สาวกอาหารอิตาเลียนทั้งหลายคงไม่มีใครไม่รู้จักร้าน “Jamie’s Italian” ร้านอาหารอิตาเลียนโฮมเมดชื่อดังโดยเชฟ Jamie Oliver และ เชฟ Gennaro Contaldo ซึ่งกระจายสาขาอยู่แทบทุกมุมโลก ร้านวันนี้ร้าน Jamie’s Italian ได้เดินทางมาถึงเมืองไทยแล้ว ทางเราก็ไม่พลาด เข้าร่วมงาน Soft opening พร้อมชิมอาหารอิตาเลียนโฮมเมดสไตล์หลากหลายเมนู จะน่าทานขนาดไหน มาดูกันเลย!

ร้าน “Jamie’s Italian” สาขาแรกของประเทศไทย อยู่ที่ Siam Discovery ชั้น 1 ค่ะ ตัวร้านค่อนข้างกว้างขวางเลยล่ะค่ะ บรรยากาศสบายๆ แบบ Industrial chic มีความ cozy มาทานแบบชิลล์ๆ ไม่ต้องเกร็งเลยล่ะค่ะ ในร้านจะมีโซนครัวเปิด ที่จะเห็นแอคชันการคุกกิ้งของเชฟ ที่สำคัญคือจะมี head chef ที่คอยเช็คอาหารแต่ละจานก่อนนำไปเสิร์ฟแก่ลูกค้า เรียกว่าพิถีพิถันกันในทุกๆ รายละเอียดจริงๆ และในส่วนของครัวเปิดนี้เราก็จะได้เห็นเครื่องทำเส้นพาสต้าสด (fresh pasta) ที่เชฟจะมาคอยทำทุกวัน มาที่นี่จะได้เพลิดเพลินกับเส้นพาสต้าสดที่สดใหม่จริงๆ แน่นอน



และที่เป็นจุดเด่นของร้าน Jamie’s Italian ทั่วโลกต้องยกให้ส่วน Cold Bar เป็นบาร์แบบเปิดที่ทุกคนจะได้เห็นเชฟเตรียม Antipasti Planks ซึ่งเป็น appetizer จานซิกเนเจอร์ของร้าน Jamie’s Italian ซึ่ง Hams ต่างๆ ที่โชว์อยู่ด้านหน้าก็คือ Hams ที่ทางเชฟจะนำมาใช้เสิร์ฟจริงๆ เลยค่ะ นอกจากนี้ยังมี Cocktail Bar สำหรับคอค็อกเทล โมจิโต และเครื่องดื่ม non-alcohol ต่างๆ และโซน Merchandise ที่ไว้ขาย cookbook และของที่ระลึกต่างๆ ของร้าน Jamie’s Italian อีกด้วยค่ะ

มาดูอาหารกันเลยทีดีกว่าค่ะ เริ่มจากเครื่องเบาๆ อย่าง “Refresher” (120.-) เป็นน้ำเลมอนผสมกับน้ำแครนเบอร์รีและ elderflower รสชาติเปรี้ยวหวานสดชื่นลงตัว และ “Green Apple Spritz” (275.-) เป็นค็อกเทลประจำวัน (แต่ละวันจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ) ตัวนี้จะหอมแอปเปิล และมีรสเปรี้ยวสดชื่นของน้ำมะนาว เข้ากันลงตัวกับความซ่าของโซดาและรสชาติเบาๆ มีเสน่ห์ของ Prosecco (Italian white wine)


ต่อด้วย appetizer ที่เกริ่นไว้ ซึ่งก็คือ "Antipasti Planks" (for two 580.- / for four 1,180.-) เป็น cold cuts เสิร์ฟบนไม้ planks อันใหญ่ จุดเด่นที่เป็นกิมมิคเฉพาะของร้าน Jamie’s Italian เลยก็คือเจ้าเขียงไม้ planks นี้จะเสิร์ฟมาแบบวางบนกระป๋องมะเขือเทศล่ะค่ะ เพื่อที่จะได้มีพื้นบนโต๊ะเพิ่มขึ้น ไอเดียเก๋สุดๆ จริงๆ ตัว cold cuts จะประกอบด้วย fennel salami, mortadella, proscuitto และ wagyu bresaola พร้อมด้วยชีสมอสซาเรลลานมควาย กับ music bread ซึ่งประกบคู่มากับ percorino cheese และ chilli jam และส่วนสุดท้ายจะเป็น rainbow slaw ไว้สำหรับแก้เลี่ยน เป็น appetizer สำหรับเปิดมื้ออาหารได้เป็นอย่างดี


ต่อด้วยอาหารทานเล่นอีกหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็น “Porcini Arancini” (220.-) เป็นริซอตโตเห็ดรวมปั้นมาเป็นก้อนทอดกรอบ พอทานแล้วจะมีความยืดๆ ของชีสมอสซาเรลลาอยู่ด้วย รสชาติเข้มข้นมากๆ เพิ่มรสด้วยซอส arrabbiata ที่มาคู่กัน ตัวนี้ดีงามมากๆ แนะนำเลยค่ะ และ “Crispy Squid” (270.-) ปลาหมึกชุดแป้งทอดทานคู่กับซอส aioli โฮมเมด ก็ทานเพลินๆ ไปอีกแบบ


หรือจะเป็น “Crunchy Italian Nachos” (160.-) พิเศษตรงจะเป็นราวิโอลีทอดกรอบ ตัวไส้ราวิโอลีเป็นชีสมอสซาเรลลา ริคอตตา และพาร์เมซาน ทานคู่กับซอสมะเขือเทศสไตล์ Sicilian และอีกตัวที่ประทับใจเป็นพิเศษก็คือ “Tomato Bruschetta” (210.-) เป็นขนมปัง ciabatta ท็อปด้วยชีสริคอตตา และมะเขือเทศอบ กับผิวเลมอนขูด ดูเรียบง่ายแต่รสชาติกลมกล่อมลงตัวมากๆ


ต่อกันที่จานหลักอย่างพาสต้า ซึ่งอย่างที่บอกไปว่าพาสต้าที่นี่จะเป็นเส้นสด ทำเองสดใหม่วันต่อวันเลยค่ะ ได้ลองชิม 3 อย่างคือ “Gennaro’s Tagliatelle Bolognese” (280.-) เส้น tagliatelle ลวกมากำลังดี ผัดกับซอส bolognese หรือซอสเนื้อ รสชาติกลมกล่อมลงตัว หรือจะเป็น “Our Famous Prawn Linguine” (300.-) และตัวที่เราชอบเป็นการส่วนตัวมากที่สุดขอยกให้ “Penne Arrabbiata” (250.-) คือปกติเราจะชอบซอส arrabbiata อยู่แล้ว พอได้ชิมของ Jamie’s Italian คือกรี๊ดมาก เพราะรสชาติคือจัดจ้านดีจริงๆ ค่ะ มีรสเผ็ดที่ค่อนข้างชัด ถูกใจมากค่ะ



และที่พลาดไม่ได้เวลามาร้านอิตาเลียนคงนี้ไม่พ้นพิซซ่า วันนี้ได้ลองชิม “The Parma” (380.-) รสชาติต้องบอกว่าจัดจ้านเข้มข้นอีกเช่นกัน ด้วยซอสมะเขือเทศ กับแฮม prosciutto และผัดร็อกเก็ตกับพาร์เมซานชีส บนแป้งบานหอมกรอบ ดีงามสุดๆ

อีกทั้งยังมี “Chicken Al Mattone” (520.-) เมนูสไตล์ทัสคานี เป็นเนื้อไก่ย่างสูตรพิเศษ เนื้อนุ่ม หนังกรอบ หอมกลิ่นรมควัน และ main dish ประจำร้านอย่าง “The Jamie’s Italian Burger” (560.-) burger patty ชิ้นหนา ทำจากเนื้อชั้นดี กริลล์มาแบบชุ่มฉ่ำ เสิร์ฟพร้อม mortadella และ balsamic onion ตักทานหนึ่งคำ รสชาติเข้มข้นและ juicy สุดๆ!


ปิดท้ายกันอย่างอิ่มหนำด้วยของหวานโฮมเมดจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็น “Epic Chocolate Brownie” (230.-) บราวนี่เนื้อหวานฉ่ำหนึบราดด้วยซอสช็อกโกแลต เสริมรสด้วยไอศกรีมรสอามาเรตโต และเทกซ์เจอร์กรุบกรอบป๊อปคอร์นคาร์เมลอามาเรตโต หรือ “Raspberry Ripped Pavlova” (200.-) เมอร์แรงก์ชิ้นโตกรอบหวานเสิร์ฟพร้อมครีมสดและซอสราสป์เบอร์รี และ “Wobbly Panna Cotta” (210.-) แพนนาคอตตาวานิลลาเสิร์ฟพร้อมซอสผลไม้ตามฤดูกาล ส่วนตัวประทับใจตัวแพนนาคอตตาที่สุดเลยค่ะ ด้วยรสชาตินวลๆ ไม่หวานจนเกินไป เนื้อสัมผัสนุ่มนิ่มละลายในปาก และกลิ่นหอมอ่อนๆ ของวานิลลาแท้ที่กระจายอยู่ทั่วเนื้อขนม ถูกใจจริงๆ ค่ะ



เป็นยังไงกันบ้างคะ? กับเมนูเด็ดแต่ละจานของ Jamie’s Italian เรียกว่าหน้าตาน่าทานสุดๆ แบบที่แค่เห็นรูปก็หิวแล้วล่ะค่ะ 555 ถือว่าร้าน Jamie’s Italian ก็เป็นอีกหนึ่ง dining destination ที่อยากให้นักชิมทั้งหลายแวะมาลิ้มลองกันสักครั้งนะคะ ซึ่งในช่วงนี้ทางร้านจะยังเปิดแบบ Soft opening เท่านั้นนะคะ สามารถติดตามข่าวสารอัปเดตได้ทางแฟนเพจเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/jamiesitalianth เลยค่า แล้วไปลองลิ้มชิมรสอาหารอิตาเลียนโฮมเมดชั้นดีที่ Jamie's Italian กันนะคะ! ^_^






