#วงในบอกมา
- พริกลาบที่ใช้เป็นพริกลาบสูตรเฉพาะของร้านที่มีกลิ่นและรสชาติที่ไม่เหมือนใคร
- น้ำเพี้ยหรือดีวัวต้มสุกเราสามารถขอทางร้านเพิ่มเติมได้ทุกเมนู
- เลือดสดที่ใส่ในหลู้จะถูกคั้นกับใบตะไคร้ จึงไร้กินคาว และยังหอมกลิ่นสมุนไพรที่ผสมลงไปด้วย

“เป็นคนเมืองจะไม่กินลาบดิบได้อย่างไร!” คำพูดนี้มักวนเวียนอยู่ในหัวของเราตลอดเวลาที่เราเห็นคนกินลาบดิบ ขอย้อนรอยสักหน่อย สมัยที่เราเด็ก ๆ เราคลุกคลีอยู่กับวงการลาบมาตลอด ภาพจำของเราก็มักจะเห็นคนในครอบครัวเปิบลาบดิบกันเป็นว่าเล่นเลยล่ะ แต่ความกล้าในตอนนั้นยังไม่มากพอ จนโตมาเรื่อย ๆ เราถึงจะได้กินลาบดิบ เป็นหนึ่งสิ่งที่อยากกินให้ได้สักครั้งในชีวิต เอาล่ะ! ฤกษ์งามยามดี วันนี้มันก็ถึงเวลารวบรวมความกล้านั้น สวมคาบเป็นนักเลงลาบเชียงใหม่ พาเพื่อน ๆ ชาว Wongnai เชียงใหม่ ตามไปเป็นสักขีพยานในการพิสูจน์ตัวเองของเราในครั้งนี้ที่ร้าน “ลาบพันแหวน” เชียงใหม่ บรึ๋ย~ ยังนึกภาพตัวเองจ้วงลาบดิบ ซดเลือดสด ๆ ไม่ออกจริง ๆ พร้อมแล้ว ยอก!

มาร้านลาบทั้งทีขอวางมาดเป็นนักเลงลาบสักวันหนึ่งละกัน เพื่อน ๆ เชื่อไหมว่า แค่ก้าวเข้าร้านมาแล้วอะดรีนาลีนของเราก็สูบฉีดอย่างเต็มที่เลยแหละ เพราะเห็นทั้งเลือดสด ๆ ที่กำลังถูกสาดลงบนเนื้อดิบ ทำเอาความกล้าที่รวบรวมมาหายไปครึ่งหนึ่งเลย ขอนั่งพักตั้งสติแล้ว ชมพักบรรยากาศร้านเพื่อเรียกสติกลับมาก่อน พูดตรง ๆ เลยว่ามองเผิน ๆ จากภายนอก ร้าน “ลาบพันแหวน” เชียงใหม่ อาจจะดูเล็ก ๆ แต่พอเข้ามาแล้ว มันดูกว้างและโปร่ง นั่งสบาย มีที่ให้เลือกนั่งตั้งแต่หน้าบ้านอ้อมยาวไปยันข้างหลังบ้านเลย


ในระหว่างที่รอสั่งมานูนั้น เราก็เหลือบไปเห็นลีลาการปรุงลาบที่ดูมีมนต์เสน่ห์มาก ในใจแอบสงสัยอยู่ว่าสิ่งที่เห็นมันตรงกันข้ามภาพจำที่ผ่านมาของเราที่เคยเห็น มักจะเป็นชายฉกรรจ์ที่เป็นคนลาบเสียส่วนใหญ่ แต่คนที่อยู่ตรงหน้าเราที่กำลังลาบอยู่ เป็นคุณป้า บอกว่าลีลาการปรุงลาบนั้น ดูพิถีพิถันมีมนต์ขลังสุด ๆ และอีกอย่างคุณป้าที่กำลังลาบอยู่ ชื่อคุณป้า ”สมจิตร” เป็นเจ้าของลาบ จึงถือโอกาสนี้แอบถามคุณป้า จนได้รู้มาว่า ร้าน “ลาบพันแหวน” เชียงใหม่ เปิดมานานกว่า 20 ปี ทำกันเป็นครอบครัว และคุณป้าเล่าให้เราฟังว่า ครอบครัวคุณป้าชอบกินลาบเป็นชีวิตจิตใจ เลยกินจนหารสชาติลาบที่ใช่ที่สุดสำหรับครอบครัว แล้วจากนั้นจึงตัดสินใจเริ่มเปิดขายลาบมาจนถึงทุกวันนี้

รวบรวมความกล้าแล้วเอามาสู้กับเมนูสุดโหด “ลาบเนื้อดิบ” (ราคา 60 บาท) เนื้อสีแดงคัดมาสด ๆ วันต่อวัน นำมาลาบจนละเอียด เนื้อเนียน ปรุงรสด้วยพริกลาบสูตรพิเศษของร้าน ที่หอมเป็นเอกลักษณ์ เสิร์ฟเคียงข้างมาด้วยผ้าขี้ริ้ววัว สัมผัสนุ่มกรึบเคี้ยวเพลิน เสริมทัพให้รสชาติโดนใจขาโหดด้วยน้ำเพี้ยหรือดีวัวต้มสุก คนไม่กินลาบดิบอย่างเรายังต้องขอจานนี้เพิ่ม!


คิดอยู่นานว่าจะกินจานนี้ดีไหม เพราะเพียงแค่เห็นขั้นตอนการปรุงก็แทบกรี๊ดเสียงหลงออกมาแล้ว เอาเว้ย!ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว เลือดนักเลงที่มีทั้งหมดในตัว ขอเอามาสู้กับเมนูนี้เลยละกัน “หลู้+มันคอ+มะแกว” (ราคา 50 บาท) เมนูสุดโหดที่สาดเลือดสด ๆ เข้าไปผสมกับลาบ, มันคอ, มะแกวหรือเซี่ยงจี๊ ที่นำไปสะดุ้งเตาไฟ ก่อนนำมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน ท็อปด้วยไส้ทอดและหมี่กรอบ สำหรับใครที่ชอบหวานทางร้านก็มีน้ำกระเทียมดองให้ใส่ได้ตามชอบ เมนูนี้พูดเลยว่ารสชาติดีกว่าที่คาดไว้เยอะ เลือดที่ไร้กลิ่นคาว แถมยังหอมกลิ่นสมุนไพรที่เอาไปคั้นกับเลือดอีกด้วย กินง่ายเลย ถ้าไม่ติดว่าเห็นสีแดงของเลือดนะ ฮ่า ๆ


ผ่านเมนูโหดหินมาได้ ก็ได้ความกล้ามาเพิ่มขึ้นเยอะ นักเลงลาบฝึกหัดอย่างเราไม่กลัวอะไรอีกต่อไปแล้ว ขอฟาดต่อด้วยเมนู “ส้าเนื้อดิบ” (ราคา 60 บาท) เนื้อสดหั่นชิ้น เนื้อนุ่มไม่เหนียว เอามาปรุงรสชาติให้แซ่บ เค็มเผ็ดลงตัว หอมกลิ่นสมุนไพรที่ใส่ลงไปคลุกเคล้า ถ้าหลับตากินก็แอบให้อารมณ์เหมือนเคี้ยวเนื้อสเต๊กที่สุกแรร์อยู่เหมือนกันนะ “ยำมะแก้ว, มันคอ สุก” (ราคา 60 บาท) มะแกว (เซี่ยงจี๊) และมันคอ นำไปผัดแบบสะดุ้งเตาไฟ เพื่อให้ได้ความเด้งและความหวานที่ชวนหลงใหล นำลงมายำต่อแบบแซ่บซี้ด สาดเครื่องสมุนไพรแบบไม่ยั้ง ช่วยเสริมกลิ่นและรสชาติที่เกินบรรยาย ทำให้จานนี้เป็นจานโปรดของเราไปเลย


ปรับโหมดกินแบบสบายอกสบายใจกันหน่อย กับเมนู “แอ๊บหมู” (ราคา 30 บาท) เมนูพื้นบ้านสุดคลาสสิก ที่ใส่เนื้อหมูสับปรุงรสกับสมุนไพร ซึ่งทีเด็ดของร้าน “ลาบพันแหวน” เชียงใหม่ ก็คือแอ๊บหมูที่นี่จะใส่สมองหมูเพิ่มเข้าไปด้วย รสชาติจึงกลมกล่อม นุ่ม ๆ มัน ๆ กินเพลิน รู้ตัวอีกทีหมดห่อไปแล้ว เครื่องติดลมแบบนี้ลุยต่อเลยกับ “จิ้นส้มหมกไข่” (ราคา 30 บาท) จิ้นส้มหรือแหนมนำไปห่อกับไปตอง แล้วใส่ไข่ลงไปก่อนจะนำไปย่างจนสุกหอมชวนหิว รสชาติจิ้นส้มเปรี้ยวเค็มลงตัว ถ้าได้กินคู่กับไข่เข้าไปอีกบอกเลยว่าต้องมีขอ 2 ห่อบ้างล่ะ


เอาล่ะ สุดท้ายของการพิสูจน์การเป็นนักเลงลาบของเรา ปิดจ๊อบด้วย “แกงอ่อมเนื้อ” (ราคา 60 บาท) เครื่องแกงอ่อมที่ผัดจนได้กลิ่นหอมเย้ายวนใจ นำไปทำเป็นน้ำซุปแกงอ่อมรสเด็ด ไฮไลต์ก็คือเนื้อที่ตุ๋นกับน้ำซุปแกงอ่อมจนนุ่มละมุนลิ้น และน้ำเพี้ยหรือดีวัวที่ช่วยเสริมรสชาติถ้วยนี้ได้ดีจนต้องลั่นออกมาว่า ลำขนาด!

ในที่สุดหนึ่งในสิ่งที่ต้องทำให้ได้หนึ่งอยากในชีวิตก็ลุล่วงไปด้วยดี วะฮาฮ่า~ เราสัมผัสได้ถึงพลังของชายฉกรรจ์ที่เวียนในตัวเรา ผ่านรสชาติของลาบร้าน “ลาบพันแหวน” เชียงใหม่ ถ้ามีโอกาสอีกครั้งรับประกันเลยว่าจะกลับมาลิ้มลองร้านลาบเชียงใหม่ ร้านนี้อีกรอบ และถ้าเพื่อน ๆ คนไหนอยากจะพิสูจน์ตัวเองแบบเราก็ตามมาได้เลย แต่ถ้าใครตามมาแล้ว อยากหาร้านอาหารเชียงใหม่เพิ่มเติมก็แนะนำให้กดถูกใจเพจ น้าอ้วนชวนหิว by Wongnai ไว้รับประกันเลยว่าเพจนี้มีร้านอาหารเชียงใหม่อัปเดตให้ได้ตามกินกันทุกวันเลย
การเดินทาง
- ร้านจะตั้งอยู่ในซอยวัดพันแหวน สังเกตุง่าย ๆ ซอยจะอยู่ติดกับสถานีดับเพลิงเชียงใหม่ก่อนถึงประตูเชียงใหม่เข้าไปประมาณ 100 เมตรร้านจะตั้งอยู่ซ้ายมือ
- เวลาเปิด-ปิด : เปิดเวลา 11.00-22.00 (หยุดทุกวันเสาร์)
- เบอร์ติดต่อ : 082-888-5566




