วินาทีนี้ อาหารจานเดียวปริมาณจุใจที่ไหน ๆ ก็มีออกถมถืด แต่จะมีเจ้าไหนกันเล่า ที่จัดให้ไซส์ใหญ่ในราคาแค่ 15 บาท! ปี พ.ศ. 2562 แล้วนะคุณ ยังมีอยู่อีกหรือ? ซึ่งคำตอบอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล … ตลาดบางกอกน้อย หรือตลาดพรานนกนี้เอง ซึ่งคาดว่าคงสงสัยไปตาม ๆ กันใช่ไหมล่ะ ว่าได้เยอะไหม? วัตถุดิบดีหรือเปล่า? แล้วเจ้าของร้านเอากำไรจากไหน? สารพัดคำถามที่ชวนให้รีบไปหาคำตอบ ว่าแล้วก็บึ่งรถบุกไปถึงร้าน “ข้าวบึ้ม ตลาดบางกอกน้อย” วัชระโภชนา กันเลยดีกว่า!


ความจริงแล้ว “ข้าวบึ้ม” ก็เป็นอีกร้านที่โลกโซเซียลแชร์กันไม่ขาดสาย ทุกคนล้วนรู้จักสรรพคุณของร้านอาหารตามสั่งนี้ว่า รสเด็ด ราคาถูก แถมให้เยอะ! ร้านตั้งอยู่ต้นซอยตลาดพรานนก Wongnai ขอพิสูจน์ ว่าทำไมลูกค้าถึงติดอกติดใจกันมากมายขนาดนี้ และราคาจานละ 15 บาท ทำได้จริงหรือ?
เมื่อถึงร้าน จะสังเกตเห็นป้ายขนาดใหญ่เขียนว่า “ร้านข้าวบึ้ม” เด่นหราอยู่ ร้านเปิดมานานกว่า 20 ปี มีคุณลุงวัชระเเละคุณป้าอัญชลี ภรรยาของคุณลุง ช่วยกันดูแลร้าน ร้านเปิดขายทุกวัน ตั้งแต่ 14.00 - 22.30 น. และจะหยุดพักในช่วงเทศกาล


ระหว่างรอ “ข้าวกะเพรา” (15 บาท) ซิกเนเจอร์ของร้าน ทีมงานไม่รอช้า เข้าไปสอบถามคุณลุงถึงราคาของข้าวกะเพรา คุณลุงวัชระเล่าให้ฟังว่า “เมื่อปี พ.ศ. 2536 ลุงขายอาหารตามสั่งกับภรรยาอัญชลีที่บางบัวทอง ในสมัยนั้นก็ขายกันแค่จานละ 15 บาท ซึ่งก็ขายไม่ดีเท่าไร ต่อมาลุงขยับขยาย และโยกย้ายมาขายที่ตลาดพรานนกแทน เราคงราคาไว้ที่ 15 บาท จนถึงทุกวันนี้ มันอยู่ได้ เราก็โอเค” ฟังจากน้ำเสียงแล้ว ความพอมีพอใช้ คงตอบเราได้กลาย ๆ ว่าทำไมคุณลุงจึงไม่เปลี่ยนแปลงราคา



คุณลุงเสริมว่า “อาหารอย่างอื่นทำช้า ในบรรดาอาหารตามสั่ง เราเลยเลือกขายอันนี้อย่างเดียว เพื่อที่ลูกค้าจะได้กินกันเร็ว ๆ มีเสียเวลารอนาน” มีช่วงหลัง ๆ มานี้ คุณลุงเริ่มเพิ่มเมนู “ข้าวหมูหวาน” (20 บาท) เป็นการเสริมรายได้ขึ้นอีกหน่อย ทว่าก็ยังราคาถูก แถมปริมาณคุ้มเกินคุ้มเช่นเคย แต่สำหรับร้านอาหารแห่งนี้ บอกไว้ก่อนเลยว่า ไม่ได้มีดีแค่ราคาและปริมาณ เพราะรสชาติและวัตถุดิบด้วยต่างหากที่คุณลุงคุณป้าใส่ใจ หลังได้ลิ้มรสอาหารเข้าไปแล้ว มีกดไลก์! รสชาติจัดจ้าน น้ำกะเพราขลุกขลิก และไม่ได้มีแต่วิญญานหมูหรือไก่เท่านั้น! ส่วนหมูหวานก็กลมกล่อม หวานกำลังดี ยิ่งกินกับข้าวสวยร้อน ๆ หืมมม ฟินกันไปข้างเลยล่ะ!

ก่อนจากกันวันนี้ เราไม่ลืมเอ่ยถามคำถามส่งท้าย “อยากขายอาหารแบบนี้ไปตลอดหรือเปล่า?” ฟากคุณลุงตอบว่า “คิดว่าจะขายไปจนกว่าจะส่งลูกเรียนให้จบ ให้เขามีการศึกษาสูง ๆ มีงานดี ๆ ทำ ถึงจะเหนื่อยแค่ไหน อย่างน้อยก็ได้ทำเพื่อลูกและคนที่เรารัก” ฟังแล้วชื่นใจดีจริงๆ ... นี่แหละชีวิตที่สมบูรณ์แบบแบบง่าย ๆ สไตล์ลุงวัชระ

“ความพออยู่พอกิน” ไม่ต้องร่ำรวยและเหนื่อยจนเกินตัว คงเป็นเหตุผลเบสิกแต่จริงแท้เป็นที่สุด ว่าทำไมกะเพรา 15 บาท ก็ยืดหยัดอยู่ได้ ซึ่งการส่งลูกเล่าเรียนจนถึงทุกวันนี้ได้ น่าจะช่วยยืนยันอีกแรงว่า “คุณลุงและครอบครัวอยู่ได้ แม้จะขายในราคาเท่านี้!” ไม่ต้องขายแพงหูฉี่ ก็มีกินมีใช้ Wongnai ขอเป็นกำลังใจให้ทั้งครอบครัว ตอนนี้น้องก็กำลังจะขึ้นมหาวิทยาลัยแล้ว สู้ ๆ !!! เอาล่ะ อย่างไรเพื่อน ๆ ก็ลองแวะมาอุดหนุนคุณลุงวัชระกันเยอะ ๆ นะ การันตีทุกความคุ้มค่าแบบไม่ต้องสงสัย! "ข้าวบึ้ม ตลาดบางกอกน้อย"





