
เป็นผู้สามารถฝึกบุรุษที่สมควรฝึกได้อย่างไม่มีใครยิ่งกว่า
เป็นครูผู้สอนของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานด้วยธรรม เป็นผู้มีความเจริญ เป็นผู้จำแนกธรรมสั่งสอนสัตว์ดังนี้

บทพระธรรมคุณ

สวากขาโต ภะคะวะตาธัมโม
สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก
โอปะนะยิโก ปัจจัตตังเวทิตัพโพ วิญญูหิติ (กราบ)

พระธรรม ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ดีแล้ว เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติพึงเห็นได้ด้วยตนเอง
เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ และให้ผลได้ ไม่จำกัดกาล เป็นสิ่งที่ควรกล่าวกับผู้อื่นว่าท่านจงมาดูเถิด
เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว เป็นสิ่งที่ผู้รู้พึงรู้ได้เฉพาะตน ดังนี้

บทพระสังฆคุณ

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ

ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ

ยะทิทังจัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะปุริสะปุคคะลา เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ

อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเนยโย อัญชะลีกะระณีโย อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ (กราบ)

พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด ปฏิบัติดีแล้ว
พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด ปฏิบัติตรงแล้ว
พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด ปฏิบัติธรรมเป็นเครื่องออกจากทุกข์แล้ว
พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด ปฏิบัติสมควรแล้ว
ได้แก่ บุคคลเหล่านี้คือ คู่แห่งบุรุษ 4 คู่ นับเรียงตัวบุรุษได้ 8 บุรุษ นั่นแหละพระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ท่านเป็นผู้ควรแก่สักการะที่เขานำมาบูชา เป็นผู้ควรแก่สักการะที่เขาจัดไว้ต้อนรับ
เป็นผู้ควรรับทักษิณาทาน เป็นผู้ที่บุคคลทั่วไปควรทำอัญชลี เป็นเนื้อนาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า ดังนี้

หลังจากสวดบทที่เกี่ยวกับพระรัตนตรัยจนครบแล้ว จากนี้จะเป็นบทสวดที่แนะนำสำหรับการสวดมนต์ข้ามปี 2567 นี้ ซึ่งใครจะเลือกสวดบทไหนก่อนหลังก็ได้ หรือจะเลือกสวดเฉพาะบทที่ต้องการก็ได้ โดยจะประกอบไปด้วยบทสวดที่แนะนำทั้งหมด 3 บท ดังนี้

บทสวดมนต์ข้ามปี 2568 บทที่ 1 บทมงคลสูตร

บทสวดมนต์ข้ามปี 2568 บทที่ 1 บทมงคลสูตร

เอวัมเม สุตัง ฯ

เอกัง สะมะยัง ภะคะวา สาวัตถิยัง วิหะระติ เชตะวะเน

อะนาถะปิณฑิกัสสะ อาราเม อะถะโข อัญญะตะรา เทวะตา

อะภิกกันตายะ รัตติยา อภิกกันตะวัณณา

เกวะละกัปปัง เชตะวะนัง โอภาเสตะวา

เยนะ ภะคะวา เตนุปะสังกะมิ

อุปะสังกะมิตะวา ภะคะวันตัง อภิวาเทตะวา

เอกะมันตัง อัฏฐาสิ เอกะมันตัง ฐิตา โข สา เทวะตา

ภะคะวันตัง คาถายะ อัชฌะภาสิ

พะหู เทวา มะนุสสา จะ มัคะลานิ อะจินตะยุง

อากังขะมานา โสตถานัง พรูหิ มังคะละมุตตะมัง

อะเสวะนา จะ พาลานัง ปัณฑิตานัญจะ เสวะนา

ปูชา จะ ปูชะนียานัง เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ

ปะฏิรูปะเทสะวาโส จะ ปุพเพ จะ กะตะปุญญะตา

อัตตะสัมมาปะณิธิ จะ เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ

พาหุสัจจัญจะ สิปปัญจะ วินะโย จะ สุสิกขิโต

สุภาสิตา จะ ยา วาจา เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ

มาตาปิตุอุปัฏฐานัง ปุตตะทารัสสะ สังคะโห

อะนากุลา จะ กัมมันตา เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ

ทานัญจะ ธัมมะจะริยา จะ ญาตะกานัญจะ สังคะโห

อะนะวัชชานิ กัมมานิ เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ

อาระตี วิระตี ปาปา มัชชะปานา จะ สัญญะโม

อัปปะมาโท จะ ธัมเมสุ เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ

คาระโว จะ นิวาโต จะ สันตุฏฐี จะ กะตัญญุตา

กาเลนะ ธัมมัสสะวะนัง เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ

ขันตี จะ โสวะจัสสะตา สะมะณานัญจะ ทัสสะนัง

กาเลนะ ธัมมะสากัจฉา เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ

ตะโป จะ พรัหมะจะริยัญจะ อะริยะสัจจานะ ทัสสะนัง

นิพพานะสัจฉิกิริยา จะ เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ

ผุฏฐัสสะ โลกะธัมเมหิ จิตตัง ยัสสะ นะ กัมปะติ

อะโสกัง วิระชัง เขมัง เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ

เอตาทิสานิ กัตวานะ สัพพัตถะมะปะราชิตา

สัพพัตถะ โสตถิง คัจฉันติ ตันเตสัง มังคะละมุตตะมันติฯ

component 2

คำแปลบทมงคลสูตร

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล ครั้นปฐมยามล่วงไป เทวดาตนหนึ่งมีรัศมีงามยิ่งนัก ยังพระวิหารเชตวันทั้งสิ้นให้สว่างไสว เข้าไปเฝ้า พระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมแล้วยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้ว ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคด้วยคาถาว่า เทวดาและมนุษย์เป็นอันมาก ผู้หวังความสวัสดี ได้พากันคิดมงคลทั้งหลาย ขอพระองค์จงตรัสอุดมมงคล

พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถาตอบว่า

- การไม่คบคนพาล การคยแต่ยัณฑิต การบูชาบุคคลผู้ควรบูชา ทั้ง ๓ ประการนี้เป็นมงคลอันสูงสุด ฯ

- การอยู่ในสถานที่อันสมควร ความเป็นคนผู้มีบุญอันได้กระทำไว้แต่กาลก่อนการตั้งตนไว้โดยชอบตามทำนองคลองธรรม ทั้ง ๓ ประการนี้ ก็เป็นมงคลอันสูงสุด ฯ

- ความเป็นผู้ได้ยินได้ฟังธรรมและปฏิบัติธรรมมาก ความเป็นผู้มีศิลปวิทยา ความเป็นผู้ได้ศึกษาเล่าเรียนและปฏิบัติในระเบียบวินัยเป็นอันดี การกล่าววาจาที่เป็นธรรมและไพเราะ แม้ทั้ง ๔ ประการนี้ก็เป็นมงคลอันสูงสุด

- การอุปัฎฐากบำรุงบิดามารดาให้มีสุข การสงเคราะห์บุตรและภรรยาให้มีสุข การทำการงานให้เสร็จเรียบร้อยไม่คั่งค้าง ทั้ง ๓ ประการนี้ ก็เป็นมงคลอันสูงสุด ฯ

- การให้ทาน การประพฤิตธรรม การสงเคราะห์ญาติและคนใกล้ชิดทั้งหลาย การทำการงานที่ไม่ประกอบด้วยโทษทั้งทางโลกและทางธรรม แม้ทั้ง ๔ ประการนี้ ก็เป็นมงคลอันสูงสุด ฯ

- การงดเว้นจากการทำบาปทั้งหลาย การงดเว้นจากการดื่มน้ำเมา ความไม่ประมาทในธรรมทั้งหลาย ทั้ง ๓ ประการนี้ ก็เป็นมงคลอันสูงสุด ฯ

- การเคารพต่อบุคคลและสิ่งที่ควรเคารพ ความไม่เย่อหยิ่งจองหอง ความสันโดษยินดีในสิ่งที่ตนมีอยู่ และสิ่งที่ตนถึงหาได้โดยชอบธรรม ความเป็นผู้มีกตัญญูรู้คุณที่ท่านได้ทำไว้แล้วแก่ตน การได้ฟังธรรมคำสอนของสัตบุรุษตามกาลเวลาอันสมควร แม้ทั้ง ๕ ประการนี้ ก็เป็นมงคลอันสูงสุด ฯ

- ความเป็นผู้มีขันติความอดทน ความเป็นผู้ว่าง่ายสอนง่าย การได้เห็นสมณพราหมณ์ผู้ทรงศีลทั้งหลาย การได้เจรจาสนทนาธรรมตามกาลเวลาอันสมควร ทั้ง ๔ ประการนี้ ก็เป็นมงคลอันสูงสุด ฯ

- การมีความเพียรเพื่อเผากิเลส การประพฤติพรหมจรรย์คือปฏิบัติตนให้เป็นผู้ประเสริฐ การมีปัญญาเห็นอริยสัจทั้งหลาย การทำมห้แจ้งซึ่งพระนิพพาน ทั้ง ๔ ประการนี้ ก็เป็นมงคลอันสูงสุด ฯ

- การทำจิตไม่ให้หวั่นไหวในโลกธรรมที่มากระทบ การไม่ทำใจให้เศร้าโศก การทำจิตให้ปราศจากธุลี คือกิเลสทั้งหลาย การทำจิตให้ถึงพระนิพพาน อันเป็นแดนอันพ้นจากภัยทั้งหลาย ทั้ง ๔ ประการนี้ ก็เป็นมงคลอันสูงสุด ฯ

- อนึ่ง เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เมื่อได้กระทำมงคลทั้งหลายเช่นนี้แล้ว ย่อมเป็นผู้ไม่พ่ายแพ้ในที่ทั้งปวง และย่อยถึงความสวัสดีในที่ทั้งปวง ทั้งหมดนั้นเป็นมงคลอันสูงสุด ของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายเหล่านั้นแล ฯ

บทสวดมนต์ข้ามปี 2568 บทที่ 2 บทโพชฌังคปริตร

บทสวดมนต์ข้ามปี 2568 บทที่ 2 บทโพชฌังคปริตร

โพชฌังโค สะติสังขาโต ธัมมานัง วิจะโย ตะถา

วิริยัมปีติปัสสัทธิ โพชฌังคา จะ ตะถาปะเร

สะมาธุเปกขะโพชฌังคา สัตเต เต สัพพะทัสสินา

มุนินา สัมมะทักขาตา ภาวิตกา พะหุลีกะตา

สังวัตตันติ อะภิญญายะ นิพพานายะ จะ โพธิยา

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โสตถิ เต สัพพะทาฯ

เอกัสะมิง สะมะเย นาโถ โมคคัลลานัญจะ กัสสะปัง

คิลาเน ทุกขิเต ทิสะวา โพชฌังเค สัตตะ เทสะยิ

เต จะ ตัง อะภินันทิตะวา โรคา มุจจิงสุ ตังขะเณ

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โสตถิ เต โหตุ สัพพะทาฯ

เอะทา ธัมมะราชาปิ เคลัญเญนาภิปีฬิโต

จุนทัตเถเรนะ ตัญเญนะ ภะนาเปตะวานะ สาทะรัง

สัมโมทิตะวา จะ อาพาธา ตัมหา วุฏฐาสิ ฐานะโส

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โสตถิ เต โหนตุ สัพพะทาฯ

ปะหีนา เต จะ อาพาธา ติณณันนัมปิ มะเหสินัง

มัคคาหะตะกิเลสาวะ ปัตตานุปปัตติธัมมะตัง

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โสตถิ เต โหตุ สัพพะทาฯ

component 3

คำแปลบทโพชฌังคปริตร

โพชฌงค์ 7 ประการ คือ สติสัมโพชฌงค์ ธรรมวิจยะสัมโพชฌงค์ วิริยสัมโพชฌงค์ ปีติสัมโพชฌงค์ ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ สมาธิสัมโพชฌงค์ และอุเบกขาสัมโพชฌงค์

7 ประการเหล่านี้ เป็นธรรมอันพระมุนีเจ้า ผู้ทรงเห็นธรรมทั้งปวง ตรัสไว้ชอบแล้ว อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ และเพื่อนิพพาน ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อ

ในสมัยหนึ่ง พระโลกนาถเจ้า ทอดพระเนตรเห็นพระโมคคัลลานะ และพระมหากัสสปะเป็นไข้ ได้รับความลำบาก จึงทรงแสดงโพชฌงค์ 7 ประการ ให้ท่านทั้งสองฟัง

ท่านทั้งสองนั้น ชื่นชมยินดียิ่ง ซึ่งโพชฌงคธรรม ก็หายโรคได้ในบัดดล ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อ

ในครั้งหนึ่ง องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประชวรเป็นไข้หนัก รับสั่งให้พระจุนทะเถระ กล่าวโพชฌงค์นั้นนั่นแล ถวายโดยเคารพ ก็ทรงบันเทิงพระหฤทัย หายจากพระประชวรนั้นได้โดยพลัน

ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อ อาพาธทั้งหลายนั้น ของพระผู้ทรงคุณอันยิ่งใหญ่ทั้งสามองค์นั้น หายแล้วไม่กลับเป็นอีก ดุจดังกิเลส ถูกอริยมรรคกำจัดเสียแล้ว ถึงซึ่งความไม่เกิดอีกเป็นธรรมดา

ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อ

หลังจากจบบทสวดโพชฌังคปริตร ให้ทำจิตใจให้เป็นสมาธิ เจริญสติปัญญา เชื่อว่าจะช่วยปัดเป่าความทุกข์กายไม่สบายใจ พร้อมอำนวยพรอันเป็นมงคลสุขสวัสดีให้ทั้งแก่ผู้สวด และผู้รับฟังคาถาแห่งธรรมดังกล่าว

บทสวดมนต์ข้ามปี 2568 บทที่ 3 บทพุทธชัยมงคลคาถา (บทพาหุงฯ)

บทสวดมนต์ข้ามปี 2568 บทที่ 3 บทพุทธชัยมงคลคาถา (บทพาหุงฯ)

พาหุง สะหัสสะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง

ครีเมขะลัง อุทิตะโฆระสะเสนะมารัง

ทานาทิธัมมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท

ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคลานิฯ

มาราติเรกะมะภิยุชฌิตะสัพพะรัตติง

โฆรัมปะนาฬะวะกะมักขะมะถัทธะยักขัง

ขันตีสุทันตะวิธินา ชิตะวา มุนินโท

ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ

นาฬาคิริง คะชะวะรัง อะติมัตตะภูตัง

ทาวัคคิจักกะมะสะนีวะ สุทารุณันตัง

เมตตัมพุเสกะวิธินา ชิตะวา มุนินโท

ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ

อุกขิตตะขัคคคะมะติหัตถะสุทารุณันตัง

ธาวันติโยชะนะปะถังคุลิมาละวันตัง

อิทธีภิสังขะตะมะโน ชิตะวา มุนินโท

ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ

กัตวานะ กัฏฐะมุทะรัง อิวะ คัพภินียา

จิญจายะ ทุฎฐะวะจะนัง ชะนะกายะมัชเฌ

สันเตนะ โสมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท

ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ

สัจจัง วิหายะ มะติสัจจะกะวาทะเกตุง

วาทาภิโรปิตะมะนัง อะติอันธะภูตัง

ปัญญาปะทีปะชะลิโต ชิตะวา มุนินโท

ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ

นันโทปะนันทะภุชะคัง วิพุธัง มะหิทธิง

ปุตเตนะ เถระภุชะเคนะ ทะมาปะยันโต

อิทธูปะเทสะวิธีนา ชิตะวา มุนินโท

ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ

ทุคคาหะทิฏฐิภุชะเคนะ สุทัฏฐะหัตถัง

พรัหมัง วิสุทธิชุติมิทะพะกาภิธานัง

ญาณาคะเทนะ วิธินา ชิตะวา มุนินโท

ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ

เอตาปิ พุทธะชะยะมังคะละอัฏฐะคาถา

โย วาจะโน ทินะทิเน สะระเต มะตันที

หิตวานะเนกะวิวิธานิ จุปัททะวานิ

โมกขัง สุขัง อะธิคะมยยะ นะโร สะปัญโญ ฯ

component 4

คำแปลบทพุทธชัยมงคลคาถา (บทพาหุงฯ)

พระจอมมุนี ได้เอาชนะพระยามารผู้เนรมิตแขนมากตั้งพัน ถืออาวุธครบมือ ขี่ช้างครีเมขละ มาพร้อมกับเหล่าเสนามารซึ่งโห่ร้องกึกก้อง ด้วยวิธีอธิษฐานถึงทานบารมี เป็นต้น ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแด่ท่าน ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้นเถิดฯ

อนึ่งพระจอมมุนี ได้เอาชนะยักษ์ชื่อ อาฬวกะ ผู้มีจิตหยาบกระด้าง ผู้ไม่มีความอดทน มีความพิลึกน่ากลัวกว่าพระยามาร ซึ่งได้เข้ามาต่อสู้อย่างยิ่งยวดจนตลอดคืนยันรุ่ง ด้วยวิธีทรมานอันดี คือ ขันติ ความอดทน ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแด่ท่าน ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้นเถิดฯ

พระจอมมุนี ได้เอาชนะช้างตัวประเสริฐ ชื่อ นาฬาคิรี ที่เมายิ่งนัก และแสนจะดุร้าย ประดุจไฟป่าและจักราวุธและสายฟ้า ด้วยวิธีรดลงด้วยน้ำ คือ ความมีพระทัยเมตตา ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแด่ท่าน ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้นเถิดฯ

พระจอมมุนี ทรงคิดจะแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหารย์ จึงได้เอาชนะโจรชื่อ องคุลิมาล ผู้แสนจะดุร้าย มีฝีมือ ถือดาบวิ่งไล่พระองค์ไปสิ้นระยะทาง ๓ โยชน์ ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแด่ท่าน ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้นเถิดฯ

พระจอมมุนี ได้เอาชนะคำกล่าวใส่ร้ายของ นางจิญจมาณวิกา ซึ่งทำอาการเหมือนดั่งตั้งครรภ์ เพราะเอาท่อนไม้กลมผูกไว้ที่หน้าท้อง ด้วยวิธีทรงสมาธิอันงาม คือ ความกระทำพระทัยให้ตั้งมั่นนิ่งเฉย ในท่ามกลางหมู่ชน

ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแด่ท่าน ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้นเถิดฯ

พระจอมมุนี ผู้รุ่งเรืองด้วยแสงสว่าง คือ ปัญญา ได้เอาชนะ สัจจกะนิครนถ์ ผู้มีความคิดมุ่งหมายในอันจะละทิ้งความสัตย์ มีใจคิดจะยกถ้อยคำของตนให้สูงประดุจยกธง และมีใจมืดมนยิ่งนัก ด้วยการแสดงเทศนาให้ถูกใจ ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแด่ท่าน ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้นเถิดฯ

พระจอมมุนี ได้เอาชนะพญานาคราช ชื่อ นันโทปนันทะ ผู้มีความรู้ผิด มีฤทธิ์มาก ด้วยวิธีบอกอุบายให้พระโมคคัลลานเถระพุทธชิโนรส แสดงฤทธิ์เนรมิตกายเป็นนาคราช ไปทรมานพญานาค ชื่อ นันโทปนันทะ นั้น ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแด่ท่าน ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้นเถิดฯ

พระจอมมุนี ได้เอาชนะพระพรหมผู้มีนามว่า ท้าวผกาพรหม ผู้มีฤทธิ์ คิดว่าตนเป็นผู้รุ่งเรืองด้วยคุณอันบริสุทธิ์ ผู้ถูกพญานาครัดมือไว้แน่น เพราะมีจิตคิดถือเอาความเห็นผิด ด้วยวิธีวางยา คือ ทรงแสดงเทศนาให้ถูกใจ ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแด่ท่าน ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้นเถิดฯ

บุคคลใดมีปัญญา ไม่เกียจคร้าน สวดและระลึกถึงพรุพุทธชัยมงคล ๘ คาถาเหล่านี้ทุกๆ วัน บุคคลนั้นจะพึงละความจัญไรอันตรายทั้งหลายทุกอย่างเสียได้ และเข้าถึงความหลุดพ้น คือ พระนิพพานอันบรมสุข นั้นแลฯ

หลังจากที่เราสวดมนต์ข้ามปีในบทที่ต้องการเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะจบยังมีอีกบทสวดหนึ่งที่แนะนำให้สวดนั่นก็คือ “บทสวดแผ่เมตตา” นั่นเอง

บทสวดมนต์ข้ามปี 2568 พร้อมคำแปล บท มงคลจักรวาลใหญ่

บทจักรวาลใหญ่

สิริธิติมะติเตโชชะยะสิทธิมะหิทธิมะหาคุณาปะริมิตะปุญญาธิการัสสะ
สัพพันตะรายะนิวาระณะสะมัตถัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
ทวัตติงสะมะหาปุริสะลักขะณานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพ แห่งพระมหาปุริสลักษณะ 32 ประการ แห่งพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้เป็นพระอรหันต์ ผู้ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง ผู้มีบุญญาธิการอันกำหนดมิได้ ด้วยพระฤทธิ์อันใหญ่ และพระคุณอันใหญ่ อันสำเร็จด้วยพระสิริ พระปัญญาเป็นเครื่องตั้งมั่น พระปัญญาเป็นเครื่องรู้ พระเดชและพระชัยผู้สามารถห้ามเสียซึ่งสรรพอันตราย

อะสีตยาพยัญชะนานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งอนุพยัญชนะ 80

อัฏฐุตตะระสะตะมังคะลานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งมงคล 108 ประการ

ฉัพพัณณะรังสิยานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งพระรัศมีมีพรรณ 6 ประการ

เกตุมาลานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งพระเกตุมาลา

ทะสะปาระมิตานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งพระบารมี 10 ประการ

ทะสะอุปะปาระมิตานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งพระอุปปารมี 10 ประการ

ทะสะปะระมัตถะปาระมิตานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งพระปรมัตถปารมี 10 ประการ

สีละสะมาธิปัญญานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งศีล สมาธิ ปัญญา

พุทธานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธรัตนะ

ธัมมานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งพระธรรมรัตนะ

สังฆานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งพระสังฆรัตนะ

เตชานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งพระเดชอิทธานุภาเวนะ

อิทธานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งพระฤทธิ์

พะลานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งพระกำลัง

เญยยะธัมมานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งพระเญยยธรรม

จะตุราสีติสะหัสสะธัมมักขันธานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งพระธรรมขันธ์ 8 หมื่น 4 พัน

นะวะโลกุตตะระธัมมานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งโลกุตตรธรรม 9 ประการ

อัฏฐังคิกะมัคคานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งอริยมรรคมีองค์ 8 ประการ

อัฎฐะสะมาปัตติยานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่พระสมาบัติ 8 ประการ

ฉะฬะภิญญานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งพระอภิญญา 6 ประการ

จะตุสัจจะญาณานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งพระญาณในสัจจะ 4

ทะสะพะละญาณานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งพระญาณมีกำลัง 10 ประการ

สัพพัญญุตะญาณานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งพระสัพพัญญุตญาณ

เมตตากะรุณามุทิตาอุเปกขานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งพระเมตตา พระกรุณา พระมุทิตา พระอุเบกขา

สัพพะปะริตตานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งพระปริตรทั้งปวง

ระตะนัตตะยะสะระณานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งการระลึกถึงพระรัตนตรัย

ตุยหัง สัพพะโรคะโสกุปัททะวะทุกขะโทมะนัสสุปายาสาวินัสสันตุ
เหล่าโรค โศก อุปัทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส ทั้งปวง ของท่าน จงสิ้นสูญไป

สัพพะอันตะรายาปิ วินัสสันตุ
แม้เหล่าอันตรายทั้งปวง จงสิ้นสูญไป

สัพพะสังกัปปา ตุยหัง สะมิชฌันตุ
สรรพดำริทั้งหลายของท่านจงสำเร็จด้วยดี

ฑีฆายุตา ตุยหัง โหตุ
ความเป็นผู้มีอายุยืนจงมีแก่ท่าน

สะตะวัสสะชีเวนะ สะมังคิโก โหตุ สัพพะทาฯ
ท่านจงเป็นผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยความเป็นอยู่สิ้น 100 ปี ทุกเมื่อ

อากาสะปัพพะตะวะนะภูมิคังคามะหาสะมุททา
อารักขะ กา เทวะตาเทพเจ้าทั้งหลาย ผู้คุ้มครองสถิตอยู่ในอากาศ และบรรพตไพรสณฑ์ ภูมิสถาน แม่น้ำคงคามหาสมุทร

สะทา ตุมเห อะนุรักขันตุฯ.
จงตามรักษาท่านทั้งหลายทุกเมื่อ เทอญฯ

ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง
ขอสรรพมงคล จงมีแก่ท่าน

รักขันตุ สัพพะเทวะตา
ขอเหล่าเทวดาทั้งปวงจงรักษาท่าน

สัพพะพุทธานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้าทั้งปวง

สะทา โสตถี ภะวันตุ เต
ขอความสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ท่าน

ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง
ขอสรรพมงคล จงมีแก่ท่าน

รักขันตุ สัพพะเทวะตา
ขอเหล่าเทวดาทั้งปวงจงรักษาท่าน

สัพพะธัมมานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งพระธรรมทั้งปวง

สะทา โสตถี ภะวันตุ เต
ขอความสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ท่าน

ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง
ขอสรรพมงคล จงมีแก่ท่าน

รักขันตุ สัพพะเทวะตา
ขอเหล่าเทวดาทั้งปวงจงรักษาท่าน

สัพพะสังฆานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งพระสงฆ์ทั้งปวง

สะทา โสตถี ภะวันตุ เต
ขอความสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ท่าน

นักขัตตะยักขะภูตานัง ปาปัคคะหะนิวาระณา,
ความป้องกัน บาปเคราะห์ทั้งหลาย แต่สำนักแห่งเหล่านักษัตร และยักษ์ และภูตได้มีแล้ว

ปะริตตัสสานุภาเวนะ หันตะวา เตสัง อุปัททะเว,
ด้วยอานุภาพแห่งพระปริตร จงกำจัดเสียซึ่งอุปัทวะทั้งหลาย แต่สำนักแห่งเหล่านักษัตร และยักษ์ และภูตเหล่านั้น

นักขัตตะยักขะภูตานัง ปาปัคคะหะนิวาระณา,
ความป้องกัน บาปเคราะห์ทั้งหลาย แต่สำนักแห่งเหล่านักษัตรและยักษ์ และภูตได้มีแล้ว

ปะริตตัสสานุภาเวนะ หันตะวา เตสัง อุปัททะเว,
ด้วยอานุภาพแห่งพระปริตร จงกำจัดเสียซึ่งอุปัทวะทั้งหลาย แต่สำนักแห่งเหล่านักษัตร และยักษ์ และภูตเหล่านั้น

นักขัตตะยักขะภูตานัง ปาปัคคะหะนิวาระณา,
ความป้องกัน บาปเคราะห์ทั้งหลาย แต่สำนักแห่งเหล่านักษัตร และยักษ์ และภูตได้มีแล้ว

ปะริตตัสสานุภาเวนะ หันตะวา เตสัง อุปัททะเวฯ
ด้วยอานุภาพแห่งพระปริตร จงกำจัดเสียซึ่งอุปัทวะทั้งหลาย แต่สำนักแห่งเหล่านักษัตร และยักษ์ และภูตเหล่านั้น

บทสวดแผ่เมตตา

บทสวดแผ่เมตตา

แผ่เมตตาให้แก่ตัวเราเอง

อะหัง สุขิโต โหมิ
อะหัง นิททุกโข โหมิ

อะหัง อะเวโร โหมิ

อะหัง อัพยาปัชโฌ โหมิ

สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ

ขอให้ข้าพเจ้ามีความสุข
ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากความทุกข์
ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากเวร
ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากอุปสรรคอันตรายทั้งปวง
ขอให้ข้าพเจ้าจงมีความสุขกายสุขใจ รักษากายวาจาใจให้พันจากความทุกข์ภัยทั้งปวงเถิด

บทแผ่เมตตาทั่วไป

สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น

อะเวราโหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย

อัพยาปัชฌาโหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย

อะนีฆาโหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย

สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ จงมีแต่ความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้น เถิดฯ

กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล

อิทัง เม มาตาปิตูนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ มาตา ปิตะโร
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่มารดาบิดาของข้าพเจ้า ขอให้มารดาบิดาของข้าพเจ้า จงมีความสุข

อิทัง เม ญาตีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตะโย
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า ขอให้ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า จงมีความสุข

อิทัง เม คุรูปัชฌายาจะริยานังโหตุ สุขิตา โหนตุ คุรูปัชฌายาจะริยา
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ของข้าพเจ้า ขอให้ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ของข้าพเจ้า จงมีความสุข

อิทัง สัพพะ เทวะตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เทวา
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เทวดาทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เทวดาทั้งหลายทั้งปวง จงมีความสุข

อิทัง สัพพะ เปตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เปตา
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่เปรตทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เปรตทั้งหลายทั้งปวง จงมีความสุข

อิทัง สัพพะ เวรีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เวรี
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวง จงมีความสุข

อิทัง สัพพะ สัตตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ สัตตา
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ขอให้สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง จงมีความสุข 

component 5

และนี่ก็คือทั้งหมดของ เริ่มต้นสิ่งดี ๆ กับ บทสวดมนต์ข้ามปี 2568 เสริมทัพรับศักราชใหม่! จัดให้ทุกคนได้สวดกันยาว ๆ รับพร รับโชค รับความสุขส่งท้ายปีมะโรง ต้อนรับปีมะเส็งกันอย่างถ้วนหน้า บางคนอาจเกิดคำถามว่า เราจะสวดไปทำไมกัน? ส่วนตัวผมมองว่า ภาษาบาลี - สันษกฤตที่เราสวดกันนั้น ดูเป็นคำอ่านที่ไม่ยากและไม่ง่ายสำหรับคนไทย พอมันอยู่ในระดับที่กลาง ๆ คนทั่วไปก็จะอ่านโดยที่ต้องใช้สมาธิอยู่บ้าง พอเกิดสมาธิ ก็เกิดสติ พอมีสติ ก็มีปัญญา มันอาจไม่ได้เกี่ยวข้องกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์เลยก็ได้ แต่ความมหัษจรรย์ของการเกิดสมาธิ ทำให้เราพอจะมองออกว่าจะแก้ปัญหาตรงหน้าอย่างไรได้ เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว ก็ไม่ต่างกับการที่เราได้รับพรเลย สุดท้ายนี้ผมก็ขอให้เพื่อน ๆ โชคดีมีชัยในปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้ มีความสุขอยู่กับปัจจุบัน ปัญหาใด ๆ ก็ขอเพื่อน ๆ มีสติและสามารถฝ่าฟันมันไปได้ สวัสดีปีใหม่นะครับทุกคน!~

แหล่งที่มา

คำแปลบทมงคลสูตร : 84000.org

คำแปลบทโพชฌังคปริตร : วัดป่ามหาชัย และ หนังสือสวดมนต์แปล วัดจันทาราม (วัดท่าซุง) อ.เมือง จ.อุทัยธานี (กัลยาณมิตร.com)

คำแปลบทพุทธชัยมงคลคาถา (บทพาหุงฯ) : สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง 

บทสวดและคำแปลมงคลจักรวาลใหญ่ : วัดป่ามหาชัย